Jump to content

Leaderboard


Popular Content

Showing content with the highest reputation since 06/13/2016 in all areas

  1. 7 points
    หลังจากโดน Facebook ดึงเพื่อนไปเยอะเลย แต่ก็แปลกดีที่เว็บเราก็ยังไถมาได้อยู่ คนเข้าวันละเป็นพันคน ผมว่าเออ มันก็ยังมีทางของมันเนาะ สบายดีกันมั้ยครับ อยากจัดมีตติ้งมากเลย อาจจะปลายปีนี้ ถ้าปั๊มตังทัน สำหรับสมาชิกใหม่ๆ ผมชื่อตั้มครับ เป็น Admin และผู้ก่อตั้งร่วมกับ mike (เดี๋ยวคงมารายงานตัว) ปัจจุบันทำ Production House ถ่ายโฆษณา, VDO Present, รายการ TV, Music VDO, Concert, etc. แล้วก็ทำ Online Marketing เป็นอาหารเสริม เอ้ย งานเสริมอยู่บ้าง ตามแต่ลูกค้าต้องการ เว็บนี้อยู่มาเกิน 15 ปีแล้ว ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2002 เป็นที่สุมหัวของคนใช้ Mac กันมาอย่างยาวนาน ไม่ได้เป็นเว็บข่าว (เคยพยายาม แต่ไม่รอด) แต่เป็นเว็บ Community ที่เคยได้ความสนใจจาก iStudio ด้วยการลง Ad โฆษณาเป็นผู้สนับสนุนหลักอยู่เกือบ 10 ปี ปัจจุบันห่างหายกันไป เพราะเค้ามีการปรับรูปแบบธุรกิจ ตอนนี้ก็กลับมาทำเว็บตามใจฉันเหมือนเดิม และยังมี Unlimitmac.com เป็นผู้สนับสนุนหลักแทน (หวังว่าจะอยู่กันไปนานๆ นะฮะ ) ผมยังคงเรียกที่นี่ว่าเป็นเว็บแมคที่ห่วยที่สุดในเมืองไทยมาตลอด เพราะทำโดยคนทำเว็บไม่เป็น จะแก้โค้ดยังมึน เลยเลือกใช้ Tools อย่าง IPS (Invision Power Services) ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนนะครับ และคิดถึงสมาชิกเก่าทุกท่านด้วยครับ ……………………………………… Edit : ใครจำ login/password ไม่ได้ เมลมาที่ webmaster@freemac.net ได้นะครับ เดี๋ยวเช็คให้ ขอชื่อ user หรือ email อย่างใดอย่างหนึ่งครับ
  2. 7 points
    สวัสดีครับ ชื่อ mike ไมค์ ครับ เพื่อนนาย tum ตั้งแต่เข้า ม.1 ที่รร.เทพศิรินทร์ ปี 2528 เป็น Apple Evangelist / Developer / นักเขียน นี่เป็นบ้านที่อยู่แล้วสบายใจ ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่นบ้าง แค่นี้ก็ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตอย่างมีคุณค่าไม่น้อยครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ ...
  3. 6 points
    สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปสองสามปี ตอนนั้นผมเคยได้รีวิว Macbook Air 11" ไว้ ซึ่งรู้สึกว่าจะได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ผมจึงมาเขียนเล่าอีกครั้งเผื่อจะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้คนอื่นได้ครับ จริง ๆ ก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนเป็นตัวนี้ ผมใช้ทั้ง Macbook Air 13", Macbook Pro retina 13" มา ก่อนจะขายสมมัติทั้งหมดในชีวิตเพื่อทุ่มทุนไปที่ตัว 15 นิ้วตัวล่าสุด (2017) ตัว Entry (ไม่ขนาดนั้น 555+) ในการทำงานของผมก็ยังเหมือนเดิมครับ เป็นงานไม่หนักมาก คือทำเว็บ ออกแบบเว็บทั่วไปครับ จากประสบการณ์ที่ใช้งานมาประมาณ 2 เดือน สรุปได้ประมาณนี้ - จอ 15 นิ้วทำให้รู้สึกชีวิตดีมาก ๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่า 13 ก็พอแล้ว แต่พอมาใช้ 15 มันรู้สึกสบายมาก ๆ ครับ - แรม 8GB จากตัวเก่า กับ 16GB ตัวใหม่ ผมยังไม่เห็นความต่างอะไรกัน อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้ใช้งานหนักมาก - TrackPad ที่ใหญ่ขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่รู้สึกชินไปเองและรู้สึกว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตดีไปกว่าอันเล็กกว่านี้สักเท่าไหร่ - Touch ID มีประโยชน์ 2 อย่างคือ ใช้ตอนล๊อคอินเข้าคอม และก็ใช้ตอนสลับ User (คือผมตั้งไว้ 2 User คือ อันที่เป็นส่วนตัว กับอันที่ใช้ในที่ทำงาน) - USB-C ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขนาดนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้เอาอะไรมาเสียบ มีตัวแปลง 1 อันก็อยู่ได้แล้ว - USB-C เปิดโอกาสให้อะไรหลายอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายโอนข้อมูลลง Ex-HDD ทำได้เร็วมาก ๆ - USB-C ผมยังรอวันที่ Overwatch จะลง MacOS ผมจะได้ไปจัด External GPU มาสักที (ก่อนตายหวังว่าจะได้เห็น ; w ; ) - USB-C ทำให้ผมสามารถสลับสายชาร์จไปด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ตามตำแหน่งปลั๊กที่เสียบ ดีมาก ๆ - TouchBar ส่วนตัวผมไม่ได้ใช้พวก Feature อะไรที่ติดมาแต่ละ App เลย ผมสลับไปใช้ Functon Key ปกติ แต่ดีกว่า ตรงที่เราสามารถ Custom มันได้ ตอนนี้ผมเอาปุ่ม Lock screen มาใส่ด้วย รู้สึกสะดวกมาก ๆ ครับ - TouchBar ข้อเสียอย่างเดียวที่ไปสอบถามเพื่อน ๆ มาแล้วหลายคน ที่เป็นปัญหาตรงกันคือเวลาพิมพ์รัว ๆ เร็ว ๆ นิ้วมักจะไปโดน Touchbar โดยไม่ได้ตั้งใจ ผมเป็นบ่อยมาก เอามือไปกดใส่ปุ่ม Lock จอ จอดับไปเองหลายครั้ง - ลำโพง ดีมาก ถึงมากที่สุด - Keyboard พิมพ์แล้วฟินดีครับ ผมไม่ได้รู้สึกว่า Key-travel มันจะสั้นอะไรขนาดนั้น (แต่ถ้าเป็น Butterfly Gen 1 อันนี้ยอมรับว่าสั้นจริง ) ทั้งหมดคือที่ได้จากสองเดือนที่ผ่านมาครับ ใครสงสัยเรื่องอะไรสอบถามได้ครับ
  4. 6 points
    สวัสดีครับ 12inch หนุ่มครับ ปัจจุบันเลี้ยงลูก ทำสวนกล้วยไม้ สวนคราม สวนปาล์ม ปลูกผักสลัดอินทรีย์ กับตลาดนัด ที่สกลนครครับ เข้ามาส่องเรื่อยๆ
  5. 6 points
    รีวิว MacBook (Retina, 12-inch, 2017) - 1.2 GHz Intel Core m3 - 8 GB - SSD 256GB บอกได้คำเดียวว่าอย่า Underestimate ครับ หลังจากที่ผมได้แชร์ประสบการณ์ทั้งรุ่นเล็กมาก ๆ อย่าง Macbook Air 11 นิ้ว จนมาถึงพี่ใหญ่สุดอย่าง Macbook Pro 15 นิ้วไปแล้ว อีกหนึ่งในความฝันลึก ๆ คืออยากมีโอกาสในการรีวิวตัว 12" Macbook ให้ทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ เนื่องจากตัวล่าสุดที่ผมใช้คือ MacBook Pro 15 นิ้ว แต่อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าชิพการ์ดจอก็ได้เกิดเสียหาย ผมเลยต้องส่งน้องไปเข้าศูนย์ ผ่านไป 1 อาทิตย์ เช็คดูที่ศูนย์อีกรอบ คราวนี้เปลี่ยนบอร์ดให้ แต่ว่า Touch ID ดันไม่ทำงาน ; w ; ก็เลยต้องนอนที่ศูนย์อีกหนึ่งอาทิตย์ รวม ๆ แล้วที่ไม่ได้ใช้งานเครื่อง 15 นิ้วน่าจะประมาณ 2 อาทิตย์ ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบดูรีวิว Notebook และอุปกรณ์ IT ในยูทูปมาก เวลาผมสนใจอะไรผมจะศึกษาหาข้อมูลอย่างหนัก ครั้งหนึ่งผมเคยสงสัยว่า 12" MacBook ที่เค้าว่ากันว่าช้า นี่มันจริงหรือเปล่า ผมก็หาข้อมูลต่าง ๆ ก็มีคนว่าไป 108 จากข้อมูลที่ได้ สถานการณ์มันคล้าย ๆ ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อ MacBook Air 11 นิ้ว ดังนั้นผมจึงเดาว่า คนส่วนมากจะ Underestimate เจ้า 12" MacBook มากไปหน่อย เอาจริง ๆ คนที่บอกว่าช้า หรือทำงานไม่ได้ นั่นนี่ ส่วนใหญ่คือคนที่ไม่ได้ใช้งานจริง เพราะพออ่านคอมเม้นท์ดี ๆ แล้ว สุดท้ายพวกเขาก็จะไปลงเอยที่ Macbook Pro สุดท้ายแล้ว ณ วันที่เครื่อง MacBook Pro 15 นิ้วของผมไปหวัน เนื่องจากผมต้องทำงานกับคอมตลอด ผมเลยได้โอกาสในการซื้อเจ้า 12" Macbook ซะเลย กะว่าพอเครื่อง MacBook Pro 15 นิ้วกลับมา จะยกเครื่องให้แฟนใช้ เข้าสู่รีวิว ผมจะเน้นส่วนที่สำคัญ ที่รู้สึกว่าควรจะรู้ ส่วนที่สำคัญที่สุด : หน้าจอ ปัญหาหลักที่รู้สึกกังวลมากที่สุด ตอนที่ตัดสินใจจะซื้อคือ ขนาดหน้าจอ จะเรียกว่าขนาดก็ไม่ถูกซะทีเดียว ต้องเรียกว่า ขนาด Canvas ที่จะสามารถใช้งานได้ เพราะเจ้า 12" MacBook นั้นเมื่อปรับ Resolution สูงสุดแล้วได้แค่ 1440 x 900 เท่านั้น เทียบเท่า MacBook Air 13" ซึ่งจากคนที่เคยใช้ MacBook Pro 15" มาด้วย 1920 x 1200 นั้น ถือว่าทำให้พื้นที่การทำงานนั้นหดหายลงไปอย่างมาก แต่... ผมก็ได้ทำการหา Solution ไว้แล้ว นั่นก็คือใช้ 3rd Party ในปลดล็อค Resolution ให้สูงขึ้น ชื่อ QuickRes ในราคา 14.99 เหรียญ ซึ่งสามารถปรับไปได้สูงสุดถึง 2304 x 1440 (ตาม Resolution ของแต่ละ Model) ผมได้ทำการทดลองปรับใช้หลาย ๆ Resolution ที่เค้ามีตัวเลือกให้ พบว่าขนาด 1920 x 1200 คือ Resolution ที่ดีที่สุด คือ ตัวหนังสือไม่เบลอ หรือเล็กจนเกินไป ซึ่งทำให้ผมได้พื้นที่การใช้งานเท่าตัว MacBook Pro 15" เลยทีเดียว แต่ต้องแลกกับตัวหนังสือที่เล็กลงนิดนึง แต่ไม่ถึงกับเล็กมากจนอ่านไม่ได้ การใช้งาน ผมทำงานเป็น Web Developer ส่วนมากคือการรัน Command Line ติดตั้ง Node Package, Run Build Script มีการใช้งาน Photoshop บ้าง, มีงานของลูกค้าที่ส่งมาเป็น Adobe Illustrator บ้าง, Sketch บ้าง ซึ่งประสบการณ์การใช้งานนั้น ต้องบอกว่า "สามารถทำงานได้ตามปกติ" แต่... มีบางอย่างอาจจะช้ากว่าเครื่องทั่วไป เช่น การ Export รูปขนาดใหญ่ หรือ การ Run Build Script ขนาดใหญ่ ครั้งหนึ่งเคยต้อง Run Build React-native ผ่าน Simulator X-Code ซึ่งเป็นการ Build ที่ทดสอบความอดทนมาก ๆ คือเปิดทิ้งไว้ แล้วไปเดินเล่นได้เลย (จากปกติ 1 นาที เครื่องนี้อาจจะใช้ 3 - 5 นาที) ผมเคย Export Final Cut Pro ยาว 1 นาที ใช้เวลา Export ประมาณ 3 - 4 นาที ปัญหา เครื่องค้าง!! มีความค้างบ่อยอยากมีนัยสำคัญ เข้าใจว่าเครื่องช้า ด้วยความที่เราเป็นพวกมือไว คลิกปุ๊ปปับ ใช้คีย์ลัดแทนการคลิก ทำให้บางครั้งรู้สึกว่า มีอาการโหลด หรือค้าง เป็นบางครั้ง ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่า Workflow มันติดขัด <<< ข้อนี้จะไม่มีปัญหา ถ้าเราไม่เคยใช้เครื่องแรง ๆ มาก่อน เช่น MacBook Pro Temperature & CPU Using ผมได้ทำการลงโปรแกรม iStat ไว้เพื่อดูอุณหภูมิและ CPU Using เพื่อคอยดู พฤติกรรมของเครื่อง สรุปคือ ถ้าทำงานธรรมดา อุณหภูมิจะอยู่ที่ 50 - 60 องศา ผมเคย CPU พุุ่งไป 100% และ 98 องศาครั้งหนึ่ง ตอน Export ไฟล์ Sketch ไฟล์ใหญ่ แต่ก็แปปเดียว พอร์ต พอร์ตเดียว ไม่มีปัญหาใด ๆ สำหรับผม เพราะไม่ได้เสียบอะไรเลย จอนอกก็ไม่ได้ต่อ แต่คิดอยู่ว่าถ้าต่อจอนอก เครื่องน่าจะร้อนกว่าเดิมแน่ ๆ ตามประสา MacBook สรุป เครื่องนี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานเอกสาร หรือว่า Web Browsing เหมือนตามรีวิวต่าง ๆ คนที่สายเดินทางบ่อย Minimal หรือว่าไม่อยากแบกอะไรหนัก ๆ ถือว่าตอบโจทย์สุด ๆ แต่ถ้าเป็นช่างภาพ ที่ใช้พวก Light Room หรือตัดต่อวิดีโอ แนะนำว่า MacBook Pro เท่านั้นครับ โหมดปรัชญา (หรือเปล่า) เวลาเราเลือก Product ใด ๆ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะเลือก เหลือ ดีกว่าขาด บางทีเราอยากได้อะไรที่มันแค่ Just Work แต่ด้วยการตลาดหรือว่าสังคมของเรามักจะบอกว่า นั่นดีกว่า นี่ดีกว่า จาก 12" Macbook อาจจะไปจบที่ 15" ตัว Top ก็ได้ อยากให้เราลองพิจารณาจุดประสงค์ที่แท้จริง เพราะเวลาเราจะเลือกซื้ออะไร ในใจเรามักจะจินตนาการสถานการณ์ไป 108 ว่า ถ้าเรามีสิ่งนี้ เราน่าจะได้ทำสิ่งนั้น สิ่งโน้น ยกตัวอย่างตอนที่ผมอยากได้ iPhone ใหม่ เราก็จะหาเหตุผลมารองรับเช่น กล้องมันดีขึ้น เดี๋ยวเราจะเอาไว้ถ่ายรูปทำนั่นนี่ หรือกล้องมันอัด 4k ได้ เดี๋ยวเราทำรายการออนไลน์ ทำยูทูปดีกว่านั่นนี่ สุดท้ายซื้อมา ที่คิดมาไม่ได้ใช้เลย สรุปเล่นแค่ Facebook และ Social Media ต่าง ๆ MacBook ก็เช่นกัน ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อ 15 นิ้ว เพราะเห็นว่ามีการ์ดจอแยก คิดว่าเดี๋ยวเราจะลง Windows ไว้เล่นเกมนั่นนี่ มีเผื่อไว้นั่นแหละดี สุดท้าย มันไม่ได้สะดวกอย่างที่คิด และเราก็ไม่ได้เป็น Hardcore Gamer เล่นแปปเดียวก็เบื่อ สุดท้ายคือ ซื้อมา ไม่ได้ใช้เต็มประสิทธิ์ภาพ เหมือนซื้อรถเครื่อง 5000 มาวิ่งรถติดในกรุงเทพ จบครับ ใครอยากถามอะไรเชิญถามได้ครับ สุดท้ายนี้ ผมตัดสินใจขาย MacBook Pro 15 นิ้ว และเลือกที่จะอยู่กับ 12" MacBook ครับ ขอบคุณครับ
  6. 6 points
    ตามนี้ครับ แบบ SD ขนาดไม่แน่ใจครับ Sept 15: แก้ไขลิงค์ เพราะว่าอันเก่ามันหายไป http://podcasts.apple.com/apple_keynotes/2017/Sept_2017_SD.m4v แกะมาให้อีกลิงค์นึง น่าจะเป็นแบบ HD -> https://p-events-delivery.akamaized.net/17oiubaewrvouhboiubasdfv09/vod3/1709jbiuygwdfiug.mp4
  7. 5 points
    วันนี้นึกขึ้นมาแปลกๆ เลยขอเล่าย้อนกลับไปหน่อย ประสบการณ์ครั้งแรกกับ Apple PowerBook G5 (ถ้าจำไม่ผิด) ตอนนั้นผมเป็นเด็กฝึกงานที่ร้านคอมในห้างดังย่านประตูน้ำ ครั้งแรกที่เห็นตื่นตาตื่นใจมาก บอกตรงๆ โค-ตร อะเมซิ่ง มันเจ๋ง มันเท่ห์ มันสวยงาม เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น พี่ที่นั้นเค้าเอามาให้ดู ได้ลูบๆคลำๆอยู่นาน เลยถามว่าซื้อมาเท่าไหร่พี่ คำตอบที่ได้นั้นทำให้ผมอุทานดังลั่นร้านที่ฝึกงาน "ไอ้เหี้-" แล้วผมก็ไม่กล้านั่งเล่นต่อ จนวันนึง ผมได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพ ที่มหาลัยชื่อดังย่านดินแดง ที่ๆมีร้านเหล้าเต็มหน้ามหาลัย เลยได้งบซื้อ laptop ซักเครื่องไว้ใช้งาน คุณพ่อตั้งงบไว้ให้ 50000 บาท เลยพากันไปดูที่ห้างเดิมที่เคยฝึกงาน เท่าที่จำได้ตอนนั้น Apple เลิกคบกับ IBM มาคบกัน Intel แล้วออกสินค้าตัวใหม่ออกมา ผมรู้แค่นั้นจริงๆ แล้วอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมกำเงินสดห้าหมื่นเดินเข้าร้านขาย Apple (ทั้งๆที่ตอนฝึกงานไม่เคยเดินเข้าไปดูเลยแม้แต่ครั้งเดียว) ไปเจอเครื่องๆนึง มันคือ Macbook white Gen1 ใช้เวลาตัดสินใจแค่ 5 นาที เพียงเพราะมันมีรีโมท โอ้วววววว จอร์จ มันยอดมาก หันไปเจออีกเครื่องสีดำ มันสวยมากกกกก แต่เงินไม่พอ คุณพ่อไม่เติมให้ และแล้วโลกของผมกับ Apple ก็เปิดขึ้นมาในตอนนั้นนั่นเอง จากคนที่ซ่อมคอมเองเป็นหมดทุกอย่าง กลายเป็นเบบี้ผู้ไร้เดียงสา ไม่รู้ห่ารู้เหวอะไรเลย (ได้แต่คิดในใจ กรูซื้อ เหี้- อะไรมาว่ะเนี้ย) แต่ก็ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว หาข้อมูลไปเรื่อยๆ แต่แล้วก็มาเจอ freemac ที่ๆ admin โคตรโหด ช่วงแรก freemac มีระบบ member ผมก็ปั่นซะจนโดนเตือน เพียงเพราะผมอยากอัพเลเวล ฮ่าฮ่าฮ่า ที่นี่ผมเคนมีดราม่าทะเลาะกับแฟนจะกระทู้ลากยาวที่บอร์ดเก่า คิดย้อนไป ทำไมถึงกล้าทำแบบนั้นว่ะ โคตรอันตรายเลย เดินไกลมาก เมาก็เมา โชคดีที่ไม่โดนปล้น นอนข้างถนนหน้าวัดเสมียน บ้าไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่อยากเชื่อจริงๆว่าเจอที่นี่ครั้งแรก จนถึงตอนนี้ก็ 10 ปี พอดี เหมือนไม่นาน แต่ก็นานมากจนไม่อยากเชื่อ เคยไป meeting 2 รอบ ครั้งแรกหน้าสวนลุม ครั้งสองแถวลาดพร้าว member สมัยนั้นมีไม่เยอะขนาดนี้ หลายคนเริ่มหายตัว พี่ชายปากหมา FunkyDog พี่เมย์คนสวย LadyMay โอ้ยอีกหลายคนจำไม่ได้ หลังๆผมก็ไม่ค่อยได้เข้าบอร์ดเหมือนกัน ตอนนี้ผมไม่ได้ใช้ Apple แล้ว แต่ก็อยากมา join ใน freemac เหมือนเดิม เพราะคิดถึงเรื่องเก่าๆ คนเก่าๆ หวังว่าพี่ Tum คงไม่ว่า Mod ท่านอืนผมขออนุญาตนะครับ คงไม่ว่ากัน ตอนนี้ผมกลับมาอยู่บ้านที่ยโสธร กลับมาหลายปีแล้ว จนแต่งงาน มีลูก ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ผมก็ไม่รู้ว่าผมมาถึงจุดนี้ได้ยังไง จากเด็กบ้าคอม จนไปเรียนวิศวะคอม ตอนนี้ผมทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง หันหน้าเข้าหาเกษตร เพียงแค่อยากทำ มีความสุขที่ได้ทำ ได้หาความรู้เรื่องเกษตร วันใหนที่ผมตั้งฟาร์มได้สำเร็จจะเป็นวันที่ผมดีใจมากๆ ดีใจกว่าเรียนจบด้วยซ้ำ (แล้วจะมาบอกมากล่าวใน freemac นะครับ) ได้ยินมาว่าจะมี meeting เร็วๆนี้ ผมอยากไปมาก แต่คงยาก ถ้ามีของชำร่วยรอบนี้ผมจองนะ เด็วโอนเงินไปให้ อิอิ วันนี้ไม่มีไรมาก มานั่งกินกาแฟเลย เอากาแฟมาฝาก ไว้วันหลังจะแวะเข้ามาอีก คริคริ
  8. 4 points
    ร่ายมนต์กันดีกว่า จงกลับมาเช็คชื่อ โอมมมมมมม อานันตะปัชชะเญ อะปัตติเถเถนา อปัตติญา อปติเถเถคือ อปติโญ อปติโถโถโถ อะนันตะปัชชะเย อะปัดติเถเถนา อะปัดติยา อะปัดติเถเถกือ อะปัดติโถ อะปัดติกื๊ดกื๊ดกือ อะนันตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา อะปัดติยาอะปัดติเถเถทือ อะปัดติโถ อะปัดโถ อะปัดติ ตื้ด ตื้ด ตื้ด
  9. 3 points
    สวัสดีครับผมอ้อครับ ไม่ได้เข้ามานานมากกก หวังว่าทุกคนสบายดีนะครับ
  10. 3 points
    สวัสดี ครับ.. ผม Donny ครับ เป็น Graphic Designer & Freelance เป็นสมาชิกมาตั้งแต่ 2004 นู้นแนะ..ยังจำบรรยากาศเก่าๆ ของสมัยนั้นได้ดีครับ.. อยู่กันแบบพี่น้อจริงๆ มีปัญหาก็เข้ามาถามและก็มาช่วยกันหา มาช่วยกันตอบเหมือนเป็นปัญหาของตัวเองเลยทีเดียว ยังรักบ้านหลังนี้อยู่เหมือนเดิมนะครับ..แม้ว่าหลังๆ มานี้ เจองานหนักไม่ค่อยมีเวลามาตอบ มาถาม แต่พอมีเวลาก็จะเข้ามาเยี่ยมเยียนเสมอครับ ขอบคุณ Admin และทีมงานทุกคนที่สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมานะครับ
  11. 3 points
    ช่วงนี้มีข่าวคนมีปัญหากับเครื่อง กับ HDD ค่อนข้างเยอะ (ขออนุญาตไม่พูดถึง) ตัวผมเองก็มีปัญหาครับ HDD ที่ใช้ Backup งาน พังคามือไปแล้ว 3 ตัว ของเพื่อนเพื่องซื้อมาใหม่ๆ 4TB ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้พัง แล้วข้อมูลที่เก็บสะสมไว้ (ไม่รวมหนัง AV นะ อันนั้นโหลดใหม่ได้) ก็มีมูลค่ามหาศาล มากกว่าราคา HDD หลายเท่า ผมเลยขอมาเขียนแชร์ประสบการณ์ ลดปัญหาข้อมูลสูญหาย จากการใช้งาน HDD ตามปกติครับ หลายคนเลือกใช้ NAS หรือทางอื่นๆ แต่ผมมองว่ามันก็วนมาที่เราต้องดูแลมันเองอยู่ดี เลยหันไปมองการใช้บริการ “เช่า” พื้นที่เพื่อเก็บไฟล์ ที่มีมาตรฐานค่อนข้างดี ไว้วางใจได้ว่าไฟล์สำคัญไม่หายแน่ๆ ผมเลือกที่จะใช้ iCloud Drive คู่กันกับ Google Drive ครับ เรื่องเปรียบเทียบว่าเจ้าไหนดีกว่า อันนี้ผมจะไม่พูดในบทความนะครับ เชิญเพื่อนๆ มาแชร์ประสบการณ์กันตามสะดวกเลย ผมเลือกใช้ 2 เจ้า กับ 2 รูปแบบในการ Backup ครับ Backup ชั้นที่ 1 iCloud Drive ก่อน เนื่องจากใช้ MacBook Air, iMac 2K คู่กับ iPad เป็นประจำอยู่แล้ว (iPhone ยกให้ภรรยาไป ตอนนี้โทรศัพท์ใช้หัวเว่ย) ทำให้ iCloud เป็นตัวเลือกแรกๆ ในการ Backup ครับ ผมใช้ iCloud Drive ในการ Sync ข้อมูลบน Desktop กับ Document Folder เป็นหลักเลย ทำให้หมดปัญหาเวลาสลับเครื่องไปเลย งานบน Desktop กับ Document จะ Sync กันตลอด และอยู่บน Cloud ด้วย ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่า ไฟล์งานไม่หายแน่ๆ ผมใช้ขนาด 200GB เพราะเน้น Sync MacBook Air ความจุแค่ 256GB เอง สำหรับผมเลยว่ามันเพียงพอแล้ว ราคาต่อเดือนสำหรับ 200GB อยู่ที่ 99 บาท x12 เดือน = 1,188 บาทต่อปี ข้อเสียคือ แชร์อะไรกับใครไม่ค่อยสะดวกหรอก เค้าทำมาให้เราเน้นใช้กับอุปกรณ์ Apple ทั้งหลายแหล่มากกว่า แต่ข้อดีคือ ทำให้เราสะดวกมาก ยิ่งมีคอมหลายเครื่อง จะเปิดทำงานต่อเนื่องได้ดีจริงๆ แล้วยังสามารถเปิดไฟล์เหล่านี้บน iPhone / iPad ได้อีกด้วย Backup ชั้นที่ 2 Google Drive หลังจากเน้น Sync ข้อมูลไปแล้ว ผมยังมีปัญหาเรื่องของการแชร์ข้อมูลกับลูกค้าและทีมงานด้วย ดังนั้นการหาทางออกที่คุ้มที่สุดคือพื้นที่ Backup ที่สามารถแชร์ไฟล์ได้สะดวกด้วย บริการ Cloud มีหลากหลายยี่ห้อนะครับ เช่น DropBox , OneDrive, Wetransfer สามารถเลือกบริการที่เหมาะสมกับตัวคุณได้เลยครับ Google Drive ผมใช้แบบไม่ Sync กับ Desktop ใช้พื้นที่ 1TB ราคาอยู่ที่ 3500 บาท/ปี ครับ (ท่านที่มี Gmail จะมีพื้นที่ให้ฟรี 15GB) โดยใช้ร่วมกันในทีม อัพโหลดไฟล์งานที่ Final แล้ว ไปเก็บไว้เป็นหลัก และใช้เป็นพื้นที่ส่งงานให้ลูกค้าด้วย สามารถกำหนด Share Link ให้ลูกค้าได้ง่าย และเร็วครับ นอกจากนี้ยังใช้ google Photo ในการเก็บรูปจากบรรดาโทรศัพท์มือถือด้วยครับ ทั้งสองเจ้าที่ใช้อยู่ ยังมีความสามารถที่จะปรับแต่งแก้ไขไฟล์ได้ด้วย เช่นไฟล์พวก Doc, Pages, Keynote ทำให้สบายใจในการใช้งานมากครับ Backup ชั้นที่ 3 Time Machine เป็นตัวเลือกที่ผมยังใช้อยู่เสมอ โดยจะทำการ Backup สัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย ทำบน External HDD 2TB ครับ กลายเป็นตัวที่มีความเสี่ยงสูงสุดไปแล้วในปัจจุบัน จะเห็นได้นะครับว่า จริงๆ แล้ว เรามีช่องทาง Backup เยอะมาก ที่เราไม่ต้องเสี่ยงมาแบกรับความเสียหายจากกรณีเครื่องพัง หรือ HDD เสียกันแล้ว ตัว External HDD ผมก็จะทำการ Backup ลง External อีกตัวอยู่เป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงให้ต่ำที่สุด เท่าที่จะทำได้ครับ แล้วคุณล่ะ Backup แบบไหน หรือใช้ Service อะไรกันอยู่บ้าง มาแชร์กันครับ
  12. 3 points
    เป็นสมาชิก freemac มานานมากครับตั้งแต่ใช้ iBook 12" ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านดราม่าต่างๆมามากมาย 555 เมื่อก่อนไม่ได้ใช้ user นี้ แต่มีช่วงนึงของชีวิตเจอมรสุมหนักมากเลยไม่มีกะจิตกะใจเล่น social หยุดเล่นไปพักนึงแต่คิดถึงเวบนี้เลยสมัครเข้ามาใหม่ ทุกวันนี้ยังเข้ามาอ่านทุกวันถึงแม้กระทู้จะไม่ค่อยคึกคักเหมือนเดิม
  13. 3 points
    สวัสดีครับ แป๊ปๆ สิบกว่าปีแล้วหรือนี่ ไวแท้ ชื่อเก้ครับ เป็น Programmer, IT support, Network ถนัดทั้ง mac และ windows เป็นเด็กฝึกงานรุ่นแรกของลุงตั้ม คิดถึงวันวานมากครับ
  14. 3 points
    มารายงานตัวด้วย ผม ชู รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้อยู่ร่วมกับ เวปแมคที่ห่วยที่สุด มาตั้งแต่ยุคบุกเบิก และผมก็หายตัวไปนาน ไม่ได้โพสต์ ไม่ได้ตอบ (สังเกตจากรูป Profile) แต่ก็แนะนำคนใช้ Mac ที่ได้พบได้เจอให้ได้รู้จักกับที่นี่อยู่สม่ำเสมอ ปัจจุบันว่างงานจากอาชีพ IT เลยหันเห มารับจ้างทำแถบทุกอย่างที่ทำได้และได้เงิน
  15. 3 points
  16. 3 points
  17. 3 points
    การระบุอีเมลจริงจาก iTunes Store เรียนรู้วิธีการระบุอีเมลจริงจาก iTunes Store iTunes Store จะไม่ขอให้คุณแจ้งข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีที่มีความอ่อนไหวของคุณ (อย่างเช่น รหัสผ่านหรือหมายเลขบัตรเครดิต) ผ่านทางอีเมลเป็นอันขาด ข้อความอีเมลที่มีไฟล์แนบหรือลิงก์ที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ Apple มาจากแหล่งข้อมูลอื่นที่ไม่ใช่ Apple แม้ว่าอาจจะดูเหมือนมาจาก iTunes Store ก็ตาม ส่วนใหญ่แล้ว ไฟล์แนบเหล่านี้จะประสงค์ร้ายและไม่ควรเปิด คุณไม่ควรใส่ข้อมูลบัญชีของ Apple บนเว็บไซต์ใดๆ ที่ไม่ใช่ของ Apple อย่างเด็ดขาด เว็บไซต์ของ Apple ที่ต้องการข้อมูลบัญชีจะมีคำว่า apple.com อย่างเช่น http://store.apple.com/ หรือ iforgot.apple.com (โดยมีที่ยกเว้นคือ iCloud.com) บทความนี้จะอธิบายว่าคุณควรทำขั้นตอนใดหากคุณรู้สึกว่าได้รับอีเมลประสงค์ร้ายหรือข้อมูลบัญชีของคุณได้รับอันตรายเนื่องจากความพยายามที่จะเอาข้อมูลส่วนตัวของคุณไป (ซึ่งเรียกว่าอีเมล "หลอกลวง") สิ่งที่ iTunes Store จะไม่ขอให้คุณแจ้งผ่านทางอีเมลเด็ดขาด: หมายเลขประกันสังคม นามสกุลเดิมของแม่ หมายเลขเต็มของบัตรเครดิต รหัส CCV ของบัตรเครดิต "พวกต้มตุ๋น" จะสร้างเว็บไซต์ที่แนบเนียนซึ่งดูเหมือน iTunes แต่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรวบรวมข้อมูลบัญชีของคุณ บ่อยครั้งที่อีเมลปลอมจะขอให้คุณคลิกที่ลิงก์และไปยังเว็บไซต์หลอกลวงเหล่านั้นเพื่อ "อัพเดทข้อมูลบัญชีของคุณ" โดยทั่วไปแล้ว กิจกรรมที่เกี่ยวกับบัญชีทั้งหมดจะเกิดขึ้นในแอพพลิเคชั่น iTunes โดยตรง ไม่ใช่ผ่านเว็บเบราเซอร์ หากคุณถูกขอให้อัพเดทข้อมูลบัญชีของคุณ ต้องให้แน่ใจว่าคุณทำเช่นนั้นเฉพาะใน iTunes หรือบนหน้าที่ถูกต้องบน Apple.com เท่านั้น อย่างเช่น Apple Store ออนไลน์ หากคุณได้รับอีเมลที่น่าสงสัย โปรดแจ้งแผนกบริการลูกค้า iTunes ด้วยการไปที่เว็บไซต์ของเรา: http://www.apple.com/th/support/itunes/ ที่มา การระบุอีเมลจริงจาก iTunes Store - Apple การสนับสนุน Identify legitimate emails from the App Store or iTunes Store - Apple Support Apple warns customers about phishing emails, details legitimate communication - appleinsider.com ...
  18. 3 points
    วันนี้ Apple เปิดให้ดาวน์โหลด macOS High Sierra มาอัพเกรดแมคของคุณที่ใช้งาน macOS Sierra ได้แล้ว เข้าไปที่ Mac App Store ได้เลยครับ ...
  19. 3 points
    เมื่อ 3-4 วันก่อนผมไปเดินเล่นอยู่ Ginza ก็เลยติดเอา iPhone 6 Plus แบตเสื่อมไปที่ร้าน Apple Store ด้วย กะว่าจะเอาไปเปลี่ยนแบตแหละครับ ปรากฏว่าฟลุ๊คจัง เจอพนักงานใจดีเสนอให้เปลี่ยนเครื่องใหม่เลยในราคาเท่าค่าแบตเตอรี่ที่ 8800 เยน (ประมาณ 2640บาท) เลยรับเอาเครื่องใหม่มาใช้แทน หวังว่าจะยืดอายุไปอีกสักสองปี รอ iPhone XII ออกค่อยเปลี่ยนอีกทีละกันครับ เขียนย่อๆ ครับ เพราะไป CR แบบเต็มๆ ไว้ที่ pantip ละครับ
  20. 3 points
    ในที่สุด ก็สำเร็จ ต้องขอบคุณ คุณtum คุณ ezy ที่นำทางจนบรรลุจุดหมาย ปกติได้แต่ อัพเดทตามที่ popup app แจ้งมาเท่านั้น แต่ถ้าต้องขนาดติดตั้ง อัพเกรด หรือคลีน จะยกไปร้านอย่างเดียว นี่เป็นครั้งแรกใน เครื่อง mac ที่ทำเอง ด้วยความกลัว ตกใจ ข้อมูลหายมัย เครื่องจะขัดข้องใดๆอีก สาระพัด แต่พอทำได้แล้วเลยหายกลัว อิอิอิ .............................................................................. ....สมาชิกท่านใด เคยเจอแบบภาพข้างบนไม่ต้องตกใจ จะโหลได้ 4.68/4.69 GB ก็ใช้ได้ ไปที่ icon application ที่เพิ่งโหลดมา คลิกขวา เลือก ให้โชว์ show package contents คลิกที่ contents คลิกขวา ลบไฟล์ installinfo.plist ออกไป 1 ตัว แล้วกลับมาที่ app ที่เราโหลดมา ดับเบิ้ลคลิกติดตั้งเลย ปล่อยให้เครื่องมันงาน ใช้เวลาทำประมาณ 1 ชั่วโมง จากประสบการณ์ ที่ทำมา แบ่งปันความรู้กัน ไม่รู้ว่าว่าจะเข้าใจข้อความมัยเนี่ย
  21. 3 points
    มาแล้วครับ ช่วงนี้ๆยุ่งกับตัวเล็กเลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ผู้ชาย ชื่อน้อง ฟังกัส ครับ
  22. 3 points
    ปิดจ้อบ เมื่อเช้าขี้เกียจออก เลยตัดสินใจสั่ง แบต + แรม 4+4 G-skill for mac + ssd จาก แอดไวซ์ ส่งด่วน 3 ชั่วโมง ได้แล้วติดตั้งใช้งานได้ปกติครับ
  23. 3 points
    ขอร่วมแชร์ด้วยครับ พอดี RMBP 15" ตัว 2015 ที่ใช้งานมาไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้เพราะงานที่ใช้ต้องใช้พื้นที่มากขึ้น ตอนซื้อผมดันเขียมไปหน่อยทั้งๆที่ผ่อนเพิ่มขึ้นไม่มาก เลยเจอปัญหาเรื่องเนื้อที่ใช้งาน ผมเลยซื้อ Samsung T3 1TB มาใช้ ก็ตอบโจทย์แค่การโอนย้ายข้อมูลที่เร็วขึ้นเท่านั้น เลยตัดสินใจถอย RMBP 15" 2017 ตัวบนสุดและ CTO Flash storage เป็น 1TB ขออนุญาต copy idea ความเห็นมาตอบร่วมนะครับ ในการทำงานของผมก็ยังเหมือนเดิมครับ เป็นงานไม่หนักมาก คือ ทำเว็บ ออกแบบเว็บทั่วไป แปลงไฟล์วิดีโอ งานอนิเมชั่นสไลด์งานแต่งงาน เป็นต้นครับ จากประสบการณ์ที่ใช้งานมาประมาณ 1.5 เดือน สรุปได้ประมาณนี้ - จอ 15 นิ้วทำให้รู้สึกชีวิตดีมาก ๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่า 13 ก็พอแล้ว แต่พอมาใช้ 15 มันรู้สึกสบายมาก ๆ ครับ ตัวเก่าผมใช้ 15 นิ้วอยู่แล้วและชินกับการใช้งานละ Screen estate ไปแล้วเลยลงไปรุ่นเล็กไม่ได้ - แรม 8GB จากตัวเก่า กับ 16GB ตัวใหม่ ผมยังไม่เห็นความต่างอะไรกัน อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้ใช้งานหนักมาก แรมที่ใช้ 16 GB ในตัว 15 นิ้วกำลังเหมาะใช้งานสำหรับผม บางทีผมใช้เกินต้องใช้ flash storage มาเป็น cache - TrackPad ที่ใหญ่ขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่รู้สึกชินไปเองและรู้สึกว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตดีไปกว่าอันเล็กกว่านี้สักเท่าไหร่ ชอบนะครับมันใหญ่ดีจะลากจะ 3 fingers drag, 4 fingers - expose มันทำได้กว้างได้สะดวกดี มือไม่ต้องคอมบีบมากแบบทัชแพดตัวเก่า - Touch ID มีประโยชน์ 2 อย่างคือ ใช้ตอนล๊อคอินเข้าคอม และก็ใช้ตอนสลับ User (คือผมตั้งไว้ 2 User คือ อันที่เป็นส่วนตัว กับอันที่ใช้ในที่ทำงาน) อันนี้เห็นด้วยครับ แอบโก๊ะช่วงแรกเปิดเครื่องมาทำไมไม่มีให้ใส่พาสเวอด ต้องคลิ้กจอทุกครั้ง ที่แท้หลังจากจดจำลายนิ้วมือแล้วมันจะไม่มีช่องกรอกขึ้นมา แต่จะให้แสกนที่ touch id button แทน - USB-C ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขนาดนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้เอาอะไรมาเสียบ มีตัวแปลง 1 อันก็อยู่ได้แล้ว ผมมี adapter Hootoo ใช้งานกับ macbook มาสักพักละครับ รวมทั้ง adapter ของ apple เองจนเริ่มชินละ - USB-C เปิดโอกาสให้อะไรหลายอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายโอนข้อมูลลง Ex-HDD ทำได้เร็วมาก ๆ จริงครับ ผมอยากต่อจอนอก กำลังรอจอ 4K/5K third party ราคาแรงน้อยกว่า LG 5K อยู่ ชอบตรงทุกอย่างผ่านสายเดียว - USB-C ผมยังรอวันที่ Overwatch จะลง MacOS ผมจะได้ไปจัด External GPU มาสักที (ก่อนตายหวังว่าจะได้เห็น ; w ; ) อันนี้ผมไปเล่นใน Gaming PC แทน รอบน mac แต่ละเกมส์มาช้ามาก - USB-C ทำให้ผมสามารถสลับสายชาร์จไปด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ตามตำแหน่งปลั๊กที่เสียบ ดีมาก ๆ อันนี้ผมก็ชอบมากต่างสถานที่บางทีเต้าเสียบอยู่ซ้ายหรือขวาเราสลับได้ 👌🏻 ป้องกันใครเดินมาเกี่ยว ตัวเองเผลอเกี่ยวตก ตรงจุดที่สามารถเสียบไฟหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงได้พอร์ตไหนก็ได้ คงเป็นจุดที่ Magsafe โดนตัดไป อย่างไม่เหลือเยื่อใย ต้องระวังกันเองก่อนยกไปไหน เดินผ่านไปไหนต้องดูสายก่อน ของมันแพงกลัวตกพัง 😂 - TouchBar ส่วนตัวผมไม่ได้ใช้พวก Feature อะไรที่ติดมาแต่ละ App เลย ผมสลับไปใช้ Functon Key ปกติ แต่ดีกว่า ตรงที่เราสามารถ Custom มันได้ ตอนนี้ผมเอาปุ่ม Lock screen มาใส่ด้วย รู้สึกสะดวกมาก ๆ ครับ ผมก็ยังไม่ชินซะทีเดียวครับ โปรแกรมๆไหนถ้ารองรับผมก็ customize ให้มันเหมาะกับเรา แต่สไลด์ดูหนังเวลามันแสดงเต็มจอนี่สะดวกดี ทั้งยูทูปและ QT ไม่ต้องออกจากเต็มจอ - TouchBar ข้อเสียอย่างเดียวที่ไปสอบถามเพื่อน ๆ มาแล้วหลายคน ที่เป็นปัญหาตรงกันคือเวลาพิมพ์รัว ๆ เร็ว ๆ นิ้วมักจะไปโดน Touchbar โดยไม่ได้ตั้งใจ ผมเป็นบ่อยมาก เอามือไปกดใส่ปุ่ม Lock จอ จอดับไปเองหลายครั้ง ผมโดนบ้างนานๆครั้งครับ ผมเอาปุ่ม Siri ออกและเอาปุ่มเปลี่ยนภาษาไปไว้แทนก็สะดวกดีครับ แต่มันจะทำงานขัดแย้งกับเวลาเราเลือกแป้นภาษาไทย และใช้ Capslock เป็นภาษาอังกฤษ เพราะมันเหมือนกด capslock ติดบ้างไม่ติดบ้าง แต่กดปุ่มเปลี่ยนภาษาบน touchbar เปลี่ยนได้ปกติทุกครั้ง - ลำโพง ดีมาก ถึงมากที่สุด ลำโพงดีมากจริงๆ ผมเคยซื้อ Boom 2 ไว้ ลงกลับมา เอามา calibrate ใช้กับลำโพงแมคบุ๊คตัวใหม่นี้เสียงดีขึ้นไปอีก - Keyboard พิมพ์แล้วฟินดีครับ ผมไม่ได้รู้สึกว่า Key-travel มันจะสั้นอะไรขนาดนั้น (แต่ถ้าเป็น Butterfly Gen 1 อันนี้ยอมรับว่าสั้นจริง ) เห็นด้วยครับ ผมมี Macbook 2015 อีกตัว ใช้เทียบกับ BTF keyboard 2 นี่ดีขึ้นมากและพิมพ์ได้ไวและสนุกขึ้น ### จอสว่างดีครับ เมื่อต้องการความสว่างมากๆและสีสันดีกว่าแมคทุกตัวที่เคยมี สวยงามมาก แต่ติดเหลืองไปหน่อย ผม calibrate color profile โดยเพิ่มโทน cool มากขึ้น ก็ดีกว่าเดิมมาก 🤗 เพิ่มเทคนิคครับ ถ้ามี EXT SSD จะสามารถ migrate ข้อมูลจาก MBP เครื่องเก่าได้เร็วมากครับ ตอนแรกผมใช้ CCC clone ข้อมูลแล้วพยายามจะสร้าง GUID partition แล้วใช้ option reboot เพื่อย้ายข้อมูลที่ clone มาลงเครื่องใหม่ใน recovery mode ซึ่งทำไม่ได้ ตัว SSD SS T3 สามารถมองเห็นได้แต่ไม่สามารถเลือกมา boot ได้ เลย clone data ลงเครื่องใหม่ไม่ได้ตามคำแนะนำของโปรแกรม CCC 😭 ผมเลยแก้ไขโดยการใช้ Migration Assistant คัดลอกข้อมูลจาก MBP เครื่องเก่าประมาณ 230 GB ลง SS T3 ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีและใช้ Migration Assistant ใน MBP เครื่องใหม่ย้ายลงทางพอร์ต TB3 เรทการ copy ข้อมูลนี่วิ่งไปถึง 400 Megabyte/S ไม่ถึงสิบนาทีเสร็จเช่นกันนับว่าเร็วมาก พึ่งเห็นประโยชน์ของ Migration Assistane ก็คราวนี้เอง (ผมไมได้แบคอัพข้อมูลลง backup disk ใดๆมาก่อน) เอามาแชร์เป็นแนวทางครับ 😍 ทั้งหมดคือที่ได้จาก 1.5 เดือนที่ผ่านมาครับ 🍀😊🍀
  24. 3 points
    ภาพสุดท้ายของคืนนี้ ผมตั้งใจมากที่จะทำสิ่งที่ผมรัก มันแตกต่างที่อดีตที่ผมเคยเป็นแบบสิ้นเชิง ผมมองว่ามันคือการค้นพบตัวตนจริงๆของผมเอง อาจจะช้าหน่อย แต่ยังโชคดีที่หาเจอ ปล.หลายคนทำแล้วเจ๊ง เพราะโดนหลอกขายฝัน ใครว่าทำเห็นง่ายๆสบายๆ บอกได้คำเดียว เหนื่อยกว่าทำนาเยอะ ฮ่าฮ่าฮ่า
  25. 3 points
This leaderboard is set to Bangkok/GMT+07:00



×