Jump to content

RevoZ

Members
  • Content Count

    20
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

3 Neutral

About RevoZ

  • Rank
    Member
  • Birthday 07/07/1998

Contact Methods

  • Skype
    imtontan

Profile Information

  • Gender
    Male
  • Mac
    13-inch MacBook Pro: 2.3 GHz (Mid-2011)
  1. สวัสดีครับ คือผมใช้ MacBook Pro 13" (Mid 2011) ที่รัน OS X 10.9 อยู่ครับ ปกติก็จะใช้นำเสนองานอยู่บ่อยๆ ด้วยเจ้า Mini DisplayPort to VGA ฮะ ช่วงหลังๆ ก่อนหน้านี้ ผมพบกับอาการติดๆ ดับๆ บ่อยมาก แต่คาดว่าเป็นเพราะสาย VGA เพราะจัดทางให้ดีก็ยังใช้ได้ แต่หลังจากที่ผมห่างจากการต้องใช้โปรเจคเตอร์ระยะเวลานึง ... กลับมาต่อใหม่ พบอาการดังนี้: 1. ใช้เวลาในการ detect ช้า 2. หลังจาก detect ได้และมีการเปลี่ยน resolution แล้ว เครื่องจะช้าลาเวลากดหรือลากหน้าต่าง แต่เมาส์ยังเคลื่อนไว 3. Mac detect โปรเจคเตอร์(รวมถึงจอนอกที่ลองต่อ ขึ้นชื่อรุ่นของจอด้วย) แต่ไม่มี output ออกมา 4. (จอนอก) จอใน Mac มีอาการเป็นเส้นๆ สายๆ สีๆ เล็กน้อย 5. เมื่อถอด MDP to VGA ออกแล้ว เครื่องไม่ช้า ผมก็คิดว่าคงเป็นที่สาย MDP to VGA จากการค้นหาเบื้องต้น แต่ผมก็ลองยืมสายของเพื่อนมาลองเสียบดู ปรากฏว่า... 1. เครื่องยังช้าเหมือนเดิม มีการ detect เหมือนเดิมทุกประการ 2. แตกต่างจากข้างบนเล็กน้อยคือ ที่ projector ขึ้นว่ามี output เข้ามาแว่บนึงแล้วก็หลุดไป แต่พอนำ MBP อีกเครื่องมาต่อกับสาย และprojector เดียวกันนี้ปรากฏว่า "ต่อติดดี ไม่มีปัญหา" สรุปแล้วเป็นที่เครื่องหรือเปล่าครับ หรือว่าตัว OS X ?
  2. ผมใช้ MacBook Pro 13" Mid-2011 อยู่ครับ แต่ช่วงนี้พบอาการ Trackpad ดังนี้ครับ - บางครั้งไม่ติด (ขยับไม่ได้เลย คลิกก็ไม่ได้) หลังตื่นจาก Sleep - บางครั้งใช้เมาส์มาเสียบ เล่นไปสักพักแล้วสลับมาใช้ Trackpad ก็กลับมาติดเอง หรือบางทีปิดเครื่องเปิดใหม่ก็หาย - แต่บางครั้งทำวิธีข้างบนก็ไม่หายจริงๆ ต้องหาเมาส์มาใช้แทน - เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เคยเกิดขึ้นกับฝั่ง Bootcamp ด้วยครับ (แต่พบอาการเดียวคือบางครั้งตื่นจาก Sleep แล้วไม่ติด) เลยอยากรู้ว่าตัว Trackpad มันมีโอกาสเสียไหมครับ แล้วถ้าเปลี่ยนจะราคาเท่าไหร่ครับ (ประกันหมดแล้ว)
  3. หมายถึงขั้นตอนการ Load Driver ของ Windows 7 ตอนติดตั้งหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นแบบนั้นให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปครับ (ไม่แน่ใจว่ากดข้ามได้หรือเปล่า) ถ้าไม่ได้ก็รีสตาร์ทโดยปล่อยให้มันบูทผ่านแผ่น DVD แล้วลงตามปกติ จากนั้นจึงเสียบ หรือ ใส่ USB/CD ที่มีไดร์เวอร์จุอยู่และรัน Setup.exe ครับ ถ้าไม่ใช่ รอท่านอื่นครับ
  4. ที่บ้านผมก็ใช้ Huawei 3BB เหมือนกันครับ ใช้ได้ตามปกติ ไม่ว่า Authentication Type อะไร (ถ้าที่ศูนย์ 3BB ตั้งมาจะเป็น WEP-64bits) แต่ลองเปลี่ยนดูก็ไม่เสียหายครับ เพราะแบบ WPA-PSK/WPA2-PSK ปลอดภัยกว่า
  5. ดูจากปีที่แล้วน่าจะมาทีหลังครับ หลังจากทั้งสามค่ายเปิดตัวแล้ว
  6. น่าจะมีในเฉพาะ Windows 8 ครับ (เท่าที่ทราบ) คือ Windows Key (command) + Space
  7. ผมลองลบแคชมันก็ขึ้นมาใหม่นะครับ
  8. ขอบคุณทั้งสองท่านมากเลยนะครับ ได้แล้วครับ ตามวิธี 2 เรปบนครับ ได้แน่นอน 100% ครับ
  9. ตั้งแต่ซืิ้อเครื่องมา ผมไม่สามารถเข้าใช้โปรแกรม Adobe Dreamweaver + Adobe Captivate ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวครับ มันเด้ง และออกไปในทันทีที่เปิดครับ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จำเป็นสำหรับผมมากๆ Fresh Install OS ใหม่ก็ไม่หายเลยครับ เป็นอยู่สองโปรแกรมทั้งเครื่อง ฮือๆ ลองเสิร์ช Exception Codes เค้าว่ากันว่าเกี่ยวกับแรม ใช่หรือเปล่าครับ แต่ผมไม่เคยเปลี่ยนแรมเลยนะ :question: นี่เออเร่อของ Dreamweaver CS5.5 ครับ (ผมตัดมาครับ) Process: Dreamweaver [6642] Path: /Applications/Adobe Dreamweaver CS5.5/Adobe Dreamweaver CS5.5.app/Contents/MacOS/Dreamweaver Identifier: com.adobe.dreamweaver-11.5 Version: 11.5.0.5315 (11.5.0) Code Type: X86 (Native) Parent Process: launchd [224] Date/Time: 2012-05-03 11:34:58.686 +0700 OS Version: Mac OS X 10.7.3 (11D50b) Report Version: 9 Interval Since Last Report: 232190 sec Crashes Since Last Report: 4 Per-App Crashes Since Last Report: 1 Anonymous UUID: 4EDE2146-B129-4F96-91D0-AD7B71327CDD Crashed Thread: 0 Dispatch queue: com.apple.main-thread Exception Type: EXC_BAD_ACCESS (SIGSEGV) Exception Codes: KERN_INVALID_ADDRESS at 0x00000000c0000000 VM Regions Near 0xc0000000: Stack 00000000bf800000-00000000c0000000 [ 8192K] rw-/rwx SM=COW --> Submap 00000000ffff0000-00000000ffff2000 r-x/r-x process-only submap ส่วนนี้ของ Captivate 5.5 ครับ (ผมตัดมานะครับ) Process: Adobe Captivate [6667] Path: /Applications/Adobe Captivate 5.5/Adobe Captivate.app/Contents/MacOS/Adobe Captivate Identifier: com.adobe.Captivate Version: "5.5.0.257" ( 5,5,0,257 ) Code Type: X86 (Native) Parent Process: launchd [224] Date/Time: 2012-05-03 11:40:51.200 +0700 OS Version: Mac OS X 10.7.3 (11D50b) Report Version: 9Interval Since Last Report: 232537 sec Crashes Since Last Report: 6 Per-App Crashes Since Last Report: 2 Anonymous UUID: 4EDE2146-B129-4F96-91D0-AD7B71327CDD Crashed Thread: 0 Dispatch queue: com.apple.main-threadException Type: EXC_BAD_ACCESS (SIGSEGV) Exception Codes: KERN_INVALID_ADDRESS at 0x00000000c0000000 VM Regions Near 0xc0000000: Stack 00000000bf800000-00000000c0000000 [ 8192K] rw-/rwx SM=COW --> __TEXT 00000000f0000000-00000000f01a3000 [ 1676K] r-x/rwx SM=COW /Applications/Adobe Captivate 5.5/Adobe Captivate.app/Contents/Frameworks/mc_enc_avc.framework/Versions/8.5/mc_enc_avc
  10. จัด MacBook Pro เลยครับ คุ้มๆ ผมใช้อยู่ ยังไง tablet ก็แทน notebook netbook ไม่ได้ครับ
  11. เมื่อคุณลง 10.8 ไปแล้ว, Recovery Disk ก็จะเปลี่ยนไปเป็นของ 10.8, ทำให้เมื่อทำการ Recovery ก็กลับมาเป็น 10.8 เหมือนเดิม ขั้นตอนการดาวน์เกรด (ทำได้ 100% เพราะผมก็เผลอลงไปเหมือนกัน) 1.ให้หา InstallESD.dmg ของ 10.7 (วิธีของคนข้างบนผมก็ได้ครับ) แล้วไรท์ใส่แผ่น DVD 2.ให้คุณสำรองข้อมูลที่มีอยู่ (iTunes Library เอกสารสำคัญ อื่นๆ) เพราะคุณจำเป็นต้องล้าง Harddisk เพื่อกลับมาเป็น 10.7 อีกครั้ง ซึ่งถ้าไม่ล้างก็จะไม่สามารถติดตั้งได้ มันจะฟ้องว่ารุ่นที่อยู่ใน Harddisk (10.8) นั้นใหม่กว่า 3.ทำการใส่แผ่น DVD ในข้อ 1 ลงไปขณะเปิดเครื่อง บูทผ่านแผ่น 4. เข้าไปยัง Disk Utilities และ Erase Macintosh HD 5. ดำเนินการติดตั้ง 10.7 ตามปกติ หลังจากคุณลง 10.7 เสร็จแล้ว เวลาต้องการลงใหม่ก็สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง DVD และ Recovery Disk แต่ไม่จำเป็นต้อง Erase Macintosh HD หรือสำรองข้อมูล เหมือนขั้นตอนการดาวน์เกรด เพราะเป็นการติดตั้งทับลงไป ไฟล์จะอยู่ครบเหมือนเดิม
  12. ลบโพสครับ โพสผิด
  13. (นอกเรื่อง) บางทีทีมแปลอาจจะท้อมั้งครับ ใครเคยเป็นทีมแปลอะไรสักอย่าง(อย่างผม) พอเผยแพร่ก็มีกระแสสวนใหญ่ก็ออกมาแนวๆ เดียวกันว่า "ไม่ใช้" "ไม่ชิน" "ตลก" อะไรแนวนี้อยู่เสมอ อันนี้ก็แล้วแต่ประสบการณ์ของผู้ใช้แต่ละคนครับ มีมากน้อยไม่เท่ากัน อย่างผมเอง ถ้ามีภาษาไทยให้ใช้ก็ใช้ครับ ไหลลื่น ภาษาอังกฤษก็ไม่ใช่ปัญหา ^^ ----------------------------- (ในเรื่อง) เข้าไม่ได้มานานแล้วครับ สำหรับ apple.com/th ที่เข้าได้ครั้งล่าสุดก็พบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการอัพเดท (outdated) อยู่
  14. มาแวะตอบให้นะครับ วิธีการดังกล่าวสำหรับรุ่นที่มีแผ่นมาให้ครับ ซึ่งแผ่นเหล่านั้นจะมี Windows Support มาให้อยู่แล้ว แต่สำหรับรุ่นที่กล่าวมา (หลังจากติดตั้งมาพร้อม Lion) สามารถดาวน์โหลด Windows Support และไรท์ลงแผ่นได้เองจาก Boot Camp Assistant (ตัวช่วย Boot Camp) ครับ โดยทำขั้นตอนปรกติ แต่เพียงคลิกเลือก "Download lastest Windows support software from Apple (ดาวน์โหลดซอฟท์แวร์สนับสนุน Windows ล่าสุดจาก Apple)" หลังจากนั้นรอสักครู่ครับ นานหน่อยสำหรับการดาวน์โหลด ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ตนะครับ แล้วก็จะมีให้เลือกไรท์ลงแผ่น ก็ทำไปตามขั้นตอนครับ พอได้แผ่นแล้วก็เก็บไว้ก่อน ก็ทำตามวิธีตามเน็ตได้เลยครับ พอเขาบอกให้ใส่แผ่นเพื่อลงไดร์เวอร์ ก็ใช้แผ่นที่เราไรท์แทนแผ่นที่ติดมากับเครื่องรุ่นเก่าๆ ได้เลยครับ ** แต่แผ่นที่เราไรท์ไม่สามารถนำมาใช้ติดตั้ง Mac OS X ได้นะครับ *** เสริมครับ การ Reinstall Mac OS X กด option ค้างจนปรากฎหน้าที่คุณบอกนั้นถูกต้องแล้วครับผม แต่ให้ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนไปจนชี้ "Recovery HD" แล้วกด return (enter) ก็จะเข้าสู่หน้าเมนูที่มีให้คุณเลือก Reinstall Mac OS X ได้ครับ (โดยใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แนะนำต้องมีความเร็วสูงหน่อยครับ เพราะไฟล์ประมาณ 3GB)
  15. ตอนแรกผมเองก็อยากได้ MacBook Air อยู่นะครับ เพราะตอนนั้นมีเรื่องงบ ผมคิดว่าจะยอมรับกับ Accessories ที่มากโข(และต้องใช้) แต่เมื่อบวกราคาดูแล้ว ผมสามารถก้าวขึ้นมาใน 13.3" MacBook Pro ได้ ถ้าเพิ่มอีกแค่ 2 พัน ซึ่งมีพอร์ตต่างๆ ครบครัน ดังนั้นถ้าเลือกได้... ผมจะคงเลือกใช้ MacBook Pro ต่อไป (ถ้ามีการยุบไลน์อะนะครับ) เพราะทุกอย่างสามารถทำงานได้อย่าง Pro โดยไม่มีข้อจำกัดด้านความบาง น้ำหนัก (ซึ่งก็จำกัดหลายอย่าง เช่น Port, CPU, FaceTime Camera, รวมถึงสเปคที่ตายตัวตั้งแต่ตอนซื้อ) อีกอย่างคือที่ผมเห็นก็คือตัว accessories ยังคงเน้นไปที่การเชื่อมต่อทาง USB ที่มีความจำกัดด้านความเร็วที่ต่างจากการติดตั้งมาในตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น SuperDrive, Ethernet, อื่นๆ และพอร์ต USB เองที่มีน้อย ทำให้การใช้งานพร้อมๆ กันทำได้น้อยลง ก็ต้องมีการซื้อ USB Hub เพิ่มอีก
×