Jump to content
hoilodonline

ยิ่งรู้มาก ยิ่งไม่รู้อะไรเลย

Recommended Posts

แนะนำหน่อยนะครับ กำลังหาข้อมูลอยู่หลายเรื่อง แต่ยิ่งมีข้อมูลมากขึ้นก็ไม่แน่ใจว่าตกลงในความต้องการแบบนี้ อะไรที่ดีที่สุด เหมาะที่สุด

ผมเป็นช่างภาพครับ ถ่ายงานวันหนึ่งเกิน 8 GB เก็บไฟล์สำรองไว้ทั้งหมดซึ่งเปลืองฮาร์ดดิสมาก ปกติซื้อเป็น External Hdd แต่เคยพังไป เลยอยากได้ฮาร์ดดิสดีๆมีความปลอดภัยสูง เลยลองดูแบบที่ทำ Raid ได้ พอดูๆไป ก็อยากขยับขึ้นไปเล่นตัวที่ทำระบบ NAS ได้ เอาไปต่อกับทีวีเล่นหนังFull-HDได้ ซึ่งพอถึงจุดนี้ มีอุปกรณ์หลายตัวที่ทำงานเหล่านี้ได้ เช่น

 

1.ใช้ MBP เล่นไฟล์หนัง Full-HD สตรีมไปที่ Smart TV โดยใช้โปรแกรม Plex, เก็บไฟล์งานไว้ใน External HDD RAID (ประหยัดงบ สบายกระเป๋า)

 

2.ใช้ Media Player (DUNE?) ต่อกับ NAS เล่นไฟล์หนัง Full-HD สตรีมไปที่ Smart TV , เก็บไฟล์งานไว้ใน NAS ได้เลย (ได้ Personal Cloud เป็นของแถม แต่จ่ายแพงหน่อย)

3.ใช้ MBP + Airport Express/Airport Extreme/Apple TV + External HDD RAID เล่นไฟล์หนัง Full-HD สตรีมไปที่ Smart TV, ทำ Airport Express/Airport Extreme/Apple TV + External HDD RAID ให้เป็น AirPort Disk กลายเป็น Personal Cloud, เก็บไฟล์งานไว้ใน External HDD RAID ( อันนี้ดูวุ่นวาย แต่ประหยัดกว่า)

 

เพื่อนๆพี่ๆใช้วิธีไหนกันอยู่ครับ ตอนนี้ที่มีอยู่แล้วคือ MBP,MBA,MacPro,iPhone,LG SmartTV ครับ

ไม่รู้ว่าตกลงจะต้องซื้ออะไรดีเพื่อให้มันใช้งานได้ดีที่สุด หรือต้องเซตอะไรกับอะไร

 

 

External HDD RAID, NAS, Media Player, RAID, Airport Express/Airport Extreme/Apple TV+iCloud

 

หรือถ้ามีวิธีอื่นๆบอกได้เลยนะครับ ขอบคุณมาก

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทุก Media ที่คุณถามมา ต่างมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป

 

ต้องวิเคราะห์ก่อนว่า เราจะเน้นเก็บข้อมูล หรือ เน้นประมวลผลข้อมูลที่อยู่บน Storage

หากเน้นประมวลผลข้อมูล คือไฟล์ภาพคุณเก็บอยู่ External HDD ก็มีแค่ทางเลือกเดียวคือหา External HDD ที่รองรับ Raid

 

กับ MBP ไม่ค่อยมีทางเลือกเท่าไร ก็คงต้องเลือกที่รับส่งข้อมูลได้เร็วที่สุด ก็ไม่พ้น USB กรณีของ Media Player ตัดออกไปได้เลย ไม่สะดวกในหารใช้งานประเภทนี้

เน้นประหยัดเวลา ก็ต้องเลือกทางนั้นครับ

 

หากเน้นพื้นที่เก็บข้อมูล และ รองรับได้พร้อมกันหลายเครื่อง ก็ต้องเลือก NAS

หากเลือก NAS การทำงานภาพ (คือระหว่างประมวลผล) แล้วทำบน NAS เลย ก็จะค่อนข้างช้าไปหน่อย คุณควรที่จะประมวลผลบน HDD ที่เครื่อง MBP แล้วค่อยสำเนาหรือแบ็คอัพไปไว้บน NAS

 

แต่สำหรับผมๆใช้ iMac ที่มี HDD 1TB ในการทำงานอยู่แล้ว การประมวลผลก็ทำบนเครื่อง และมี NAS ไว้สำหรับสำรองข้อมูลต้นฉบับ และโยนไฟล์งานที่ทำเสร็จแล้วและได้ Final งานไฟล์หมดแล้วไปเก็บแยกอีกชุด ข้อมูลที่อยู่บน iMac จะมีแต่เฉพาะ raw และสามารถลบออกได้ตลอดเวลา หากงานชุดไหนไม่จำเป็นแล้ว (เพราะไงก็มีชุดแบ็คอัพเก็บไว้ที่ NAS อยู่แล้ว)

ส่วนเจ้า Dune ก็เน้นเล่นหนังไปครับ ต่อผ่าน NAS ก็เหมาะสม สะดวก ผมก็ใช้แบบนี้อยู่

 

ทำมาหลายวิธี และวิธีที่ดีที่สุด และมี Mirror Data ไว้ด้วยเพื่อความปลอภัย ยังไม่มีโซลูชั่นไหนสะดวกสบายเท่า NAS และมีพื้นที่ ที่สามารถขยับขยายได้ง่ายและสะดวก

เคยใช้จำพวก USB HDD มันก็โอเคในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สะดวกเท่า NAS แต่ NAS ความเร็วในการใช้งานไม่เร็วเท่าไร หากจะให้เร็ว มันต้อง SAN

 

 

 

แต่ตามความต้องการของคุณ... ดูๆแล้วไม่พ้น NAS หรอกครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณมากครับ วิธีทำงานโดยปกติคือพอถ่ายงานเสร็จ(ถ่ายลงคอม) จะทำ Colour Edit และ Mood&Tone ในคอมแล้ว Process+Convert ออกมาเก็บไว้ในแบคอัพเลยครับ สิ่งที่อยู่ในแบคอัพจะมีทั้งไฟล์ RAW+xmp, TIFF, JPG ทั้งหมดของงานนั้นๆครับ พอจัดการไฟล์ที่อยู่ในคอมเสร็จแล้วโยนไปไว้ในแบคอัพเรียบร้อยแล้ว ผมลบงานที่อยู่ในคอมทิ้งหมดเลยครับ HDDของคอมสะอาดเอี่ยม แต่Ext.HDD เต็ม55555

ดู NAS ตัวนี้อยู่ครับ Synology DS412+ 002.jpg

และ LaCie 5big Network 2 5big_3Qtr-Right_NEW_ON.jpg

Share this post


Link to post
Share on other sites

ราคาต่างกันใช้ได้เลย แต่ถ้าตัวไหนดีก็คงเอาตัวนั้นครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

หากถามผมเรื่อง NAS ผมฟันธง Synology รุ่นใหญ่ๆ เอาราคาเท่ากับตัวข้างบนที่พี่หยิบมาถาม แล้วไปวางระบบ Gigabit Network ดีๆ

ผมว่า Synology ไม่ได้เป็นรองตัวไหน

 

แอบเชียร์ เพราะใช้งานอยู่ ที่สำคัญคือ firmware ของ Synology เด็ดมากครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

RAID is not a back up.

 

ถ้าอยากได้ความมั่นใจว่าข้อมูลจะไม่หาย ซื้อ external HD 2 ลูกมาเก็บข้อมูลโดยเฉพาะดีกว่าครับ

 

RAID เอาไว้ใช้เป็นพื้นที่ทำงานเยอะ ๆ เท่านั้นพอ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณมากครับ วิธีทำงานโดยปกติคือพอถ่ายงานเสร็จ(ถ่ายลงคอม) จะทำ Colour Edit และ Mood&Tone ในคอมแล้ว Process+Convert ออกมาเก็บไว้ในแบคอัพเลยครับ สิ่งที่อยู่ในแบคอัพจะมีทั้งไฟล์ RAW+xmp, TIFF, JPG ทั้งหมดของงานนั้นๆครับ พอจัดการไฟล์ที่อยู่ในคอมเสร็จแล้วโยนไปไว้ในแบคอัพเรียบร้อยแล้ว ผมลบงานที่อยู่ในคอมทิ้งหมดเลยครับ HDDของคอมสะอาดเอี่ยม แต่Ext.HDD เต็ม55555

ดู NAS ตัวนี้อยู่ครับ Synology DS412+ 002.jpg

และ LaCie 5big Network 2

 

แบบนี้ ถ้าข้อมูลมีแค่ copy เดียว ผมว่ามันไม่ใช่ back up อ่ะครับ...

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

อึ่ม... RIAD นี่ปลอดภัยสุดแล้ว หากใช้ RIAD 1 แล้วยังไม่มั่นใจ คงเหนื่อยล่ะ

ขอให้เครื่องมันดีจริงเถอะ RIAD เป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุด สะดวกที่สุด ไม่มีปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน ไม่พลาดในการทำ data mirror

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

exter

แบบนี้ ถ้าข้อมูลมีแค่ copy เดียว ผมว่ามันไม่ใช่ back up อ่ะครับ...

ระหว่างซื้อExternal HDD สองลูกเพื่อนแบคอัพกันเอง มันต่างจาก HDD RAID1 RAID5 อย่างไรบ้างครับ

ตอนนี้มี External HDD 1 TB อยู่ 4 ลูกแล้ว 500 GB อีกหลายลูกเก่าๆ แต่กลัวมันพัง เลยว่าจะซื้อ RAID ครับ แต่ถ้า External HDD มีวิธีแบคอัพแบบไหนที่ปลอดภัยบ้างครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อึ่ม... RIAD นี่ปลอดภัยสุดแล้ว หากใช้ RIAD 1 แล้วยังไม่มั่นใจ คงเหนื่อยล่ะ

ขอให้เครื่องมันดีจริงเถอะ RIAD เป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุด สะดวกที่สุด ไม่มีปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน ไม่พลาดในการทำ data mirror

 

RAID 1 ก็ ok ครับ แต่ถ้าจะทำแบบนี้ผมว่าไม่ต่างอะไรกับเขียน back up script ขึ้นมาเอง หรือใช้โปรแกรมพวก CCC ไม่ต้องซื้อกล่องมาใส่ก็ได้ค่า USB hub ถูกกว่าค่า RAID box เยอะอยู่

 

data center ที่ต้องการ security มาก ๆ มักจะใช้ RAID 10 กัน ซึ่ง set up แบบนี้ยอมให้ HD ตายได้ 2++ ขึ้นไป แล้วก็ mirror อีกทีนึง

 

RAID ส่วนใหญ่ที่มันจะเจ๊ง เห็นหน้าซีดกันมาเยอะต่อเยอะแล้วเนี่ย มักจะเป็นตอน rebuilding raid array ตอนที่เจอ degraded drive หรือไม่ก็ upgrade volume เนี่ยแหละครับ RAID 5 นะ ตัวดีเลย... rebuild ไม่ผ่านกันเพียบ เจอทุกยี่ห้อเลย ไม่ว่าจะเป็น soft/hard raid

 

ปีแรก ๆ ที่ซื้อไปมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผ่านไปซัก 4-5 ปี ตอนที่ HD มันกำลังจะหมดอายุพร้อม ๆ กันนะ... เตรียมเสียวได้เลย :P

Share this post


Link to post
Share on other sites

exter

ระหว่างซื้อExternal HDD สองลูกเพื่อนแบคอัพกันเอง มันต่างจาก HDD RAID1 RAID5 อย่างไรบ้างครับ

ตอนนี้มี External HDD 1 TB อยู่ 4 ลูกแล้ว 500 GB อีกหลายลูกเก่าๆ แต่กลัวมันพัง เลยว่าจะซื้อ RAID ครับ แต่ถ้า External HDD มีวิธีแบคอัพแบบไหนที่ปลอดภัยบ้างครับ

 

RAID 1 มันเขียนข้อมูลลงมาพร้อม ๆ กันครับ

USB HD เราต้องมานั่งไล่ sync เอง (ซึ่งสำหรับผม คิดว่ามันไม่น่ายากเท่าไหร่)

 

ทีนี้ ประโยชน์ของ RAID เนี่ย ผมมองว่ามันทำให้ได้ drive ที่ ใหญ่ + ไว กว่า HD หลาย ๆ ตัวเท่านั้นเอง + ปลอดภัยเรื่อง disk failure ขึ้นมาอีกนิ๊ดนึง

 

set up ของผม ก็จะเก็บข้อมูลที่ยังทำงานอยู่ + งานที่ไม่เก่ามาก ๆ ไว้ใน raid 5 หลังจากนั้นก็ copy เอาข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ หรืองานที่เสร็จไปแล้วลงไปใน external HD อีก 2 ตัวซึ่ง mirror กันครับ อันไหนที่ไม่แคร์มาก ก็ทิ้งไว้บน raid array น่ะแหละ

สรุปคือมี 3 copies

1 raid + 2 x mirrored external HD

 

ของที่ทำงาน มี RAID 5 บน file server 1 set up บน Xserve (RAID ของ Apple ห่วยมากกกกกกก ๆ ไม่แนะนำเลย) หลังจากนั้นก็ทำการ sync ข้อมูล back up ไว้บน RAID 5 ที่ทำบน FreeNAS อีกตัวนึง

Share this post


Link to post
Share on other sites

RAID 1 ก็ ok ครับ แต่ถ้าจะทำแบบนี้ผมว่าไม่ต่างอะไรกับเขียน back up script ขึ้นมาเอง หรือใช้โปรแกรมพวก CCC ไม่ต้องซื้อกล่องมาใส่ก็ได้ค่า USB hub ถูกกว่าค่า RAID box เยอะอยู่

 

data center ที่ต้องการ security มาก ๆ มักจะใช้ RAID 10 กัน ซึ่ง set up แบบนี้ยอมให้ HD ตายได้ 2++ ขึ้นไป แล้วก็ mirror อีกทีนึง

 

RAID ส่วนใหญ่ที่มันจะเจ๊ง เห็นหน้าซีดกันมาเยอะต่อเยอะแล้วเนี่ย มักจะเป็นตอน rebuilding raid array ตอนที่เจอ degraded drive หรือไม่ก็ upgrade volume เนี่ยแหละครับ RAID 5 นะ ตัวดีเลย... rebuild ไม่ผ่านกันเพียบ เจอทุกยี่ห้อเลย ไม่ว่าจะเป็น soft/hard raid

 

ปีแรก ๆ ที่ซื้อไปมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผ่านไปซัก 4-5 ปี ตอนที่ HD มันกำลังจะหมดอายุพร้อม ๆ กันนะ... เตรียมเสียวได้เลย :P

 

ส่วนใหญ่ จะคัดเลือก HDD ในการใช้งานให้ครบก่อน ไม่ควรมา up HDD เพิ่มที่หลัง

การวางแผนงานทำ Raid Storage ให้ทำในครั้งแรกในคราวเดียว

 

 

 

Solution Backup มันมี 2 ชั้น

ชั้นแรก... คือ RAID1 หรือ RAID5

ชั้นที่สอง... คือ External copy data แยกออกไปเก็บ

 

 

RAID ไม่ได้ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด แต่มันตอบโจทย์กับงานที่ต้องมี Large Volume ได้ และตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาสำเนาข้อมูลซ้ำซ้อน และลืมทำ backup (กรณีที่เราใช้ external hdd)

ขนาด HDD เกิน 2TB ยังน่ากลัวไปสำหรับงานที่จะเอา HDD เป็นลูกๆมาต่อใช้งานเดี่ยวๆ แต่ RAID มันจะทำเรื่องนี้ได้ โดยที่มันจะรองรับไปได้หลายสิบ TB

 

 

ไม่มี Solution ไหนดีที่สุด มันต้อง Mix Solution เข้าด้วยกัน

 

 

 

มีเรื่องหนึ่งคือ ระหว่างที่เรา copy external hdd ไปอีก external hdd มันจะช้ามาก และไปโหลดซีพียูเครื่อง ทำให้เราสูญเสียความเร็ว I/O ไปโดยใช่เหตุ

หากใช้ NAS + RAID เจ้า NAS มันรองรับตรงนี้ด้วย Hardware Raid ซึ่งมันดีกว่า Direct I/O บนยอร์ดเครื่องคอมฯ

 

การจัดเก็บข้อมูล ก็ต้องคำนึงถึง Access time & Speed ตามมาด้วยขนาด Volume (ทำตรงนี้ให้ได้เร็วที่สุดก่อน) จากนั้น... ก็เพิ่มความั่นใจไปด้วย backup raid to external hdd อีกชุด

 

 

 

 

 

แต่... จริงๆ NAS จะมีทำงาน backup จากตัวมัน ไปอีก NAS อีกตัว... ที่เราตั้งขึ้นมา backup primary nas นะครับ

แค่...ว่าเรา งบ ถึงไหมแค่นั้น

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไหน ๆ วันนี้ก็ว่างละ แนะนำเพิ่มอีกหน่อย อิอิ

 

จากประสบการณ์ประสาทแ_ก กับ RAID 5 มาไม่นาน ทำให้เข้าใจได้ว่า ทุก ๆ ครั้งที่จะต้อง rebuild array มันสมควรที่จะต้อง back up data ใน array ก่อนเสมอ

 

ทีนี้... สมมติว่ามี ​data ใน array ขนาด 4.5TB ขึ้นมาล่ะ ทำไง... ก็ต้อง หา HD ที่มีความจุพอ ๆ กัน.... ก็ต้องซื้อ HD มาเพิ่มอย่างน้อย 3-4 ตัวอีกอยู่ดี

 

งบมันจะบานปลายไปเรื่อยนะ ๆ นะท่าน :D

Share this post


Link to post
Share on other sites

RAID 1 มันเขียนข้อมูลลงมาพร้อม ๆ กันครับ

USB HD เราต้องมานั่งไล่ sync เอง (ซึ่งสำหรับผม คิดว่ามันไม่น่ายากเท่าไหร่)

 

ทีนี้ ประโยชน์ของ RAID เนี่ย ผมมองว่ามันทำให้ได้ drive ที่ ใหญ่ + ไว กว่า HD หลาย ๆ ตัวเท่านั้นเอง + ปลอดภัยเรื่อง disk failure ขึ้นมาอีกนิ๊ดนึง

 

set up ของผม ก็จะเก็บข้อมูลที่ยังทำงานอยู่ + งานที่ไม่เก่ามาก ๆ ไว้ใน raid 5 หลังจากนั้นก็ copy เอาข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ หรืองานที่เสร็จไปแล้วลงไปใน external HD อีก 2 ตัวซึ่ง mirror กันครับ อันไหนที่ไม่แคร์มาก ก็ทิ้งไว้บน raid array น่ะแหละ

สรุปคือมี 3 copies

1 raid + 2 x mirrored external HD

 

ของที่ทำงาน มี RAID 5 บน file server 1 set up บน Xserve (RAID ของ Apple ห่วยมากกกกกกก ๆ ไม่แนะนำเลย) หลังจากนั้นก็ทำการ sync ข้อมูล back up ไว้บน RAID 5 ที่ทำบน FreeNAS อีกตัวนึง

 

 

นั้นแหละครับ... มันไม่เร็วไปกว่า Direct I/O on board และก็ไม่มีอะไรเร็วกว่านั้นด้วย (ผมถึงเริ่มโครงการ Build Mac เท่..ไงครับ)

ยัด HDD ได้ 4-6 ลูก ทำงาน direct i/o sata3 on board.

 

external access hdd ไงๆก็ไม่เร็วไปเท่าไร ส่วนเรื่องความมั่นใจกับข้อมูล หากในเครื่องเรามี storage เยอะ = กับพื้นที่บน NAS ก็ไม่ต้องไปคิดอะไรเพิ่มอีกแล้วครับ

ก็เพราะนอกจาก macpro มันก็ไม่มี mac ตัวไหนต่อ hdd ได้เกิน 2 ลูกในเครื่อง

 

ที่จะเร็วสุดๆตอนนี้คือ ThunderBolt port.

 

แต่ก็นั้นแหละ ไปคำถามและคำตอบเหมือนข้างบนๆที่เราคุยกันมา (เปลื้องซ้ำซ้อน + ไม่สะดวก)

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าต้องการเนื้อที่ และประมวลผลได้เลยโดยไม่ต้องดึงมาทำในเครื่องแบบ NAS ก็คงต้อง SAN ละครับ แต่ไม่รู้ว่า มันจะมีรุ่นเล็กๆไหม เคยใช้แต่ตัวใหญ่ๆต่อกับ Server อ่ะครับ

 

แต่ถ้าต้องการแค่ไว้เก็บข้อมูล ไม่เน้นความเร็ว NAS ก็เพียงพอครับ มีรุ่นเล็กๆให้ใช้ เอามาทำ RAID ซะ สำคัญมากก็ RAID 1 ถ้ารับความเสี่ยงได้นิดหน่อยก็ RAID 5

 

หรือใช้ RAID + Backup NAS แบบพี่ turnpro ก็ดีครับ แต่งบบาน

 

สำหรับผม NAS RAID 5 ตัวเดียว + UPS ดีๆซักตัวไว้กันไฟดับหรือไฟตกไฟกระชาก ให้มัน shutdown NAS พอแล้ว

 

แต่อะไรที่สำคัญมากๆก็มี ext HDD เก็บไว้อีกตัวครับ หรือ write ลงแผ่นยี่ห้อดีๆเก็บไว้ก็ได้ครับ สมัยก่อนผมใช้แผ่น cd KODAK สีทอง เกิน 15 ปีแล้ว มันยังไม่พังเลย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไหน ๆ วันนี้ก็ว่างละ แนะนำเพิ่มอีกหน่อย อิอิ

 

จากประสบการณ์ประสาทแ_ก กับ RAID 5 มาไม่นาน ทำให้เข้าใจได้ว่า ทุก ๆ ครั้งที่จะต้อง rebuild array มันสมควรที่จะต้อง back up data ใน array ก่อนเสมอ

 

ทีนี้... สมมติว่ามี ​data ใน array ขนาด 4.5TB ขึ้นมาล่ะ ทำไง... ก็ต้อง หา HD ที่มีความจุพอ ๆ กัน.... ก็ต้องซื้อ HD มาเพิ่มอย่างน้อย 3-4 ตัวอีกอยู่ดี

 

งบมันจะบานปลายไปเรื่อยนะ ๆ นะท่าน :D

 

 

เรื่อง...งบ ตีมูลค่าจาก มูลค่าของข้อมูล

ผมไม่ค่อยนำเรื่อง งบ มาคิด หากจะทำโซลูชั่นรักษาข้อมูลให้แบบมั่นใจได้ มันส่วนทางกันอ่ะครับ

 

 

ผมถึงแนะนำให้มอง ThunderBolt HDD ไว้ทำงาน และมี NAS สำหรับใช้งานด้วย เพราะงาน...มันคนล่ะแนวกัน แล้วเรา mix การทำงานให้สอดคล้องกัน

มันจะเพิ่มความปลอดภัย + ได้ความเร็วในระหว่าง process ไฟล์งาน

 

 

ผมถึงบอกว่า... NAS ไม่ใช่คำตอบที่ตอบโจทย์ได้หมด มันต้อง Mix

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าต้องการเนื้อที่ และประมวลผลได้เลยโดยไม่ต้องดึงมาทำในเครื่องแบบ NAS ก็คงต้อง SAN ละครับ แต่ไม่รู้ว่า มันจะมีรุ่นเล็กๆไหม เคยใช้แต่ตัวใหญ่ๆต่อกับ Server อ่ะครับ

 

แต่ถ้าต้องการแค่ไว้เก็บข้อมูล ไม่เน้นความเร็ว NAS ก็เพียงพอครับ มีรุ่นเล็กๆให้ใช้ เอามาทำ RAID ซะ สำคัญมากก็ RAID 1 ถ้ารับความเสี่ยงได้นิดหน่อยก็ RAID 5

 

หรือใช้ RAID + Backup NAS แบบพี่ turnpro ก็ดีครับ แต่งบบาน

 

สำหรับผม NAS RAID 5 ตัวเดียว + UPS ดีๆซักตัวไว้กันไฟดับหรือไฟตกไฟกระชาก ให้มัน shutdown NAS พอแล้ว

 

แต่อะไรที่สำคัญมากๆก็มี ext HDD เก็บไว้อีกตัวครับ หรือ write ลงแผ่นยี่ห้อดีๆเก็บไว้ก็ได้ครับ สมัยก่อนผมใช้แผ่น cd KODAK สีทอง เกิน 15 ปีแล้ว มันยังไม่พังเลย

 

พูดถึง SAN นี่หัวบานแน่... แต่มันก็เร็วสุดแล้วสำหรับ network storage

ใช่ครับ หากทำตามที่ผมแนะนำ งบบาน

 

หากจะเอาระดับ 200% มันก็แบบนั้นแหละ NAS + external hdd หรือ NAS + NAS Backup (อันนี้ไม่เรียกว่าบานธรรมดาครับ ... บานเช้าเลย) 555+

ต้องถามว่า จะใช้งบรักษาข้อมูล หรือจะเน้นความเร็ว access มันถึงจะวางแผนถูก

 

ได้อย่าง เสียอย่าง (อัศนี ไง) :lol:

Share this post


Link to post
Share on other sites
ส่วนใหญ่ จะคัดเลือก HDD ในการใช้งานให้ครบก่อน ไม่ควรมา up HDD เพิ่มที่หลัง

การวางแผนงานทำ Raid Storage ให้ทำในครั้งแรกในคราวเดียว

 

เมื่อ 5 ปีก่อนผมก็คิดอย่างงี้ครับ ตอนนั้นมี option ว่าเป็น 750GB หรือ 1TB เอง สมัยนี้เลือกได้เป็น 1.5 - 2 TB แล้ว

 

ยังไง ๆ ถ้าไม่อยากซื้อ NAS ใหม่ ผู้ซื้อก็ต้อง upgrade HD อยู่ดีนะ

 

มีเรื่องหนึ่งคือ ระหว่างที่เรา copy external hdd ไปอีก external hdd มันจะช้ามาก และไปโหลดซีพียูเครื่อง ทำให้เราสูญเสียความเร็ว I/O ไปโดยใช่เหตุ

หากใช้ NAS + RAID เจ้า NAS มันรองรับตรงนี้ด้วย Hardware Raid ซึ่งมันดีกว่า Direct I/O บนยอร์ดเครื่องคอมฯ

 

มันจะช้าตอน back up ครั้งแรกทีเดียวครับ หลังจากนั้น software พวก synchronization มัน detect ได้ว่า data อันไหนเก่าใหม่ ทำให้ไม่ต้องเขียนซ้ำหมดแหละ จริง ๆ ก็สะดวกไม่เท่า raid 1 หรอก แต่ราคาถูกกว่าแน่ ๆ

 

I/O ที่เขียนลงบน physical drive นั้นจริง ๆ แล้วมันก็ไม่สำคัญขนาดนั้นหรอกนะ ยกเว้น 2 กรณี คร่าว ๆ

 

1. ตัดต่อ ​HD video ซึ่ง RAID ช้าไปแน่ ๆ ข้อนี้ตัดไป

2. streaming HD content

 

งานทั่ว ๆ ไปพวก อ่านเขียนข้อมูลธรรมดา คิดว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึง read write ขนาดนั้น

 

การจัดเก็บข้อมูล ก็ต้องคำนึงถึง Access time & Speed ตามมาด้วยขนาด Volume (ทำตรงนี้ให้ได้เร็วที่สุดก่อน)

 

ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ ระหว่าง data security VS access time RAID 5 มันกลาง ๆ สำหรับงานเก็บข้อมูลทั่วไป

 

แต่... จริงๆ NAS จะมีทำงาน backup จากตัวมัน ไปอีก NAS อีกตัว... ที่เราตั้งขึ้นมา backup primary nas นะครับ

แค่...ว่าเรา งบ ถึงไหมแค่นั้น

 

ถูก...

 

 

 

 

 

จากที่ทำงานกับ NAS ที่บ้านและที่ทำงานมานาน ก็แค่อยากจะให้ท่องไว้ว่า "Raid is not a back up" ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมองและเข้าใจไว้เช่นนั้น quote นี้ ผมรู้ซึ้งเลย... วันที่มีปัญหา แล้วต้อง search google หาทางแก้

กลับกันผมกลับคิดว่า RAID มันก็เหมือนเอาไข่ไก่มาใส่รวมกันไว้ในตะกร้าเดียวอ่ะครับ วันไหนตะกร้ารั่ว (system failure) วันนั้น จบ...

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites
นั้นแหละครับ... มันไม่เร็วไปกว่า Direct I/O on board และก็ไม่มีอะไรเร็วกว่านั้นด้วย (ผมถึงเริ่มโครงการ Build Mac เท่..ไงครับ)

ยัด HDD ได้ 4-6 ลูก ทำงาน direct i/o sata3 on board.

 

ลอง check FreeNAS ดูครับ

 

เอา desktop เน่า ๆ ที่บ้านมาทำเป็น NAS ได้อีกตัว spec ไม่ต้องหรูหรา แต่ไม่ช้าไปกว่า NAS ที่ขายทั่วไปแน่นอน

 

ข้อเสียมีอย่างเดียวคือเปลืองไฟกว่า NAS ตัวจริง ๆ หลายเท่าอยู่...

Share this post


Link to post
Share on other sites

ปล 2

 

อย่าเลือกใช้ WD Green นะครับ... มันกากมากกก

WD เค๊า block มาไว้ใช้กับ workstation อย่างเดียว firmware ของ HD มันมี buffer read interval ที่ไม่เหมือนชาวบ้าน ถ้าอยากประหยัดต้องเอามา re-flash firmware ก่อน ไม่งั้น NAS คุณจะช้าาาาาาาาาาา มากกกกกกกก

 

แนะนำตัวที่เป็น black ทั้ง WD และ Seagate เลยครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เคยใช้ครับ www.freenas.org (มันเป็น FreeBSD) แต่ที่บ้านไม่อยากใช้ เพราะมันใหญ่โต เปลื้องไฟ งบเท่าๆกัน NAS ตัวเป็นๆ มันดีกว่า

freenas หากจะใช้งานให้ดี เมนบอร์ด...ต้องถึง เพราะมันใช้ I/O หนัก เมนบอร์ดราคาไม่เกิน 5-8 พัน ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร

Share this post


Link to post
Share on other sites

หมายถึงใช้เป็น backup อีกทีนึงไงครับ ไม่ได้ อ่านเขียนตลอดเวลานี่นา

 

ตอนนี้ก็ใช้อยู่เป็น core duo ธรรมดาเอง :)

Share this post


Link to post
Share on other sites

หมายถึงใช้เป็น backup อีกทีนึงไงครับ ไม่ได้ อ่านเขียนตลอดเวลานี่นา

 

ตอนนี้ก็ใช้อยู่เป็น core duo ธรรมดาเอง :)

 

อ๋อ...แบบนั้นก็ได้

 

 

หากแต่ใช้ Sysnology (ขอพูดตัวนี้ เพราะใช้งานจริงอยู่) เราสามารถเสียบ USB external HDD ได้ไม่น้อยกว่า 2 ตัว แล้วตั้ง Time Backup ใน DSM มันจะทำงาน background backup ให้แเองเลยครับ

 

โดยรวมทั้งระบบ จะประหยัด ยืดหยุ่นกว่า

Share this post


Link to post
Share on other sites

ข้อมูลดีๆทั้งนั้นเลย ขอบคุณมากๆครับ

ผมไม่เน้นความเร็วเลย เพราะไม่ได้ใช้ส่วนนี้ประมวลผล อยากแค่หาอุปกรณ์ หรือระบบอะไรก็ตาม

ที่เก็บข้อมูลมากๆและปลอดภัยสูง เรื่องงบนี่ถ้ามันดีก็ต้องกัดฟันกันหน่อย มูลค่างานต่อชิ้นบางทีมันเอามาดาว์นรถกันได้เลย

แต่จะซื้อของใหญ่ๆทั้งทีเลยอยากรอบคอบครับ

ถ้าเป็นสมัยก่อน ซื้อตู้กันความชื้นใบใหญ่ๆหน่อย เก็บฟิลม์ได้เป็นร้อยๆ

นี่เข้ายุคดิจิตอล ตามเทคโนโลยีไม่ทันเลยครับ55555

ไม่มีความรู้เรื่องเน็ตเวอร์ค หรืออะไรแบบนี้เลยครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ครับ...

 

 

เทคโนโลยี่มันก็ก้าวไปเรื่อยๆ ในอัตราเร่งทวีคูณ ฉะนั้น... จะซื้ออะไร ก็ซื้อเท่าที่จะใช้ อย่าไปเผื่อเหลือจนเกินเหตุ

เดี๋ยวมันก็ตกรุ่น 555+

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now


×