Jump to content

Kawin

Members
  • Content Count

    686
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    10

Kawin last won the day on June 26 2015

Kawin had the most liked content!

Community Reputation

29 Excellent

About Kawin

  • Rank
    Advanced Member

Profile Information

  • Gender
    Male
  • Mac
    21.5-inch iMac 2012 Late

    3.1GHz Quad-Core Intel Core i7
    16GB 1600MHz DDR3 SDRAM-2X8GB
    1TB 5400-rpm Serial ATA Drive
    NVIDIAGeFrc GT 650M 512M GDDR5
  • iPhone
    iPhone5 Black 32G
  1. ของเก่า เป็นของที่ติดมากับเครื่องใช่ไหมครับ จะใช้เป็นภายนอกต่อผ่าน USB ก็ต้องหาตัวแปลงคล้ายแบบในภาพ ราคาน่าจะอยู่ราวๆ 200 - 400 ถ้าเกินนั้นไม่คุ้มแล้วครับถ้าจะเอามาเพื่อใช้กับ SSD 128Gb
  2. Kawin

    อยากอัพ Macbook pro retina 13

    มีสองทางเลือกครับ 1. ใช้ SSD สำหรับ Macbook Pro retina 2013-2015 (ราคาแพง) 2. ใช้ SSD M.2 NVMe และใช้ และใช้ตัวแปลงราคา 100กว่าบาท (ราคาเบากว่า) M.2 NVMe ยี่ห้อที่น่าเชื่อถือเช่น Samsung 960EVO 250GB ราคาประมาณ 3พันบาท ยี่ห้ออื่นมีตั้งแต่พันกว่าบาท หรือของ intel ที่ขายโดย Deva ขนาด 512gb ราคาประมาณ 3500-4000บาท ประกัน 5ปี วิธีการเปลี่ยนตามคลิป https://www.youtube.com/watch?v=gliJz9EmRq8
  3. Mac OS Mojave ยังใช้งานได้ปกติ เพิ่มเติมคือมี Bootcamp เพิ่มมาอีกตัว เดิมชื่อมันเป็น BOOTCAMP เหมือนกันทั้งสองตัว ผมเลยเติม SSD ต่อท้ายเข้าไปเพื่อกันสับสน ไว้ว่างๆ ค่อยลง Bootcamp ใน HDD ออก
  4. iMac 2012 Late 21.5" 3.1 GHz Core i7 (I7-3770S) iMac 13,1 Model A1418 (EMC 2544) เครื่องสั่งผ่านเว็บ Apple เป็น HDD ไม่มี Flash Store วันนี้ได้ทำการทดลองเพิ่ม SSD แบบ M.2 เข้าไป จึงมาเล่าประสบการณ์ไว้เป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจอยากทดลองทำ ก่อนหน้านี้ก็เคยเปลี่ยน HDD ไปแล้ว ใช้ HDD ของ Notebook ทั่วไป ใช้งานได้ไม่มีปัญหา ภาพประกอบอาจจะมืดไปสักหน่อยเนื่องจากเวลาว่างผมจำกัดมาก ต้องทำตอนกลางคืน โต๊ะทำงานรกเคลียร์ไม่ทันจึงต้องยกเครื่องลงมาทำกับพื้นแบบบ้านๆ SSD ที่ใช้เป็น Plextor px-128s3g 128GB (2280) ราคา 800กว่าบาท ก่อนจะลงมือทำก็ได้พยายามหาข้อมูล แต่สิบปากว่าไม่เท่าลงมือทำ ข้อมูลหลายสำนักไม่ตรงกันสักที่ บ้างก็ว่ามันทำไม่ได้ บ้างก็ว่า มันไม่มี Socket ให้ ข้อมูลค่อนข้างน้อยคงเพราะลักษณะเครื่องยากแก่การดัดแปลงแก้ไข ไปเจอข้อมูลที่เป็นประโยชน์คือ iMac สามารถใช้ Flash Store ของ MBP ได้แต่บางคนก็บอกไม่ได้ต้องเป็น MBA และผมรู้อยู่แล้วว่าทั้ง MBA และ MBP มีอุปกรณ์ที่ใช้แปลง M.2 เพื่อใส่แทน และสามารถทำเป็น Fusion Mode ได้ด้วย ในเมื่อข้อมูลไม่เป็นที่แน่ชัดผมจึงสั่งมาทั้งสองรุ่น ตัวละ 100บาทโดยประมาณ ตามภาพ สีเขียวเป็นของ MBP 2012(A1425) ส่วนสีดำนั้นเป็นของ MBA 2012(A1466 A1465) 17+7pin การแกะเครื่องนั้น ดูได้จาก ifixit เลย ที่เหลือคือทักษะ การแกะเต้าจอนั้น หากไม่ระวังอาจทำให้อุปกรณ์ภายในเครื่อง เช่นสายแพรขาด หรือจอเป็นรอยได้ ตัวแปลงที่ได้มานั้น สีเขียวของ MBP 2012 สามารถเสียบลงบอร์ดและขันสกลูยึดกับบอร์ดได้พอดี แต่มันทำมาเพื่อ SSD 2230 2240 2260 ไม่รองรับ 2280 ส่วนสีดำของ MBA 2012 นั้น รองรับ 2280 แต่ ไม่รองรับบอร์ดของ iMac ยาวเกินกว่าจะขันสกลูยึดได้ แต่หากจะใช้งานจริง สามารถเจอรู้เพื่อขันสกลูได้ และตัดปลายทิ้งเพื่อไม่ให้ไปชนกับเสายึดบอร์ด เนื่องจากเวลาว่างอันน้อยนิดผมจึงตัดสินใจ ใช้ของ MBP 2012 โดยปลดหมุดที่ใช้ยึดตัว M.2ออกไปซะ ขันตัวแปลงเข้ากับบอร์ดแล้วใช้กาวสองหน้าเป็นตัวยึด M.2 และตัวแปลงเข้าด้วยกัน เพื่อความปลอดภัยกรณี เทปกาวเสื่อมสภาพและ SSD หลุดออกมา ผมจึงได้ใช้เทปใสติดไว้ที่โครงของเครื่องที่เป็นโลหะบริเวณที่ SSD อาจจะหลุดไปโดนได้ หลังจากนั้นก็ประกอบเครื่อง แต่ในระหว่างนั้นเอง ผมก็เกิดความสงสัยว่า ถ้าทำ Fusion แล้ว ลง Bootcamp ตัว Bootcamp จะใช้งาน SSD หรือไม่ เท่าที่ได้ข้อมูลมาเหมือนกับว่า Bootcamp จะถูกติดตั้งลงที่ HDD และ Fusion จะไม่ทำงานใน Bootcamp ผมจึงเปลี่ยนความคิด ไม่ทำ Fusion แล้วเพราะหลังๆ ผมใช้ Windows เป็นส่วนใหญ่ จึงติดตั้ง Windows ลง SSD โดยตรงเลย วิธีการก็คือ ใส่แต่ SSD ยังไม่ต้องใส่ HDD และทำการติดตั้ง Windows ให้เรียบร้อย ซึ่งตัววินโดว์นั้นผมได้ใช้ Boot Camp Assistant ทำตัวติดตั้ง Windows และ Support Sofeware แบบ USB ไว้ก่อนแล้ว ตอนติดตั้งก็เหมือนติดตั้งวินโดว์ในเครื่อง PC ทั่วไป คือ เสียบ Flash Drive เปิดเครื่อง กด Option ค้าง จะมีให้เราเลือกสองตัวสีเหลืองๆ คือ Windows และ EFi ต้องเลือก EFi จึงจะสามารถติดตั้งได้ ในระหว่างการติดตั้งในก็มีปัญหาเล็กๆ อย่างบ้าง เช่นหลังจากที่ตัวติดตั้งได้คัดลอกไฟล์ต่างๆ ลง SSD เพื่อเตรียมติดตั้ง จะรีสตาร์ทเพื่อเข้าสู้ขั้นตอนที่สอง คือการตั้งค่าต่างๆ ปัญหาคือ รีเครื่องมาแล้ว หน้าจอดำ และมีตัวโหลดหมุดอยู่อย่างนั้นนานมาก ครึ่งชั่วโมงก็ยังหมุนไม่หยุด ผมไม่แน่ใจว่าตัววินโดว์กำลังทำการดาว์นโหลดอัพเดดอะไรหรือไม่ เพราะก่อนหน้านั้นผมเชื่อมต่อเน็ทไว้ด้วย เมื่อรอไม่ไหว ผมตัดสินใจ กด Power ค้าง ให้เครื่องดับ ดึง USB ออก และเปิดเครื่องอีกครั้ง คราวหน้าเครื่องก็เข้าสู้หน้าการตั้งค่าต่างๆ (ภาษา คีย์บอร์ดเลย์เอาท์ ฯลฯ) เมื่อติดตั้งเสร็จก็ทำการเสียบ Flash Drive และติดตั้ง Bootcamp Support Software เป็นอันว่าผ่านไปได้ด้วยดี ปิดเครื่อง นำ HDD ลูกเดิมใส่เข้าไปและประกับให้เรียบร้อย เปิดเครื่องกด Option ค้าง ก็จะมีให้เราเลือก 3 ตัวเลือก Windows(Bootcamp ตัวเดิม), Macintosh HD(OSX), EFi(Bootcamp ตัวล่าสุดที่เราติดตั้งลงไป) ในภาพนี้ถ่ายจาก Windows ตัวเก่า เนื่องจากใน SSD นั้นยังไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งาน เลยต้องสลับมาทำงานในวินโดว์ตัวเก่าก่อน สรุปแล้วก็คือเครื่องทำงานได้ปกติดีเหมือนเดิมเข้า Mac เข้า Windows ได้ไม่มีปัญหา เพิ่มเติมคือมี Bootcamp เพิ่มมาอีกตัวเป็น SSD อนาคตค่อยจัด SSD ความจุเยอะใส่แทน HDD ลองเดิม เทสความเร็วจากใน Windows ตัวเก่านะครับ SSD ที่นำมาใช้ต้องดูว่า Adaptor รองรับรูปแบบไหนนะครับ แบบที่ผมนำมาใช้คือ M.2 Sata B.Key เทปกาวสองหน้าที่นำมาใช้ DIY ในครั้งนี้ ผมใช้เป็นเทปโฟมกาวสองหน้า FPV ทั่วไป 10เมตร x 12มิลลิเมตร ม้วนละ 50-60บาท ใช้ทั้งติด SSD และหน้าจอ แต่ติดจอต้องตัดผ่าครึ่งมันหน่อยครับเพราะมันกว้างไป ปล. หากไม่ชำนาญไม่ควรแกะเครื่องเล่นนะครับ iMac Slim แกะยากต้องใช้เทคนิคและความชำนาญ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย หายังอยู่ในประกัน ไม่ควรแกะเอง เดี๋ยวประกันจะขาด เว้นซะแต่จะแกะได้เนียนมากและใช้กาวที่ได้มาตรฐานทำมาสำหรับเครื่อง iMac รุ่นนั้นโดยเฉพาะ ราคาน่าจะหลายร้อยหรืออาจจะถึงหลักพัน เครื่องผมมันเก่าหมดประกันไปนานแล้วพังก็ไม่เสียดายถือว่าซื้อความรู้และประสบการณ์ให้ตัวเอง
  5. ผมว่า VM เปลืองพื้นที่มากกว่าครับ การใช้ External HDD M.2 คุณสามารถลงวินโดวไปที่ตัว Ex โดยตรงได้เลย แบบไม่ผ่าน Bootcamp ก็ได้ ตอนจะใช้ Windows ก็เสียบ Ex รีเครื่องกด Option ค้างไว้เพื่อเลือกว่าจะ Boot เข้าตัวไหน หากใช้ VM จะต้องเสียพื้นที่แรมเพื่อรัน OS พร้อมกันสองตัวทำให้ใช้งานเครื่องได้ไม่เต็มที่
  6. USB C ไม่ได้ใหม่เกินไป และก็ไม่ได้มีแค่ Mac ที่ใช้ USB C มือถือบางค่ายก็หันมาใช้ USB C หรือแม้แต่ Flashdrive ก็ทำเป็น USBC หลายรุ่นแล้วครับ บางรุ่นสามารถเสียบได้ทั้ง USB C และ USB3 ส่วนอุปกรณ์แปลง USB C เป็น USB3 ก็ไม่ได้แพงและใหญ่โตเวอร์วัง เป็นแค่สายเล็กๆ ราคาไม่กี่ร้อยสามารถพกติดกระเป๋า Notebook ได้ตลอดเวลา ไม่ได้เป็นภาระในการหอบหิ้วหรอกครับ ไม่ต้องรอถึงสิบปีหรอกครับ และทุกวันนี้การโอนถ่ายไฟล์ นอกจากผ่าน Port เหล่านี้แล้วยังมีเทคโนโลยีอื่นที่รองรับไม่ว่าจะเป็น Wifi หรือ bluetooth ถ้าเอาแต่ปิดหูปิดตา ก็จะไม่ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ครับ คนที่เขาซื้อเครื่องใหม่ๆ เพราะเขามีกำลังพอจะซื้อและพร้อมจะสัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ ส่วนคนที่ทำงานด้วย Mac กันจริงๆ เขาคงไม่เปลี่ยนกันบ่อยๆ หรอกครับ ซื้อมาแต่ละเครื่องใช้จนคุ้มถึงจะเปลี่ยนที แต่ละคนก็ใช้งานต่างกันไป ถ้าเอาทำทำงานด้านตัดต่อด้านการ์ฟฟิกเป็นหลักก็คงเน้นไปทาง Mac pro หรือ iMac ซะมากกว่า แต่บางคนเขาก็แค่ต้องการเครื่องที่บางเบา สามารถถือไปพรีเซนต์งานได้โดยเมี่อยแขนเมี่ยมือ ไม่ได้ต้องการใช้พอร์ตอะไรเป็นพิเศษ โปรเจ็กเตอร์ หรือปริ๊นเตอร์ก็เป็น Wifi กันแล้ว สายต่อพ่วง 160บาท
  7. ของผมอัพ 10.1 วันแรกเลย แล้วไล่อัพเดดแอป พอมาถึง Facebook ก็เกิดปัญหาโหลดค้างแต่จอดำเลยไม่ได้เอะใจเช้าวันถัดมาเปิดเครื่องดู แบตแดงมีอยู่สองขีด (หมดสนิท) เอาไปชาร์ตพักใหญ่กว่าจะเปิดได้ แต่ก็ค้างหน้าโลโก้แอปเปิ้ล พยายามรีสตาร์ทเครื่องหลายรอบกว่าจะเข้าได้ พอเข้าได้ก็ปรากฏว่าแอป Facebook อัพเดดล้มเหลว เลยกดอัพเดดใหม่ สักพักก็เกิดอาการเดิม คราวนี้ค้างหน้าโลโก้เข้าไม่ได้เลย สุดท้ายต้อง DFU แล้วรีสตอร์เครื่องถึงกลับมาใช้ได้ แต่ก็ยังไม่ได้ติดตั้งแอปเฟชบุ๊คไม่รู้ว่าจะค้างอีกไหม
  8. ปัจจุบันราคาลงมาเกือบสิบเท่าแล้วมั้งครับ จะให้ถูกเหมือน HDD ก็คงต้องรอให้มีเทคโนโลยี่ใหม่ที่เข้ามาแทน SSD
  9. Error ที่ว่าคือยังไงครับ ปกติมันจะแจ้งบอกสาเหตุไม่ก็มีโค้ดบอก
  10. Kawin

    อัพแรม macbook pro 2011

    ใส่ Buss สูงกว่านั้นก็ได้ครับตามสเป็คระบุไว้ว่าใส่ได้แถวละ 4 บัส 1333 แต่มีคนลองใส่ 8*2(1866) รวมเป็น 16G ใช้งานได้ปกติไม่มีปัญหาครับ แต่จริงๆ 1333 มีขายทุกร้านแหละครับไม่ได้หายากอะไรเลย สั่งผ่านเว็บ Advice ก็ได้ เครื่องเพื่อนผม 2011 เช่นกัน ใส่ตัวนี้ไปสองแถวเป็น 16G ใช้งานได้ปกติไม่มีปัญหาครับ https://www.advice.co.th/product/ram-for-notebook/notebook-ddr3-1600-/ram-ddr3-1600-nb-8gb-g-skill-mac-
  11. Kawin

    MAC BOOK หายค่ะ !!!!

    ปกติใช้งานเครื่องครั้งแรกก็ต้อง Activate เครื่องโดยการใส่ Apple ID อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ แม่แต่ตอนโหลดแอปก็ต้องใส่ ก็น่าจะใช้ Find My Mac ได้อยู่นะ ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องพึ่งตำรวจอย่างเดียว https://support.apple.com/th-th/HT204756 ลองแจ้งเครื่องหายไว้ตามเว็บซื้อขายเพื่อมีใครเจอ http://www.mac2hand.com/14/%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87Mac%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2/
  12. อาการนี้ร้านซ่อมบอร์ดทั่วๆ ไปก็ซ่อมได้ แต่ราคาหนักอยู่แล้วของมียี่ห้อ คอมแก่แล้วซ่อมไปก็คงไม่คุ้มเพราะไม่รู้ว่า อุปกรณ์อื่นๆ จะเสียเมื่อไร วันนี้ซ่อม Slot ไป อีกสักเดือนสองเดือนอาจจะการ์ดจอพัง เก็บตังค่าซ่อมไว้สมทบทุนเครื่องใหม่คุ้มกว่า
  13. Kawin

    Macbook ใช้แล้วค้าง

    HDD มี Bad ไหม
  14. ปกติหรือไม่ คงมีแต่เจ้าของเครื่องที่รู้ครับ ว่าโหลดอะไรมาบ้างลงโปรแกรมอะไรไปบ้าง มีไฟล์อะไรในเครื่องบ้าง ลบ Windows ถ้าลบผ่าน Boot Camp ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไปลบ Partition ทิ้งเองจาก Disk Utilities ก็อาจมีปัญหาตอนจะติดตั้งใหม่
  15. ไม่ต้องพึ่งอะไรทั้งนั้นแหละครับ คลิปแทป First Ad ครับ แล้วมันจะขึ้นมาให้ยืนยัน กดตกลง มันก็จะ Verify และ Repair ให้เสร็จสรรพ สะดวกกว่าเดิมไม่ต้องกดหลายๆ ขั้นตอน ส่วน Restore ก็อยู่ในแทป Restore นั่นไงครับ
×