Jump to content

DemeterICT

Members
  • Content count

    26
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 Neutral

About DemeterICT

  • Rank
    Member
  1.  Google Hangouts ช่วยให้ผู้ใช้งานสื่อสารและประสานงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่เสียเวลาในการจัดตั้งอุปกรณ์เพื่อการประชุมทางวีดีโอ ผู้ใช้งานเพียงคลิ๊กไม่กี่ครั้งก็สามารถติดต่อเพื่อนร่วมงานแบบประชุมผ่านวีดีโอทั่วทั้งสำนักงานหรือทั้งสาขาต่างๆบนโลกใบนี้ หากผู้ใช้งานได้สมัครใช้ Google application ตั้งแต่แบบ Basic ขึ้นไปหรือใช้อีเมลสำหรับบริษัท สามารถประชุมพร้อมกันได้มากถึง 25 คน ขณะที่ประชุมวีดีโออยู่นั้นสามารถแชร์ไฟล์ Google drive, document , sheets, slide and etc. ได้เห็นอย่างพร้อมเพียงกัน ในบทความนี้ ดิฉันจะมานำเสนอทริคสำคัญในการใช้ Hangouts เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 1. ใช้ปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดเพื่อสั่งการแอปพลิเคชันได้ง่ายยิ่งขึ้น มันง่ายมากๆที่ใช้งาน Video call โดยสั่งการจากแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด นอกจากนี้ยังมีคำสั่งมากมายที่ใช้ผ่านการกดปุ่มลัดได้ เช่นเปิดปิดเสียง เปิดแชท เปิดปิดกล้อง ดูคำสั่งต่างๆตามรูปด้านล่างนี้ 2. การใช้คำสั่งในแชทเพื่อสะดวกในการสื่อสารรายบุคคลใน Group Chat แชทนั้นมีประโยชน์อย่างมากในการแชร์ลิงค์หรือข้อมูลอื่นๆ ผ่านทางข้อความโต้ตอบแบบทันทีกับผู้เข้าร่วมในการประชุมวีดีโอ นอกจากนี้ Google Hangouts ยังสามารถสร้าง Group Chat กันได้ มากไปกว่านั้นทางกูเกิลได้เสริมลูกเล่นในแชทแบบกลุ่ม โดยผู้ใช้งานสามารถส่ง private chat โดยการพิมพ์คำสั่งว่า “ /to” แล้วต่อด้วยชื่อที่ต้องการจะส่งถึงใน Group Chat โดยแชทที่ถูกส่งนี้จะโดนไฮไลทแล้วแปะคำว่า Private ภายใต้ข้อความ และสามรถตอบกลับถึงไปยังผู้ที่ส่งมาด้วย 3. การใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร หากผู้ใช้งานเคยมีปัญหาเรื่องเสียงสะท้อน เสียงไม่ค่อยชัดระหว่างการ Video call ผู้ใช้สามรถใช้หูฟังแทนการใช้ลำโพงและไมโครโฟนของคอมพิวเตอร์ หลังจากติดตั้งหูฟังและเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แล้ว ให้คลิ๊ก ไปที่ไอคอนรูปเฟืองหรือการตั้งค่า ที่อยู่บนสุดของหน้า Google Hangouts จากนั้นก็กดปุ่มเลือกอุปกรณ์หูฟังจากเมนู Microphone และ Speakers 4.วิธีกดปุ่มปิดไมโครโฟนระหว่างการโทรหรือวีดีโอ ผู้ใช้งานสามารถกดปุ่มปิดไมค์ระหว่างการโทรหรือวีดีโอตอนที่ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายได้ยินเสียง โดยการปิดเสียงจะช่วยป้องกันเสียงรบกวนไปถึงผู้รับสาย วิธีทำคือ คลิ๊กที่ไอคอนรูปไมโครโฟนข้างบนสุดของหน้าต่าง Hangouts หรือสามารถใช้ปุ่มคีย์บอร์ดลัด โดยพิมพ์ในแชทว่า “/mute” หรือ “ + D” คุณสามารถปิดเสียงผู้เข้าร่วมรายอื่นในแฮงเอาท์ โดยค้นหาบุคคลในแถบฟิล์มที่ด้านล่างของหน้าต่างแฮงเอาท์ให้คลิกลูกศรและเลือกปิดเสียงจากเมนู 5. กำหนดค่า Bandwidth เพื่อจัดการปัญหาสัญญานอินเตอร์เน็ต ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตทำให้คุณภาพของวีดีโอหรือเสียงไม่เสถียร คุณสามารถคลิ๊กตั้งค่าระดับความคมชัดภาพจาก AutoHD ไปเป็น Audio only เพื่อให้สัญญาณเสถียรมากขึ้น 6. สามารถแชร์จอภาพบนคอมพิวเตอร์ของคุณให้กับผู้ใช้งานคนอื่น Screenshare application ในแฮงเอามีประโยชน์อย่างมากในการส่งสไลด์พรีเซนต์ให้การผู้เข้าร่วมการะชุม หรือเมื่อคุณมีปัญหาการใช้งานทางคอมพิวเตอร์ คุณสามารถแชร์หน้าจอให้ฝ่ายเทคนิคดูเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาได้ วิธีการแชร์ เริ่มที่คลิ๊ก Screenshare application ที่เมนูทางซ้ายมือของหน้าต่าง Hangouts โดยคุณสามารถเลือกโชว์ภาพแบบเต็มจอให้กับคนอื่นๆหรือโชว์แค่หน้าต่างเดียวที่เปิดอยู่ 7. การใช้ Google Drive ร่วมกับ Video Hangouts การนำสองแอพพลิเคชั่นมาใช้ร่วมกันทำให้มั่นในการทำงานกลุ่มมากขึ้น โดยเปิดหน้า Sheet , Docs and others ระหว่างวีดีโอคอลได้ โดยการเข้าคลิ๊กที่ไอคอลของ Google Drive ในเมนูทางซ้ายมือของหน้าต่าง Hangouts เพื่อเปิด Drive app ผู้ใช้จะต้องสร้าง Google Document อันใหม่ขึ้นมาเพื่อแชร์ให้กับผู้เข้าร่วมเข้าประชุม หรือเลือกจาก Document ข้างนอกผ่าน Google Drive ถ้าสมมติว่ามีผู้ร่วมประชุมบางคนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปตั้งค่าการแชร์ไฟล์ได้ทันที มากกว่าไปกว่านั้นผู้ที่แชร์ไฟล์สามารถจำกัดขอบเขตการใช้งานของผู้ที่รับได้ไฟล์ เช่น มีสิทธิแค่ดู มีสิทธิคอมเมนต์ หรือมีสิทธิแก้ไขได้ ซึ่งผู้ได้รับไฟล์สามารถแก้ไขสิ่งต่างๆไปพร้อมกับผู้ที่แชร์ไฟล์ได้ทันที โดยคลิ๊กไปที่ Drive Application เพิ่มเริ่มการแก้ไข 8. เข้าใช้แอพพลิเคชั่น Hangouts ง่ายๆๆ จาก Google Calendar เมื่อมีการนัหมายการประชุมทางวิดีโอ ผู้ใช้สามารถเพิ่มวิดีโอแฮงเอาท์ให้กับผู้เข้าร่วม ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถคลิ๊กลิงก์ในคำเชิญทางอีเมลหรือกิจกรรมในรายการปฏิทินเพื่อไปที่ Hangouts URL ถ้าผู้ใช้งานเลือกใช้ G Suite ระดับ Business ขึ้นไป เพื่อให้บริษัทของคุณมีนามสกุลของอีเมล นั้นมีข้อดีอยู่สองข้อ 1. ผู้ใช้ G Suite สามารถใส่ชื่อลูกค้าใน Google Calendar ได้ และใส่รายละเอียดของกิจกกรมได้ 2. ผู้ใช้คนอื่นสามารถเข้าร่วมวิดีโอได้เพียงป้อนชื่อไปที่ https://g.co/hangout ซึ่งในหน้านั้นคุณจะเห็นรายการของวิดีโออยู่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปเข้าที่หน้า Google Calendar อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้งานเคยชวนเพื่อนร่วมงานคนนี้เคยเข้าร่วมประชุมทางวีดีโอจาก Google Calendar แล้ว เพื่อนร่วมงานคนนี้อาจจะสับสนในการเลือกว่าจะเข้าร่วมประชุมจะลิงก์ไหน เพราะผู้ที่ชวนเข้าร่วมคนนี้ได้ชวนล่วงหน้ามากกว่าหนึ่งกิจกกรรม เพื่อกันผู้เข้าร่วมการประชุมสับสน ผู้ใช้งานสามารถเพื่อรายละเอียด หรือตั้งชื่อหัวข้อการเข้าร่วมการประชุมได้ เพียงแค่คลิ๊กตรงที่เปลี่ยนชื่อลิงก์ตรงให้รายละเอียดของกิจกรรม 9. Google Hangouts Application ลองรับทั้ง IOS และ Android ผู้ใช้สามารถโหลด Hangouts App ลงใน โทรศัพท์ iPac iPod โน๊ตบุ๊ค จาก App Store หรือ Google Play สำหรับระบบที่รองรับนั้นอุปกรณ์จะต้องถูกอัพเดตเป็น iOS 6.0 และ Andriod versions 2.3 ขึ้นไปเท่านั้น 10. เพิ่ม Google Hangouts Application ไปที่หน้าต่าง Google Chrome ผู้ใช้สามารถโหลด Google Hangouts Application ลงบนหน้าต่างเว็บไซต์ Google Chrome ซึ่งจะเป็นไอคอนอันเล็กอยู่ทางซ้ายมือ ข้อดีของการติดตั้ง Hangouts app ลงไปคือ สะดวกในการเข้าใช้งาน เพียงแค่คลิ๊กที่ตัวไอคอนก็เริ่มใช้งานได้แล้ว นอกจากนี้หากผู้ใช้งานย้ายไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่น ก็ยังสามารถล็อคอินอีเมลของตัวเองแล้วเริ่มใช้งานได้ปกติ เหมือนกับใช้งานบนคอมพิวเตอร์ประจำของตัวเองได้เลย ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  2. การใช้อีเมลธุรกิจช่วยให้คุณแบ่งปันข้อมูลข่าวสารได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะกับเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า แต่การสร้างแบบร่างอีเมลแต่ละฉบับนั้นค่อนข้างกินเวลา ทางกูเกิ้ลแนะนำ Smart Compose ลูกเล่นใหม่จาก Gmail ที่ใช้ระบบ AI อัจฉริยะ ช่วยให้คุณเขียนอีเมลฉบับร่างได้รวดเร็วมากขึ้น Smart Compose ทำงานอย่างไร? ตั้งแต่การเขียนส่วนหัว ตลอดจนส่วนปิดท้ายของอีเมล (รวมถึงเนื้อหาต่างๆ ภายในอีเมลด้วย) ฟีเจอร์ Smart Compose จะแนะนำประโยคที่สมบูรณ์ให้คุณ เพื่อช่วยให้คุณเขียนอีเมลฉบับร่างได้ง่ายมากขึ้น คุณสามารถเขียนอีเมลตามที่คุณต้องการได้ตามปกติและ Smart Compose จะให้คำแนะนำขณะที่คุณพิมพ์ เมื่อเห็นคำที่คุณต้องการแสดงขึ้นมา เพียงแค่กดปุ่ม “Tab” เพื่อเลือกใช้คำแนะนำนั้น Smart Compose ช่วยให้คุณประหยัดเวลา โดยการลดการเขียนประโยคซ้ำๆ รวมถึงลดโอกาสในการสะกดคำผิดและข้อผิดพลาดทางไวยกรณ์อีกด้วย แม้กระทั่งอาจแนะนำประโยคตามบริบทที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่นสมมติว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ ระบบอาจแนะนำ "Have a great weekend!" เป็นประโยคปิดท้ายให้อีกด้วย ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  3. บริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกแก่พนักงานด้วย G Suite เมื่อฝ่ายสิ่งอำนวยความสะดวก หรือฝ่ายบริหารอาคารได้รับคำร้องจากพนักงาน จะช่วยให้ดำเนินการตามคำขออย่างไรให้รวดเร็ว? ลองสร้างและตั้งค่าเว็บไซต์ของบริษัทด้วยเครื่องมือจาก G Suite อย่าง Google Sites หรือเพิ่มหน้าเพจทีมสิ่งอำนวยความสะดวกไปยังเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้ว ให้พนักงานสามารถกรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้องผ่าน Google Forms ไม่ว่าจะเป็นรายงานการซ่อมบำรุงอาคาร หรือลานจอดรถ จองห้องประชุม หรือบริการจัดเลี้ยง ทีมงานอำนวยความสะดวกก็จะได้รับอีเมลแจ้งเตือน เพื่อดำเนินการตามคำร้องต่อไป BENEFITS แบบฟอร์มสำหรับคำขอบริการต่างๆ ที่เป็นส่วนกลางทำให้ง่ายต่อการอัปเดตอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานใช้แบบฟอร์มที่ถูกต้อง พนักงานสามารถกรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้องได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือแล็บท็อป ไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะที่ให้บริการโดยเฉพาะ หรือเอกสารที่เป็นกระดาษจำนวนมาก คำขอจะถูกประมวลผลเพื่อส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  4. ค้นหาและปรับแต่งสิ่งที่ต้องใช้ในการนำเสนอล่าสุด และเอกสารต่างๆ ของทีมขายสำหรับนำเสนอลูกค้าได้ใน Google Drive เก็บไฟล์ที่ใช้ในการนำเสนอของบริษัท คำอธิบายการทำงาน หรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลงในโฟลเดอร์ที่แชร์ร่วมกันบน Google Drive เคื่องมือยอดนิยมจาก G Suite ซึ่งจะทำให้ทีมขายสามารถเข้ามาหาข้อมูลที่ต้องการได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือแล็บท็อป ทำการคัดลอกข้อมูล แล้วปรับแต่ง แก้ไขข้อมูล เพื่อการนำเสนอที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคน BENEFITS ทีมขายของคุณจะสามารถมีข้อมูลประกอบการขายที่อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ เมื่อข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือบริการมีการเปลี่ยนแปลง คุณสามารถอัปเดตข้อมูลได้ในที่เดียว การจัดเก็บข้อมูลให้เป็นศูนย์กลาง จะช่วยให้ทีมของคุณสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  5. จัดการทรัพยากรสำหรับโครงการของบริษัทด้วย Google Sheets รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดของโครงการต่างๆ แล้วแจกจ่ายทรัพยากรเฉพาะที่จำเป็น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลองให้ผู้จัดการหรือผู้ที่เป็น Admin ของบัญชี G Suite ใช้ Google Sheets เพื่อรวบรวมคำร้องขอใช้ทรัพยากรทั้งหมด อย่างเช่น งบประมาณ เครื่องมือ หรือรายละเอียดอื่นๆที่ต้องการใช้ แล้วแชร์ไฟล์ให้กับผู้จัดการโครงการใน Google Drive เมื่อผู้จัดการผู้ดูแลโครงการอัปเดต Sheets ตามความต้องการของโครงการ ผู้จัดการจะจับคู่ข้อมูลทรัพยากรที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ นอกจากนี้ผู้จัดการยังสามารถส่งการแจ้งเตือนของโครงการให้มีการอัปเดตเอกสารได้ และแจ้งเตือนเมื่อรายงานนั้นเสร็จสิ้น BENEFITS • ผู้จัดการโครงการสามารถเข้าถึงและอัปเดตคำร้องจากที่ใดก็ได้ รวบรวมความต้องการของโครงการไว้ในเอกสารเพียงฉบับเดียว • ผู้จัดการสามารถส่งการแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็ว เพื่ออัปเดตทุกคนพร้อมๆกัน ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  6. ถ้าในวันหนึ่งคุณได้รับแจ้งเตือนอีเมลเป็นร้อยครั้ง จากที่มีประโยชน์อาจกลายเป็นความน่ารำคาญได้ และเหตุนี้เองทางกูเกิ้ลจึงแนะนำฟีเจอร์หนึ่งที่แจ้งเตือนเวลามีอีเมลเข้า เฉพาะอีเมลสำคัญเท่านั้น การแจ้งเตือนที่ว่านี้ใช้ประโยชน์จากระบบอัจฉริยะของ Gmail และความสามารถจาก AI ที่ช่วยจำแนกอีเมลที่คุณน่าจะเปิดอ่าน สำหรับการเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ เลือกตรง “High priority only” จากแถบแจ้งเตือนในเมนูการตั้งค่า Gmail ของคุณบนระบบ IOS ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้เฉพาะระบบ IOS เท่านั้น ส่วนผู้ใช้ Android อาจจะต้องอดใจรออีกหน่อย ซึ่งทางกูเกิ้ลหวังว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยตอบโจทย์การใช้อีเมลสำหรับองค์กร หรืออีเมลบริษัทได้เป็นอย่างดี เพราะจะมีแต่แจ้งเตือนอีเมลธุรกิจเท่านั้น ไม่มีโฆษณามาคอยกวนใจ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  7. แจกจ่ายงานให้ภายในทีม เพื่อวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ ให้ทีมเซลล์หลักสร้างแผนรายงานข้อมูลลูกค้าใน Google Sheets หนึ่งในเครื่องมือของ G Suite แล้วแชร์ไฟล์ให้กับสมาชิกทีมแต่ละสาขา โดยที่สามารถจำกัดสิทธิ์ให้แก้ไขข้อมูลได้เฉพาะทีมของสาขานั้นๆ หรือให้สมาชิกในทีมต่างสาขาแจกแจงข้อมูลในแท็บใหม่บน Sheets หรือนำข้อมูลจาก Sheets หนึ่งมาใช้สูตรคำนวณอีก Sheets ก็ได้ เมื่อรวบรวมข้อมูลเรียบร้อยแล้ว สร้าง Sheets หลักขึ้นมา เพื่อใส่ผลสรุปข้อมูลต่างๆ แล้วแชร์ให้กับสามารถในทีมแต่ละสาขาอีกครั้งหนึ่ง ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  8. ไม่ว่าคุณจะกำลังอยู่ในช่วงหยุดพักร้อน หรือแค่พักผ่อนหลังเลิกงาน Google Calendar จาก G Suite ที่จะช่วยให้คุณใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ไม่มีงานเข้ามากวนใจอีก ทางกูเกิ้ลแนะนำตัวเลือกใหม่ “Out of Office” ที่ให้คุณจัดตารางเวลาและชั่วโมงทำงานได้ดียิ่งขึ้น ระบุว่าคุณไม่อยู่ออฟฟิศ เมื่อสร้างอีเว้นท์บน Calendar เลือกตัวเลือก “Out of Office” สถานะของคุณจะดูแตกต่างจากคนอื่น เพื่อแสดงว่าคุณไม่ว่างหรือไม่อยู่ที่ออฟฟิศ นอกจากนี้ยังสามารถปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมหรืออีเว้นท์ทุกอันบน Calendar ให้โดยอัตโนมัติในช่วงระยะเวลาที่คุณไม่ว่าง คุณสามารถปรับแต่งทั้งข้อความปฏิเสธรวมถึงการแสดงสถานะเมื่อคุณไม่อยู่ที่ออฟฟิศ จำกัดชั่วโมงทำงานของคุณ โดยการตั้งค่าชั่วโมงทำงานของคุณ ป้องกันเวลาส่วนตัวจากเวลาทำงาน ใครก็ตามที่กำลังจะจัดตารางประชุมจะได้รับการแจ้งว่าคุณไม่ว่างในเวลานั้นๆ คุณสามารถตั้งค่าชั่วโมงการทำงานของคุณเป็นช่วงๆ ได้ทุกช่วงเวลาของสัปดาห์ ด้วยตัวเลือกใหม่นี้คุณสามารถปรับเวลาการทำงานของคุณในแต่ละวันได้อย่างอิสระ ตามไทม์โซน และรูปแบบการตั้งค่าเวลาที่ผ่านมาของคุณ Google Calendar สามารถสรุปเวลาทำงานของคุณได้ คุณอาจเห็นข้อความเด้งขึ้นมาเพื่อตั้งค่าให้อัตโนมัติ แต่คุณสามารถปรับแต่งได้ตามที่ต้องการ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  9. สร้างรายการสิ่งที่ต้องทำแบบง่ายๆ สำหรับทีมอำนวยความสะดวก เมื่อทีมอำนวยความสะดวกของบริษัท สามารถแบ่งหมวดหมู่งานและตรวจสอบจ็อบเล็กๆ ที่เสร็จแล้วได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อมีงานหลายอย่างเตรียมไว้ที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษา ตามที่พนักงานในบริษัทได้ยื่นคำร้องไว้ ลองให้ผู้จัดการฝ่ายสิ่งอำนวยความสะดวกสร้างรายการงานที่ต้องทำแบบสั้นๆ ง่ายๆ โดยใช้ Google Keep ใน G Suite ให้ผู้จัดการเพิ่มงานแต่ละงานเป็นช่องแบบเช็คลิสต์ แบ่งงานให้กับพนักงานแต่ละคน แล้วให้พนักงานเข้ามาดูสิ่งที่พวกเขาต้องทำได้จากโทรศัพท์มือถือ เมื่องานนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็แค่ใส่เครื่องหมายถูกในช่องสี่เหลี่ยม ผู้จัดการก็จะสามารถดูว่างานไหนเสร็จแล้วบ้างแบบเรียลไทม์เลย และยังสามารถติดตามงานอื่นๆ ที่ต้องการได้ด้วยแชท Google Hangouts BENEFITS สมาชิกในทีมแต่ละคนจะมีชุดคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย ที่สามารถดูได้จากโทรศัพท์มือถือ ผู้จัดการหรือพนักงานสามารถเพิ่มโน้ต หรือภาพลงไปในรายการเพื่อเพิ่มคำชี้แจงได้ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  10. ตอบกลับอีเมลต่างๆ ด้วยข้อความสำเร็จรูป เมื่อคุณสามารถสร้างตัวกรองใน Gmail และตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติสำหรับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าได้อย่างง่ายดาย เพื่อการจัดการที่ดียิ่งขึ้น ให้ผู้บริหารและพนักงานสร้างตัวกรองใน Gmail เครื่องมือยอดนิยมตลอดกาลจาก G Suite ข้อความขาเข้าจะถูกติดป้ายกำกับอัตโนมัติและถูกลบออกจากกล่องจดหมายจนกว่าพวกเขาจะสามารถอ่านข้อความเหล่านั้นได้ในเวลาที่ต้องการ และยังสามารถเขียนข้อความตอบกลับสำเร็จรูป อย่างเช่น เอกสารการจัดส่ง ใบสั่งซื้อ และอื่น ๆ แล้วกำหนดข้อความตอบกลับสำเร็จรูปนั้นให้กับตัวกรองที่ตั้งค่าไว้ในตอนแรก ซึ่งวิธีตั้งค่าข้อความสำเร็จรูปมีดังนี้ ล็อกอินเข้าสู่บัญชี Gmail ของคุณ คลิกไอคอนรูปเฟือง แล้วเลือก Setting เลือกแท็บ Labs ดูที่ตัวเลือก Canned Responses แล้วทำการเปิดใช้งาน คลิกที่ปุ่ม Compose สร้างอีเมลขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความที่คุณต้องการบันทึกให้เป็นข้อความตอบกลับสำเร็จรูปได้เลย คุณสามารถสร้างกี่ข้อความก็ได้ BENEFITS ด้วยข้อความตอบกลับสำเร็จรูปและตัวกรอง ช่วยให้ผู้บริหารและพนักในบริษัทสามารถแบ่งประเภท หรือจัดการอีเมลได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ผู้บริหารและพนักงานในบริษัทใช้เวลาน้อยลงกับการจัดการอีเมลซ้ำๆเดิมๆ ช่วยให้การทำงานลื่นไหลมากขึ้น ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  11. เพิ่มประสิทธิภาพการอบรมพนักงานด้วยบททดสอบ บริษัทของคุณสามารถติดตามผลการอบรมของพนักงานจากได้ด้วย Google Forms ให้ทีมเทรนนิ่งของบริษัทคุณสร้างบททดสอบหลังจากจบแต่ละคอร์สใน Google Forms แอปพลิเคชันหนึ่งใน G Suite แล้วตั้งค่าให้ทุกการซับมิทเข้ามาลิงก์ไปยัง Google Sheets เมื่อพนักงานส่งคำตอบ Forms จะเก็บชื่อบัญชีและคำตอบของแต่ละคนลงใน Google Sheets ทีมเทรนนิ่งจะสามารถใช้ข้อมูลจาก Sheets ช่วยให้พนักงานได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมทักษะของพนักงาน BENEFITS ช่วยให้วัดผลประสิทธิภาพการอบรมของบริษัทได้อย่างง่ายดาย เข้าถึงผลการดำเนินงานได้ทันที รวมถึงสร้างกราฟแบบเรียลไทม์ได้หากจำเป็น ช่วยสนับสนุนเป้าหมายการอบรมของบริษัท เพื่อทำให้มั่นใจว่าพนักงานมีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างดี ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  12. สร้างการเชิญเข้าร่วมงานอีเว้นท์พิเศษของบริษัทง่ายๆ ได้ด้วย Google Forms และ Google Sheets ให้ฝ่ายประสานงานสร้างแบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าร่วมงานอีเว้นท์ของบริษัทใน Google Forms หนึ่งในแอปพลิเคชันยอดฮิตของ G Suite ส่งไปที่อีเมลของพนักงานแต่ละคนที่ได้รับเชิญ เมื่อพนักงานทำการกดซับมิทแบบฟอร์ม ผลการลงทะเบียนและข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดจะถูกบันทึกลงใน Google Sheets โดยอัตโนมัติเมื่อคุณมีการตั้งค่าให้ Google Forms ลิงก์เข้ากับ Google Sheets ฝ่ายประสานงานจะสามารถดูรายชื่อพนักงานที่เข้าร่วมงานได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ข้อมูลทุกอย่างยังเป็นข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดเสมอ BENEFITS บันทึกข้อมูลการลงทะเบียนใน Sheets โดยอัตโนมัติ ลดการตอบกลับเข้าร่วมงานทางอีเมลของพนักงาน ซึ่งวิธีตอบกลับทางอีเมลอาจใช้เวลานาน และเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  13. เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ Google Forms จาก G Suite สร้างแบบฟอร์ม ผลการสำรวจ แบบสอบถาม บททดสอบ และอื่นๆ ให้มีรูปแบบหลากหลาย สวยงาม ตรงใจผู้ใช้มากขึ้น ทางกูเกิ้ลประกาศตัวเลือกธีมใหม่แบบปรับแต่งเองได้มากขึ้นใน Google Forms วันนี้คุณสามารถเลือกสีฟอนต์ที่มีความหลากหลายได้แล้ว เลือกธีมและสีพื้นหลัง คุณสามารถเลือกสีธีมที่คุณต้องการ โดยสีที่คุณเลือกจะแสดงบริเวณส่วนหัวของ Forms, หัวข้อ, ปุ่มต่างๆ เป็นต้น คุณสามารถเลือกสีได้จากชาร์ตสีที่มีอยู่แล้ว หรือปรับแต่งได้เองตามต้องการ นอกจากนี้คุณยังสามารถ เลือกโทนสีที่ใกล้เคียงกันสำหรับพื้นหลังได้ เลือกรูปภาพสำหรับส่วนหัว ตามการตั้งค่าปกติ ส่วนหัวของ Forms จะจับคู่สีให้เข้ากับธีมที่คุณเลือก คุณสามารถเปลี่ยนสี หรือเลือกรูปภาพให้แสดงบริเวณส่วนหัวของ Forms ได้ถ้าคุณต้องการ ปรับแต่งรูปแบบฟอนต์ คุณสามารถเลือกฟอนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ฟอนต์ที่คุณเลือกจะปรากฏบริเวณหัวข้อ และข้อความที่เป็นคำถาม
  14. เมื่อเร็วๆ นี้ ทางกูเกิ้ลประกาศเกี่ยวกับ Google Tasks เวอร์ชันใหม่ เครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถติดตามสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน จัดการรายการต่างๆ หรือติดตามกำหนดการที่สำคัญได้บนโทรศัพท์มือถือ หรือบนเว็บเบราวเซอร์ และในวันที่ 28 มิถุนายน 2018 ที่กำลังจะถึงนี้ Google Tasks จะเปิดตัวในฐานะบริการหลักของ G Suite แบบสแตนอโลน ซึ่งก่อนหน้านี้ Google Tasks เปิดให้ใช้งานเป็นฟีเจอร์หนึ่งของ Gmail และ Google Calendar เท่านั้น Tasks จะเปิดให้ใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น แต่สามารถปิดการใช้งานได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการใน Admin console เข้าไปที่ Apps > G Suite ในฐานะที่เป็นบริการหลักของ G Suite Google Tasks จะได้รับการคุ้มครองภายใต้ข้อตกลง G Suite ที่มีอยู่ของคุณ และจะให้การสนับสนุนด้านเทคนิคและการให้บริการเหมือนกันกับบริการหลักอื่น ๆ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
  15. เพิ่มปฏิสัมพันธ์ในการฝึกอบรมระหว่างวิทยากรกับพนักงานด้วยเครื่องมือจาก G Suite ไม่ว่าพนักงานของคุณจะอยู่ที่ไหน สาขาใด เทรนเนอร์ก็สามารถฝึกอบรมพนักงานให้มีปฏิสัมพันธ์ได้แบบเรียลไทม์ ด้วยแอพจาก G Suite ลองให้วิทยากรสร้างหลักสูตรฝึกอบรมใน Google Slide และใช้ Google Sheets แทนหนังสือแบบฝึกหัดที่ตรงกันกับหลักสูตร กำหนดให้แต่ละแท็บใน Sheets เป็นแบบฝึกหัดแต่ละบทสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม ในช่วงระหว่างการอบรม วิทยากรสามารถแชร์สไลด์ทั้งหมด รวมถึงแบบฝึกหัดได้อีกด้วย นอกจากนี้วิทยากรยังสามารถคอมเมนต์แบบฝึกหัดใน Sheets ของผู้เข้าร่วมอบรมได้โดยตรง วิทยากรกับผู้เข้าอบรมสามารถโต้ตอบกันแบบเรียลไทม์ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะในช่วงระหว่างอบรม หรือหลังจากจบคอร์สแล้วก็ได้ BENEFITS พนักงานใช้หนังสือแบบฝึกหัดแบบเดียวกันแบบดิจิตัล เพื่อให้วิทยากรสามารถตรวจสอบและเสนอแนะคำตอบของแต่ละคนได้แบบเรียลไทม์ พนักงานสามารถเข้าถึงไฟล์งานนำเสนอการฝึกอบรมของวิทยากร และได้รับข้อมูลอัปเดตตามที่ปรากฏ วิทยากรให้ข้อเสนอแนะแบบเรียลไทม์ได้โดยตรงในหนังสือแบบฝึกหัดบน Google Sheets ดังนั้นจึงง่ายต่อการติดตามผล ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ G Suite ได้ที่นี่ ที่มา - Demeter ICT
×