Jump to content

PiggyDoll

Members
  • Content Count

    62
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    3

PiggyDoll last won the day on January 3 2014

PiggyDoll had the most liked content!

Community Reputation

29 Excellent

About PiggyDoll

  • Rank
    Member

Profile Information

  • Gender
    Not Telling

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. กราบเรียน คุณตั้ม เว็บมาสเตอร์ฟรีแมคดอทเน็ต ข้าพเจ้า ผู้ใช้ชื่อว่า PiggyDoll ด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้ไม่อาจที่จะเพิ่มเติมข้อมูลในกระทู้ ความรู้เรื่อง Numbers ได้อีกต่อไป ดังนั้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ ข้อมูลทุกอย่างที่ข้าพเจ้าเคยโพสไว้ เป็นสิทธิของท่านที่จะลบทิ้งหรือดำรงไว้ ข้าพเจ้ามิอาจกลับมาที่นี่ได้อีก จึงขอความอนุเคราะห์ลบชื่อของข้าพเจ้าออกจากสารบบของท่านด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง User name : PiggyDoll Password : xxxxxx ขอบพระคุณสำหรับทุกอย่างที่มอบให้ ขออภัยสำหรับทุกอย่างที่พลั้งพลาด ขออำลา ด้วยความเคารพ PiggyDoll ผู้ไร้ค่ายิ่งสิ่งใด
  2. กราบเรียน คุณตั้ม เว็บมาสเตอร์ฟรีแมคดอทเน็ต

    ข้าพเจ้า ผู้ใช้ชื่อว่า PiggyDoll ด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้ไม่อาจที่จะเพิ่มเติมข้อมูลในกระทู้ ความรู้เรื่อง Numbers ได้อีกต่อไป

    ดังนั้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ ข้อมูลทุกอย่างที่ข้าพเจ้าเคยโพสไว้ เป็นสิทธิของท่านที่จะลบทิ้งหรือดำรงไว้

    ข้าพเจ้ามิอาจกลับมาที่นี่ได้อีก จึงขอความอนุเคราะห์ลบชื่อของข้าพเจ้าออกจากสารบบของท่านด้วย จักเป็นพระคุณยิ่...

  3. ทำเกมง่ายๆบน Numbers สร้างตารางตามรูป ปรับขนาดตามต้องการ แล้วพิมพ์สูตร ช่อง E2 =IF(B5+C4+D3=0,"",(IF(B5+C4+D3=15,"",B5+C4+D3))) ช่อง E3 =IF(B3+C3+D3=0,"",(IF(B3+C3+D3=15,"",B3+C3+D3))) ช่อง E4 =IF(B4+C4+D4=0,"",(IF(B4+C4+D4=15,"",B4+C4+D4))) ช่อง E5 =IF(B5+C5+D5=0,"",(IF(B5+C5+D5=15,"",B5+C5+D5))) ช่อง E6 =IF(B3+C4+D5=0,"",(IF(B3+C4+D5=15,"",B3+C4+D5))) ช่อง B6 =IF(B3+B4+B5=0,"",(IF(B3+B4+B5=15,"",B3+B4+B5))) ช่อง C6 =IF(C3+C4+C5=0,"",(IF(C3+C4+C5=15,"",C3+C4+C5))) ช่อง D6 =IF(D3+D4+D5=0,"",(IF(D3+D4+D5=15,"",D3+D4+D5))) อธิบาย ถ้าข้อมูลใน 9 ช่องตรงกลางว่าง (เท่ากับ 0) ตรงที่เป็นรูป  ก็จะว่าง หรือถ้าผลรวมแต่ละแถวไม่เท่ากับ 15 ช่องตรงนี้จะแสดงผลบวกของแถวตามตัวเลขที่ป้อนลงไป ถ้าผลบวกเท่ากับ 15 เมื่อไหร่ ตำแหน่งตรงนี้จะเปลี่ยนเป็นรูป  ต่อไปเป็นสูตรช่องแสดงผล (YOU WON!! ช่องสีเหลือง) =IF(B3+C3+D3+B4+C4+D4+B5+C5+D5=0,"",(IF(B3+C3+D3+B4+C4+D4+B5+C5+D5<>45,"", (IF(AND(B3=5,B4=5,B5=5,C3=5,C4=5,C5=5,D3=5,D4=5,D5=5),"YOU IDIOT!!", (IF(CONCATENATE(E2,E3,E4,E5,E6,D6,C6,B6)="","YOU WON!!",""))))))) อธิบาย AND มีเท็จได้เท็จ CONCATENATE(X, Y, Z) คือการนำข้อมูลใน Cell X, Y, Z มาเรียงต่อกัน จากสูตรข้างบนเป็นการตรวจสอบว่าช่อง B3-D5 มีข้อมูลหรือไม่ ถ้าไม่มีหมายความว่าผลบวกทุกช่องเท่ากับ 0 ที่ช่องผลลัพธ์ก็จะปล่อยว่าง ไม่แสดงผล ถ้าช่อง B3-D5 มีข้อมูลบางช่องแต่ผลบวกทุกช่องยังไม่เท่ากับ 45 ที่ช่องผลลัพธ์ก็จะยังไม่แสดงผล เงื่อนไขต่อไปเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าถ้าทุกช่องเท่ากับ 5 ก็ให้แสดงข้อความตามที่กำหนด (YOU IDIOT!!) ต่อไปก็ตรวจสอบว่าช่องช่อง E2-E6 และช่อง B6-D6 มีรูป  ครบหรือไม่ ถ้าครบแล้วจะขึ้นข้อความว่า "YOU WON!!" ต่อไปก็ตั้งค่า Rule กำหนดให้ ช่องแรก Text Contains แล้วพิมพ์ว่า IDIOT ตั้งค่าฟ้อนค่าสี ตามต้องการ เพิ่ม Rule เลือก Text Contains เช่นกัน แล้วพิมพ์ว่า WON ตั้งค่าฟ้อนค่าสีให้ต่างจากช่องแรก แก้สูตรใหม่ 9 ช่องตรงกลางให้เปลี่ยนเป็น List โดยเลือกทั้ง 9 ช่อง แล้วคลิกที่ Inspector หรือกด Command + Option + I คลิกแท็บที่ 4 ที่ชื่อ Cells Format คลิกตรง Automatic เลือก Pop-up menu แล้วแก้ไขโดยเพิ่มตัวเลขจาก 0-9 ตามลำดับ แล้วตั้งค่า Rule โดยกำหนด Equal to พิมพ์ 0 ในช่องว่าง คลิก Edit แก้ไขสีฟ้อนและสีพื้นให้เป็นสีเดียวกัน เสร็จแล้วคลิก Done ปิด Rule จะได้ 9 ช่องตรงกลางที่รับข้อมูลโดยการเลือกตัวเลขจาก List ที่กำหนดค่าเริ่มต้นเป็นเลข 0 ตามด้วยสูตร ช่อง A2 =IF(E6="","",(IF(E6="",E6,(IF(E6="T","Y",15-E6))))) ช่อง A3 =IF(E3="","",(IF(E3="",E3,(IF(E3="D","O",15-E3))))) ช่อง A4 =IF(E4="","",(IF(E4="",E4,(IF(E4="I","U",15-E4))))) ช่อง A5 =IF(E5="","",(IF(E5="",E5,(IF(E5="O","",15-E5))))) ช่อง A6 =IF(E2="","",(IF(E2="",E2,(IF(E2="I","I",15-E2))))) ช่อง B2 =IF(B6="","",(IF(B6="",B6,(IF(B6="D","O",15-B6))))) ช่อง B6 =IF(AND(B3=0,B4=0,B5=0),"",IF(AND(B3+B4+B5=15,B3=B4,B4=B5,B3=B5),"D",(IF(AND(B3+B4+B5=15, B3<>B4,B4<>B5,B3<>B5),"",B3+B4+B5)))) ช่อง C2 =IF(C6="","",(IF(C6="",C6,(IF(C6="I","U",15-C6))))) ช่อง C6 =IF(AND(C3=0,C4=0,C5=0),"",IF(AND(C3+C4+C5=15,C3=C4,C4=C5,C3=C5),"I",(IF(AND(C3+C4+C5=15, C3<>C4,C4<>C5,C3<>C5),"",C3+C4+C5)))) ช่อง D2 =IF(D6="","",(IF(D6="",D6,(IF(D6="O","",15-D6))))) ช่อง D6 =IF(AND(D3=0,D4=0,D5=0),"",IF(AND(D3+D4+D5=15,D3=D4,D4=D5,D3=D5),"O",(IF(AND(D3+D4+D5=15, D3<>D4,D4<>D5,D3<>D5),"",D3+D4+D5)))) ช่อง E2 =IF(AND(B5=0,C4=0,D3=0),"",IF(AND(B5+C4+D3=15,B5=C4,C4=D3,B5=D3),"I",(IF(AND(B5+C4+D3=15, B5<>C4,C4<>D3,B5<>D3),"",B5+C4+D3)))) ช่อง E3 =IF(AND(B3=0,C3=0,D3=0),"",IF(AND(B3+C3+D3=15,B3=C3,C3=D3,B3=D3),"D",(IF(AND(B3+C3+D3=15, B3<>C3,C3<>D3,B3<>D3),"",B3+C3+D3)))) ช่อง E4 =IF(AND(B4=0,C4=0,D4=0),"",IF(AND(B4+C4+D4=15,B4=C4,C4=D4,B4=D4),"I",(IF(AND(B4+C4+D4=15, B4<>C4,C4<>D4,B4<>D4),"",B4+C4+D4)))) ช่อง E5 =IF(AND(B5=0,C5=0,D5=0),"",IF(AND(B5+C5+D5=15,B5=C5,C5=D5,B5=D5),"O",(IF(AND(B5+C5+D5=15, B5<>C5,C5<>D5,B5<>D5),"",B5+C5+D5)))) ช่อง E6 =IF(AND(B3=0,C4=0,D5=0),"",IF(AND(B3+C4+D5=15,B3=C4,C4=D5,B3=D5),"T",(IF(AND(B3+C4+D5=15, B3<>C4,C4<>D5,B3<>D5),"",B3+C4+D5)))) ช่อง BCD8 =IF(AND(B3=5,C3=5,D3=5,B4=5,C4=5,D4=5,B5=5,C5=5,D5=5),"YOU IDIOT!!",IF(AND(A2="",A3="", A4="",A5="",A6="",B2="",C2="",D2="",E2="",E3="",E4="",E5="",E6="",D6="",C6="", B6=""),"YOU WON!!","")) Rule ช่อง A2 Text contains พิมพ์  ตั้งค่าสีตามต้องการ แล้วคลิก Add Rule (เครื่องหมายบวกด้านขวามือ) Text contains พิมพ์ Y ตั้งค่าฟ้อนสีแดง พื้นสีดำ ตัวหนา ช่อง A3 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น O ช่อง A4 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น U ช่อง A5 Text contains พิมพ์  ตั้งค่าสีตามต้องการ ไม่ต้อง Add Rule ใช้ตัวเดียวพอ ช่อง A6 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น I ช่อง B2 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น O ช่อง B6 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น D ช่อง C2 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น U ช่อง C6 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น I ช่อง D2 ตั้งค่าเหมือนช่อง A5 ช่อง D6 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น O ช่อง E2 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น I ช่อง E3 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น D ช่อง E4 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น I ช่อง E5 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น O ช่อง E6 ตั้งค่าเหมือนช่อง A2 แค่เปลี่ยน Rule ที่สองจาก Y เป็น T ส่วน Rule ช่อง BCD8 ตั้งค่าเช่นเดิม อธิบายสูตร อิงช่อง A2 =IF(E6="","",(IF(E6="",E6,(IF(E6="T","Y",15-E6))))) เริ่มจากซ้ายมือ IF(เงื่อนไข, ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงใช้ค่าตรงนี้, ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จใช้ค่าตรงนี้) เป็นการกำหนดเงื่อนไขว่า ถ้า E6 ว่าง (E6="") ก็ไม่ต้องแสดงค่าอะไร ("") แต่ถ้า E6 มีข้อมูล (เงื่อนไขเป็นเท็จ) ก็ให้ตรวจสอบเงื่อนไขต่อไป ซึ่งเงื่อนไขต่อไปก็คือ IF(E6="",E6,(IF(E6="T","Y",15-E6))))) เป็นการกำหนดเงื่อนไขว่าถ้าช่อง E6 ปรากฏรูป  (E6="") ก็ให้แสดงค่า E6 นั่นคือแสดงรูป  (ที่จริงจะกำหนดให้แสดงรูป  เลยก็ได้ไม่ต้องใช้ E6 สูตรก็จะเปลี่ยนเป็น IF(E6="","", แบบนี้แทน) แต่ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จ ก็ตรวจสอบเงื่อนไขต่อไป เงื่อนไขต่อไปก็คือ IF(E6="T","Y",15-E6 หมายความว่า ถ้า E6 ปรากฏตัว T (E6="T") ก็ให้แสดงตัว Y ("Y") ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จ ก็ให้แสดงค่า 15-E6 แล้วก็จบเงื่อนไข เงื่อนไขช่อง A2-A6 B2 C2 และ D2 คล้ายกัน นั่นคือช่องตรงข้ามมีการแสดงผลหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ปล่อยว่าง ถ้าช่องตรงข้ามปรากฏรูป  ก็ให้แสดงรูปขึ้นมา ถ้าปากฎอย่างอื่น ก็ให้แสดงข้อความตามท่ีกำหนด ถ้ากำลังเติมตัวเลขใน 9 ช่องตรงกลาง ก็กำหนดให้แสดงตัวเลขที่เหลือ อย่างในช่อง A2 ให้แสดง 15-E6 เอา 15 หักออกด้วยข้อมูลในช่อง E6 ซึ่งช่อง E6 นั้นจะแสดงผลรวมของช่อง B3 C4 และ D5 ตามแนวทแยงมุม ถ้ายังไม่เท่ากับ 15 ก็ให้แสดงผลรวมของช่องที่เติมไปแล้ว ถ้าครบ 15 แล้ว ให้แสดงรูป  ถ้าเกิน ก็ให้แสดงผลรวมตามนั้น ถ้าช่อง E6 แสดงผลรวมเกิน 15 ในช่อง A2 จะแสดงค่าติดลบบอกให้รู้ว่าเกินไปเท่าไร อิงช่อง E6 =IF(AND(B3=0,C4=0,D5=0),"",IF(AND(B3+C4+D5=15,B3=C4,C4=D5,B3=D5),"T", (IF(AND(B3+C4+D5=15,B3<>C4,C4<>D5,B3<>D5),"",B3+C4+D5)))) เริ่มจากซ้ายมือ AND(B3=0,C4=0,D5=0) เป็นเท็จเมื่อมีเงื่อนไขตัวใดตัวหนึ่งในวงเล็บที่เป็นเท็จ และจะเป็นจริงเมื่อเงื่อนไขทุกตัวในวงเล็บเป็นจริง B3=0,C4=0,D5=0 เป็นการตรวจสอบว่า ช่อง B3 C4 และ D5 เป็นช่องว่างหรือไม่ (ถ้า=0 ถือว่าเป็นช่องว่าง) ถ้ามีตัวใดตัวหนึ่ง = 0 หมายความว่าปรากฏช่องว่าง เงื่อนไขตรงนี้จะกลายเป็นเท็จทันที พอเงื่อนไขแรกกลายเป็นเท็จค่าของ ("") จะไม่ถูกนำมาใช้ จาก IF(เงื่อนไข, ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงใช้ค่าตรงนี้, ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จใช้ค่าตรงนี้) ค่าตำแหน่งที่สามจะถูนำมาตรวจสอบทันที ค่าตำแหน่งที่สองจะถูนำมาใช้เมื่อเงื่อนไขแรกเป็นจริงแล้วเท่านั้น นั่นคือ ช่อง B3 C4 และ D5 เป็นช่องว่าง เงื่อนไขที่นำมาตรวจสอบต่อมาคือ IF(AND(B3+C4+D5=15,B3=C4,C4=D5,B3=D5) เงื่อนไขนี้มีก็ AND เชื่อม ดังนั้น มันจะเป็นเท็จเมื่อมีตัวใดตัวหนึ่งในวงเล็บนั้นเป็นเท็จ เงื่อนไขในวงเล็บตัวแรก B3+C4+D5=15 ให้ตรวจสอบว่า ช่อง B3 C4 และ D5 รวมกันแล้วเท่ากับ 15 หรือไม่ ถ้ารวมกันแล้วเท่ากับ 15 เงื่อนไขก็เป็นจริง ถ้าไม่เท่าก็เป็นเท็จ ตัวต่อมาคือ B3=C4,C4=D5,B3=D5 สรุปได้ว่า ทั้งสามตัวมี่ค่าเท่ากันหรือไม่ เช่น ช่อง B3 C4 และ D5 ต่างก็เป็นเลข 5 ทั้งหมด ถ้าเป็นแบบนี้ ถือว่า B3=C4 C4=D5 B3=D5 ทั้งสามช่องเป็นตัวเลขเดียวกัน เงื่อนไข (B3+C4+D5=15,B3=C4,C4=D5,B3=D5) จะเป็นจริงเมื่อใส่เลข 5 ลงไปทั้งสามช่องเท่านั้น พอเงื่อนไขเป็นจริงแล้วก็จะปรากฏ ตัว T ขึ้นมา ("T") ถ้าเป็นเท็จก็จะตรวจสอบเงื่อนไขต่อไป นั่นคือ (IF(AND(B3+C4+D5=15,B3<>C4,C4<>D5,B3<>D5) เงื่อนไขตรงนี้หมายความว่า (เริ่มขี้เกียจพิมพ์) ช่อง B3 C4 และ D5 รวมกันแล้วได้ 15 แต่ละตัวไม่เท่ากันเลย ถ้าเป็นแบบนี้เงื่อนไขตรงนี้จะเป็นจริง เมื่อเงิื่อนไขเป็นจริงแล้วก็จะปรากฏรูป  ขึ้นมา แต่ถ้ายังมีบางตัวซ้ำกัน หรือรวมทั้งสามตัวแล้วยังไม่เท่ากับ 15 ทำให้เงื่อนไขเป็นเท็จ เมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ รูป  จะไม่ปรากฏ จึงต้องไปตรวจสอบเงื่อนไขต่อไปถ้ามี ปรากฏว่ายังมีเงื่อนไขอื่นอีก คือ B3+C4+D5 ความหมายคือ เป็นการสั่งให้แสดงผลรวมของทั้งสามช่อง B3 C4 และ D5 เป็นผลบวกแบบ Real time ใส่ปุ๊บรวมปั๊บ สรุปทั้งหมดในช่อง E6 คือ 1. ถ้าเป็นช่องว่าก็ไม่ต้องแสดงค่าอะไร 2. ถ้าไม่ใช่ช่องว่างก็ดูว่า ทั้งสามช่องเป็นเลข 5 หรือไม่ (น่าจะตัด B3+C4+D5=15 ออกไปได้นะ) ถ้าเป็นเลข 5 ก็พิมพ์ T 3. ถ้าทั้งสามช่องไม่ใช่เลข 5 ก็ดูว่าทั้งสามช่องรวมแล้วได้ 15 และไม่มีเลขซ้ำเลยหรือไม่ (ที่จริงสามช่องรวมกันได้ 15 และซ้ำกันทั้งสามตัวก็มีแค่ 5 ทั้งสามช่องเท่านั้นน่าจะตัด B3<>C4,C4<>D5,B3<>D5 ออกได้นะ) 4. ถ้ารวมกันได้ 15 และเลขไม่ซ้ำแล้ว ให้พิมพ์รูป  5. ถ้ายังรวมไม่ได้ 15 ก็ให้แสดงผลรวมแบบ Real time อิงช่อง =IF(AND(B3=5,C3=5,D3=5,B4=5,C4=5,D4=5,B5=5,C5=5,D5=5),"YOU IDIOT!!",IF(AND(A2="",A3="",A4="",A5="", A6="",B2="",C2="",D2="",E2="",E3="",E4="",E5="",E6="",D6="",C6="",B6=""),"YOU WON!!","")) เอาสั้นๆล่ะกัน 1. ถ้าทุกช่องเป็นเลข 5 ให้พิมพ์ว่า YOU IDIOT!! 2. ถ้าไม่ใช่ก็ดูว่าทั้งสิบหกช่องรอบข้างนั้นเป็นรูป  ทั้งหมดหรือไม่ 3. ถ้าเป็นรูป  ทั้งหมด ก็ให้พิมพ์ว่า YOU WON!! 4. ถ้านอกจากนี้ก็ไม่ปรากฎอะไร (เฮ้อ… เกมง่ายๆ) แถมรูปเฉลย ลืมแก้ตรง 8 อัน :wallbash: เริ่ม ทำแบบ Slide บ้าง 5 เริ่มมา5 ทั้งนั้น ใส่เกิน ชนะแล้ว สุดท้าย ลองเล่น!! แถมหน่อย เติมตัวเลขจาก 1 - 8 ห้ามซำ้ โดยมีเงื่อนไขว่า 1 ห้ามใกล้กับ 2 2 ห้ามใกล้กับ 3 3 ห้ามใกล้กับ 2, 4 4 ห้ามใกล้กับ 3, 5 5 ห้ามใกล้กับ 4, 6 6 ห้ามใกล้กับ 5, 7 7 ห้ามใกล้กับ 6, 8 8 ห้ามใกล้กับ 7 อย่างในรูป 1 กับ 2 ถือว่าใกล้กัน แต่ 1 กับ 4 หรือ 2 กับ 4 ถือว่าห่างกัน ตอนนี้ยังคิดเงื่อนไขไม่ออก Update! ทำได้แล้วแต่มี bug นิดหน่อย จากรูปด้านซ้ายไว้ป้อนตัวเลข ทางขวาไว้แสดงผล bug ตัวแรกคือ ถ้าทางซ้ายเป็นช่องว่าง หมายถึงยังไม่ป้อนตัวเลข ทางขวาควรเป็นช่องว่าง ตั้งไว้ให้เป็นสีขาวเข้ากับพื้น แต่ไม่เป็น bug ตัวที่สอง ถ้ามีช่องว่างพร้อมกับเลข 0 ไม่ควรจะขึ้นข้อความว่า 0 ซ้ำ หรือ ซ้ำ นอกนั้นถือว่ายอมรับได้ ตัวเลขตัวไหนใกล้ตัวไหน หรือมีตัวเลขซ้ำหรือไม่ จะมีข้อความแจ้งเตือน ตรงตำแหน่งที่ป้อนตัวเลขนั้น ถ้าป้อนตัวเลขได้ถูก ช่องแสดงผลทางขวาจะเปลี่ยนเป็นรูป  ถ้ามีรูป  ครบทุกช่อง ด้านล่างที่เป็นรูป  เรียงกันนั้นจะเปลี่ยนเป็นข้อความ กำลังหาวิธีว่าถ้าได้รูป  ครบทุกช่องแล้วจะมี หนังหรือเพลงสั้นๆ เล่นเป็นฉากปิด วิธีการแบบละเอียด..ยังไม่บอก (แก้ bug ก่อน) Update เป็นเรื่องยุ่งยากทีเดียวที่จะแก้บั๊กเอง ดังนั้นโพสไว้ดีกว่าเผื่อปรากฏทางแก้โดยไม่คาดฝัน เริ่มกันเลย ขั้นแรก สร้างตารางขึ้นมาอย่างในรูปด้านบน ขนาด 2x2 cm ช่องอื่นๆที่ไม่ใช่ช่องป้อนข้อมูล (ตัวเลข) กำหนด Border เป็น None ที่ช่องป้นตัวเลขทางด้านซ้าย กำหนด border เป็นสีแล้วแต่จะตั้งขนาด 3 pt ช่องแสดงผลทางด้านขวา กำหนด border เป็นสีขาวขนาด 3 pt เช่นกัน ช่องป้อนข้อมูลด้านซ้ายใช้ฟ้อนขนาด 36 ตัวหนา จัดตำแหน่งกึ่งกลาง ช่องแสดงผลด้านขวาใช้ฟ้อนขนาด 14 ตัวหนา จัดตำแหน่งกึ่งกลางเช่นเดียวกัน โดยสรุป ช่องป้อนข้อมูลจะใช้ช่อง B3 B4 C2-C5 D3 D4 ช่องแสดงผลจะใช้ช่อง G3 G4 H2-H5 I3 I4 เว้นช่องว่างในแถวที่ 1 และ 6 แถวที่ 7 เว้น คอลัมน์ A กับ J ช่องแสดงผลแปดช่องด้านล่างใช้ฟ้อนขนาด 36 ตัวหนา จัดตำแหน่งกึ่งกลาง จำนวนช่องตรงนี้กำหนดตามข้อความที่จะปรากฏหลังจบเกม จะมาจะน้อยก็แล้วแต่จะตั้ง ขั้นสอง ตั้งค่าช่องป้อนข้อมูล เลือกช่องป้อนข้อมูลด้านซ้ายทุกช่องโดยกดปุ่ม Command ค้างแล้วเลือกทั้ง 8 ช่อง แล้วคลิกที่ Inspector บนเมนูด้านบน หรือกด Command + Option + I คลิกแท็บที่ 4 ที่ชื่อ Cells Inspector ตรง Cell Format คลิกตรง Automatic แล้วเลือก Pop-up menu ด้านล่าง พอได้ Pop-up menu มาแล้วก็แก้ไข โดยจะลบทั้งหมดก่อนแล้วค่อยเพิ่มใหม่จะสะดวกกว่า ตัวแรกกำหนดเป็นเลข 0 ต่อไปก็เป็น 1 , 2, 3 ไปเรื่อยๆจนถึง 8 แล้วเราก็จะได้ช่องป้อนข้อมูลที่เป็น Pop-up ไม่ต้องพิมพ์ตัวเลขเองแค่คลิกแล้วเลือก ป้องกันการป้อนตัวเลขอื่นที่ไม่ใช่ 1 - 8 หรือป้อนข้อความ (แก้บั๊กได้ 1 ตัว) ต่อไปก็ตั้งค่า Rule เพราะกำหนดให้ตัวเลขแรกเป็น 0 ถ้าไม่ตั้งค่า ในช่องป้อนข้อมูลทั้ง 8 ช่องจะเต็มไปด้วยเลข 0 ตาลายเลย กำหนดค่า Rule ก็เลือกทั้ง 8 ช่องก่อน แล้วคลิกเปิด Inspector ขึ้นมา เลือกแท็บที่สี่ที่ชื่อ Cells Inspector ตรง Conditional Format คลิกที่ Show rule… ตั้งค่าตัวเดียว ด้านซ้ายคลิกเลือก Equal to แล้วพิมพ์ 0 ในช่องว่าง คลิก Edit ตั้งค่าฟ้อนสีขาวและพื้นสีขาว ไม่หนาไม่เอียง เสร็จแล้วคลิก Done เสร็จการตั้งค่าช่องป้อนข้อมูล ขั้นสาม ตั้งค่าช่องแสดงผล
  4. PiggyDoll

    Command + T

    ช่างสังเกตยิ่งแล้ว ยอมรับว่าขณะพิมพ์ไม่ได้ฉุกใจคิดว่า Safari ก็มี Command + T เช่นกัน เอาเป็นว่า Command + T ใน Safari ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับฟ้อนเลย ตุ่มแบบนี้ยังปรากฏอยู่อีกที่ (เท่าที่จำได้) ตอนที่เลือกสีฟ้อนหรือสีพื้น จะมีหน้าต่าง Colors ขึ้นมาให้เลือก หน้าต่าง Colors นี้ก็มีตุ่มเช่นกัน ลองหาเลื่อนๆดู
  5. Convert รูปแบบ CONVERT(X, Y, Z) โดย X = จำนวนตัวเลขที่ต้องการแปลง Y = หน่วยเริ่มต้นที่ต้องการแปลง ค่า Y ต้องอยู่ใน "" เช่น "km" Z = หน่วยสิ้นสุดที่แปลงได้ ค่า Z ต้องอยู่ใน "" เช่น "m" (แปลงค่า X จากหน่วย Y เป็นหน่วย Z) ตัวอย่าง =CONVERT(9, “lbm”, “kg”) จะได้ผลลััพธ์เป็นค่าทศนิยม 8 ตำแหน่ง ปรับเพิ่มลดตำแหน่งทศนิยมได้บนเมนุ ถ้าจำสัญญลักษณ์หน่วยไม่ได้ สามารถกดดูได้ที่ Numbers > Show Function Browser > พิมพ์ Convert หรือคลิกที่ปุ่ม Function บนเมนูบาร์ > เลือก Show Function Browser > คลิกที่ Engineering > มองหา Convert ด้านขวา เลื่อนลงมาด้านล่างมองหา Related Topics แล้วคลิกที่ Supported Conversion Units จะพบกับหน่วยต่างๆ ถ้าอยากเก็บไว้อ่านโดยไม่ต้องเปิด Numbers อีก ก็คลิกที่ปุ่มไอคอนฟันเฟือง (ใกล้ปุ่ม Home ไอคอนบ้าน) เลือก Print… แล้วคลิกที่ PDF เลือก Save as PDF… ตั้งชื่อ เลือกที่ที่ต้องการ Save แล้วกด Save หมายเหตุ: อย่า Save PDF ที่หน้า Supported Conversion Units เพราะมันจะได้แค่หน้าเดียวคลิกลิ้งต่อไม่ได้ ต้องคลิกลิ้งก่อนแล้วค่อย Save แถมหน่วยวัดเล็กน้อย
  6. PiggyDoll

    Command + T

    Command + T ทำอะไรได้บ้าง จัดการฟ้อน เปลี่ยนชนิดของฟ้อน ตัวหนาตัวเอียง และปรับขนาด แค่นี้หรือ? ไม่เลย Command + T ทำได้มากกว่านั้น ก่อนที่จะรู้ว่าทำอะไรได้อีก อย่างแรกคือต้องกด Command + T ขึ้นมาซะก่อน พอกดปุ๊บก็จะเจอกับหน้าต่างแบบนี้ ไตเติ้ลบาร์จะขึ้นว่า Fonts ถัดมาด้านล่าง ใต้คำว่า Fonts นั้นจะมีตุ่มเล็กๆ ตุ่มหนึ่ง แค่ตุ่มหรือ ไม่เลย ตุ่มนี้สำคัญไฉน เหตุใดต้องเป็นตุ่ม หึๆ ลอง Drag ตุ่มนี้ลงล่างดูสิแล้วจะรู้ อะฮ่า... ความสำคัญของตุ่มนี้ก็คือ เอาไว้ซ่อนหรือแสดงลักษณะของฟ้อนขณะที่ทำการตั้งค่าต่างๆของฟ้อนนั่นเอง บอกทั้งสี ทั้งขนาด และลักษณะ จะเลื่อนลงมาจนสุดขอบล่าง หรือจะเลื่อนจนติดขอบบนก็ได้ทั้งสิ้น เพียงเลื่อนซ้ายขวาไม่ได้เท่านั้น แล้วต่อจากตุ่มล่ะ ถัดจากตุ่มลงมาหน่อยจะเจอกับ T4 ตัว น่าจะย่อมาจากคำว่า Text หรือข้อความ T ลำดับแรก T นี้นามว่า Text Underline เป็น T ที่มีเส้นใต้ขีดไว้ 1 เส้น สื่อความหมายว่า Text นั้นท่านต้องการให้มีเส้นใต้หรือไม่ T ตัวนี้ก็มีความลับเช่นเดียวกับตุ่ม (หรือ T จะย่อมาจาก "ตุ่ม") ความลับอะไรล่ะ หึๆ คลิกสิ! เพียงคลิกจะพบ จตุร Choice หรือตัวเลือกทั้งสี่ None Single Double Color None ไม่มีอะไร ไม่ทำสิ่งใดปล่อยไว้เช่นนั้น Single ไร้คู่อยู่เคียง เพิ่มเส้นเพียงหนึ่ง Double พร้อมเพรียงเราสอง ขีดเส้นใตสองเส้น (จำไว้..จำไว้) Color สีสรรตระการตา จะเส้นเดียวหรือสองเส้นก็เลือกสีได้ T ลำดับสอง T นี้นามว่า Text Striketrough มีเส้นขีดทับ T นี้ก็มีความลับ อยากรู้แค่คลิก อ๊ะ… จตุร Choice เหมือน T ลำดับแรก ข้ามไป T ลำดับสาม T นี้นามว่า Text Color สีสรรตระการตา เพิ่มสีสันให้ Text สีที่เลือกให้ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับ T ลำดับแรกและลำดับสอง นั่นคือ Text สีหนึ่ง เส้นอีกสีหนึ่งก็ได้ ก่อนถึง T ลำดับสี่จะพบ Document Color ไว้ทำอะไรล่ะ อยากรู้คลิก! เลือกสี? ก็เลือกสิ... โอ้ว... ลองเองไม่บอก..หุๆ T ลำดับสี่ T นี้นามว่า Text Shadow จะใช้ก็เพียงคลิก ลูกเล่นนานา เพิ่มมายาให้หมองมัว มีจตุร Choice เช่นกัน แต่เรียงไว้ให้เห็นกันโต้งๆ Shadow Opacity เพิ่มความเข้ม ซ้ายเข้มน้อย ขวาเข้มมาก Shadow Blur ทำเงาให้เบลอ ซ้ายเบลอน้อย ขวาเบลอหนัก Shadow Offset ชดเชยเงา ซ้ายชดเชยน้อย ขวาชดเชยมาก องศามายา หมุนได้รอบทิศ พิชิต 360 องศา ลองตั้งค่าดู ไม่ค่อยเก็ต ลงใต้ต่อมาเจอ จตุร Choice อีกแล้ว Collection ฟ้อนที่เก็บไว้ แล้วแต่ใครจะลงมากลงน้อย Family ตระกูลฟ้อน Typeface หนา ธรรมดา หรือเอียง Size ไม่ว่าจะป้อนตัวเลขเอง เลือกจากขนาดที่กำหนดไว้ หรือปรับขนาดจากแถบตุ้มถ่วงด้านขวาก็ทำได้ สุดท้าย ขอบล่าง บวก และ ลบ ไว้จัดการกับ จตุร choice ด้านบน กดบวก ตั้งชื่อ แล้วลากฟ้อนจากช่อง Family มาใส่ กดลบ ก็ลบออกไป แต่จะมีข้อความเตือนเพื่อความมั่นใจ Font Panel Action Add to favorite ไม่ปรากฏสิ่งใด?? Hide / Show Preview เช่นเดียวกับการล่ากตุ่ม Hide / Show Effect ซ่อนหรือแสดง T4 Color… เลือกสี Characters น่าจะยาวข้ามไปก่อน Typography แปลว่าการพิมพ์ ไม่เก็ต Edit Size… ปรับขนาด Manage Font คลิกปุ๊บ Font book ก็เปิดขึ้นมาปั๊บ ถัดมาด้านขา ไว้ค้นหาฟ้อน เพียงพิมพ์ ของแถมเล็กน้อย เปิด TextEdit พิมพ์ข้อความหรือไม่ก็ได้ กด Command + T เปิดหน้าต่างฟ้อนขึ้นมา ที่หน้าต่างฟ้อน ให้กดปุ่ม Option ค้างแล้วคลิกซ้ายที่ปุ่มปรับขนาดหน้าต่างใกล้ปุ่มแดงที่ไว้ปิดหน้าต่างมุมบนซ้าย สังเกตผล เกิดอะไรขึ้น !?! ขอความประหลาดใจจงเกิดกับท่าน สวัสดี
  7. บน Desktop ปรับได้ทั้งขนาดไอคอนและขนาดฟ้อน วิธี คลิกขวาที่ว่างๆ บน Desktop เลือก Show View Options ตรง Icon size: ไว้ปรับขนาดไอคอน ตรง Text size: ไว้ปรับขนาดฟ้อน ในโฟลเดอร์ จะมีการแสดงผล 4 แบบ - แบบ icons - แบบ list - แบบ column - แบบ cover flow แบบ icon คลิกขวาที่ว่างๆ เลือก Show View Options ปรับขนาด icon size: กับ text size: ตามต้องการ (เปลี่ยนภาพพื้นหลังได้ด้วยถ้าต้องการ) แบบ list คลิกขวาที่ว่างๆ เลือก Show View Options หลังชื่อไฟล์ก็ได้ ปรับขนาดไอคอนเล็กหรือใหญ่ และปรับขนาดฟ้อนได้ แบบ columns คลิกขวาที่ว่างๆ เลือก Show View Options ปรับได่แค่ขนาดฟ้อน แบบ cover flow เหมือนกับแบบ list แล้วคลิกที่ Use as Defaults เพื่อตั้งเป็นค่าเริ่มต้นตอนเปิดอีกครั้ง สำหรับ Safari ไปที่ Preference หรือ Command , (Comma) เลือกแท็บ Appearance เลือกฟ้อน เลือกขนาด ตามต้องการ แล้วคลิกที่แท็บ Advanced มองหา Universal Access: ติ๊กถูกที่ Never use font sizes smaller than กำหนดขนาดฟ้อนตามที่ต้องการ iTunes ไปที่ Preference หรือ Command , (Comma) ที่แท็บ General เลือกปรับ Source Text: กับ List Text: เป็น Large Text Edit ไปที่ Preference หรือ Command , (Comma) ที่แท็บ New Document มองหา Font Plain text font: ปรับขนาดตามที่ต้องการ Rich text font: ปรับขนาดตามที่ต้องการ Applications อื่น ก็ไปที่ Preference หรือ Command , (Comma) เป็นส่วนใหญ่ Pages Numbers Keynote เลือกปรับขนาดได้เลยตามงานที่ต้องการ
  8. เปลี่ยนค่า Default โดยการคลิกขวาที่ไฟล์ หรือรูปที่ต้องการ > เลือก Get Info > มองหาตรงคำว่า Open with: > เลือกโปรแกรมที่ต้องการ > คลิก Change All… > ปิด Info ส่วนการดูหลายๆรูปใน Preview ถ้ารูปอยู่ในโฟล์เดอร์เดียวกันก็ Select All Command + A แล้วกด Command + Page Down (ลูกศรชี้ลง) หรือคลิกขวาเลือก Open
  9. สำหรับ Gimp ถ้าจะพิมพ์ไทย ก่อนเปิดโปรแกรม ต้องเปลี่ยนภาษาของเครื่องให้เป็นภาษาไทยก่อน โดยกด Command + Spacebar หรือตามค่าที่ตั้งไว้แล้วแต่เครื่อง แล้วค่อยเปิด Gimp ขึ้นมา จะทำให้พิมพ์ไทยได้ (เป็นเรื่องแปลกๆของ Gimp) :question: ส่วน Picasa ขออภัยที่ตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยใช้
  10. เข้า Preference > Security หรือ CMD , คลิกที่แท็บ Security ดูว่ามีเครื่องหมายถูกที่ Fraudulent sites: Warn when visiting a fraudulent website ถ้ามีก็เอาออก ถ้าไม่มีก็ :shock:
  11. ลองอ่านบทความนี้ดูคิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากกว่าการเดาอาการ การเดาโรคแม้จะเป็นหมอยังถือว่าอันตราย หากไม่ใช่หมอยิ่งอันตราย ขอภาวนาให้หายไวๆ อยู่เป็นร่มไทรของบอร์ดนานๆ :DDD
  12. ถ้าอ่านข้อความที่แจ้งเตือนดีๆแล้วจะทราบคำตอบของคำถาม ปัญหาคือมีบางไฟล์ที่ไม่สามารถโยกย้ายเพื่อเคลียร์พื้นที่ในการสร้าง Partition ใหม่ได้ เหมือนกระทู้นี้ ถ้ามีมากกว่า 1 Partition จะขึ้นข้อความอื่นแทน ไม่ใช่แบบนี้ เคยเป็นตอนมีสอง OS (แมคกับ Ubuntu) แล้วจะลงวินโดวส์เพิ่มแต่แบ่งไม่ได้
  13. ทำได้เพียงเดินย่ำอยู่กับที่

  14. เคยเป็นเหมือนกัน แต่บางครั้งการ Relaunch Finder แล้วก็ยังลบไม่ได้ ที่ลองทำดูแล้วได้ผลคือ การ Rename ไฟล์ ถ้าไฟล์ XXX.xxx is in use ก็เปลี่ยนเป็นชื่ออื่น นามสกุลอื่น เช่น m.m ไม่ต้องสนว่ามันเป็นไฟล์อะไร เพราะจะลบอยู่แล้ว รู้แน่ๆว่าไฟล์ m.m ไม่ได้ถูกเปิดอยู่ นั่นคือ m.m is not in use เมื่อ is not in use มันย่อมลบได้ แล้วก็ลบไฟล์ m.m ไปซะ ถ้า Rename แล้วยังลบไม่ได้ก็ :shock: ป.ล. ไม่รู้ว่าถ้าไฟล์ XXX.xxx ที่มัน is in use ถ้าอยู่ๆมันหายไป มันจะส่งผลอะไรกับระบบหรือเปล่า คือหมายความว่า ระบบจะเอาอะไรมา is in use อยู่อีก
  15. แนะนำ All2MP3 ขออภัย ไม่มีไฟล์ WAV ให้ลอง เลยใช้ WMV แทน ตัวโปรแกรมไม่ค่อยมีปุ่มให้กด ดังนั้นคิดว่าไม่น่าจะงง
×