Jump to content

toekubpom

Members
  • Content Count

    9
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

toekubpom last won the day on January 16 2016

toekubpom had the most liked content!

Community Reputation

1 Neutral

About toekubpom

  • Rank
    Newbie

Profile Information

  • Gender
    Male
  • Mac
    Macbook Pro 13" Alu Mid 2009
    Macbook Air 11" Mid 2012
  • iPad
    iPad1 3G WiFi 32GB
  1. อืมมม... ทำ Fusion drive เสร็จแล้วมา enable trim นี่ทำให้เร็วขึ้นว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเวลา booting เปิดเครื่องขึ้นมา เร็วกว่าเดิมไปประมาณสัก 10 วิ เลยเห็นจะได้
  2. แนะนำแหล่งที่จำหน่ายหน่อยได้ไหมครับ
  3. CPU มันอัพเกรดทีหลังได้ด้วยหรอครับ มัน integrated cpu มาอยู่แล้วใช่ไหมครับ
  4. ฮาๆ จะบอกว่ารูปนั้นคือสภาพต้ังแต่ปี 2009 เลยครับ ไม่เคยเปิด เพิ่งเปิดออกเมื่อตอนต้นเดือน ธ.ค.นี้เองครับ 5 ปีเพิ่งได้เปิดออกมา ผมถือว่าฝุ่นไม่เยอะมากเท่าไหร่ เคยแกะ notebook ธรรมดาสภาพใช้มา 3 ปี ฝุ่นแน่นกว่านี้อีก ฮาๆ
  5. ปรกติ Notebook ทั่วไปตามร้านซ่อมถ้าลูกค้าไม่อยากจะเปลี่ยนใหม่ก็ใช้วิธีแบบนี้แหล่ะครับ เรื่องกลัวสารเคมีอะไรคงไม่มีผลครับเนื่องจากไม่ได้ไปแต้มตรงจุดที่สัมผัสความร้อนโดยตรงไม่ทำให้กาวละลายครับ และพอดีของผมก็รุ่น 2009 ไปแล้วไม่รุ้ว่าใช้ต่อได้อีกกี่ปี กว่าตัวกาวจะเปราะล่อนหลุดออกมาก็คงอีกหลายปีครับ เพื่อความสบายใจจะเปลี่ยนใหม่ก็ดีครับได้ของใหม่ด้วย แต่ถ้าอยากประหยัดก็ใช้วิธีนี้ครับ
  6. ของผม MBP 13" mid2009 เหมือนกันครับซื้อมาใช้คุ้มมาก ใช้งานหนักด้วยเปิดไว้ตลอด นานๆจะ shutdown ทีนึง ตอนนี้ที่ผมอัพเกรดไปก็เป็น SSD ครับ plextor m5p 128 GB สามพันปลายๆครับ ใจอยากได้ ss 840 pro 128GB แต่หาไม่ได้เลยจนปัญหาครับ โครงการต่อไปกะจะหา RAM มือสองมาใส่เพิ่มไปซะหน่อยครับ อ้อจะบอกว่าของผมก็ลำโพงแตกครับ เปิดเสียงดังไปหน่อยตอนดูหนังบู๊ แตกเลยครับ แต่ว่าผมจัดการแก้ขัดไปเรียบร้อยไม่ต้องเปลี่ยนลำโพงใหม่ ผมได้เขียนโพสไว้ด้วยครับ วิธีซ่อมลำโพงแตก ถ้าเป็นแบบเคสผมนะ http://freemac.net/home/topic/19727-วิธีซ่อมลำโพงแตกของ-macbook-pro-ด้วยตัว/
  7. ผมเพิ่งเขียนครั้งแรกนะครับ ผิดถูกยังไงต้องขออภัยด้วยครับ ผมไม่แน่ใจว่าผมโพสถูกหมวดหมู่รึเปล่าครับ หากผิดยังไงรบกวนย้ายให้ผมด้วยนะครับ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ผมใช้ Macbook pro 13" (mid 2009) ซึ่งใช้งานมันหนักพอควรเลย เปิดทั้งวันทั้งคืน วันนึงผมดูหนังแอ๊กชั่นยิงกันสนั่น แบบว่าเปิดเสียงดังเลย อยู่ๆยิงไปยิงมา เสียงลำโพงผมก็ซ่าๆไปซะอย่างงั้น คิดในใจลำโพงแตกแน่ๆ (ก็เข้าใจว่าความร้อนที่สะสมในเครื่อง บวกกับการใช้งานที่ยาวนานจึงทำให้ตัวขอบลำโพงมันแตกออก เวลาเปิดเสียงดังๆจะออกอาการลำโพงแตก) ดังนั้นจึงลองหาใน Google ดูว่ามันพอมีวิธีซ่อมได้ไหม จึงได้ลองทำดูปรากฏว่าได้ผลครับ เสียงลำโพงใสแจ๋วไม่แตกเลย **เพื่อนๆต้องลองตรวจสอบให้แน่ใจก่อนนะครับว่าอาการลำโพงแตกเป็นแบบเดียวกับผม คือ เสียงจะแตกพร่าเวลาเปิดเสียงดังๆ เนื่องจากขอบของตัวลำโพงมันแตกหลุดออกจากกันนะครับ เป็นปัญหาที่ตัวลำโพง ไม่ใช่จาก driver นะครับ ลองหาหูฟังมาเสียบดูก็ได้ครับ ถ้าเสียบหูฟังแล้วเสียงปรกติ ไม่แตก แสดงว่าลำโพงอาจจะแตกครับ** รู้สึกว่าถ้าเปลี่ยนตัวลำโพงใหม่ ราคาประมาณ 1,500 รึเปล่าไม่แน่ใจครับ วิธีซ่อม (เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจจะโพสแต่แรกเลยไม่ได้ถ่ายรูปโดยละเอียด ต้องขออภัยด้วยครับ) เราจะใช้กาวติดรองเท้าหรือกาวยาง เอามายึดติดตัวลำโพงครับ ถัดมาก็ต้องเตรียมไขควงครับ รู้สึกจะใช้เบอร์ #00 อะไรสักอย่างนี่แหล่ะครับ หรือลองใช้ชุด kit ไขควงแบบในรูปผมก็ได้ครับ และอีกอย่าง ในรูปจะเห็นว่าผมใช้ไม้จิ้มฟันในการทากาวนะครับ จากนั้นเราก็ต้องทำการถอดฝาหลังออกมา ตำแหน่งต่างๆของน็อตก็ตามรูปด้านล่างนะครับ ความยาวของตัวน็อตจะมีตัวยาวอยู่ 3 ตัวนะครับ ที่เหลือจะสั้นหมด รูปด้านล่างคือหลังจากได้เปิดฝาออกมาแล้วนะครับ เพื่อเราจะได้ใส่น็อตตัวเดิมถูกจะทำแบบผมก็ได้นะครับ ขันน็อตออกมาแล้ววางตามตำแหน่งที่เราจะใส่กลับไปที่เดิมได้ครับ จากรูปด้านล่างนี้จะเห็นว่าตรงขอบลำโพง ตัวพลาสติกมันหักหลุดออกไป จะเห็นที่ยังหลงเหลืออยู่บางส่วน ซึ่งตรงนี้เมื่อเราเอามือไปกดเบาๆจะรู้ว่าตัวลำโพงหลุดออกจากที่ยึด จึงทำให้เกิดเสียงแตกพร่าเวลาเปิดเสียงดังๆ จากนั้นเราก็จัดการใช้กาวยางแต้มๆลงไปตามขอบของลำโพงตามรูปเลยครับ ผมใช้ไม้จิ้มฟันแต้มเอาครับ เวลาแต้มเสร็จก็จะเป็นตามรูปด้านล่าง สุดท้าย ทิ้งไว้ให้กาวแห้ง เมื่อกาวแห้งดีแล้วก็จัดการประกอบฝาหลังกลับเข้าเหมือนเดิมครับเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ประหยัดเงินไปได้ 1,500 แหน่ะ เสียดายลืมอัดเสียงไว้ก่อนหลังที่จะซ่อม เลยไม่ได้เอามาให้เพื่อนๆฟังกัน แต่รับรองว่าเสียงดีเหมือนเดิมครับ
  8. toekubpom

    Macbook Air เล่นเกมนานๆสัก 2 - 3 ชั่วโมงนี่ไหม้ไหมครับ

    สำหรับ macbook สบายใจเรื่องการระบายความร้อนได้เลยครับ ไม่ค่อยมีให้เห็นหรอกครับเรื่องไหม้ ถึงมีก็น้อย เพราะ body ของ mac ทำจาก alu ระบายความร้อนได้ดีครับ เพียงแต่เวลาเล่นอย่าเอาไปวางบนที่นอนหรือที่ผ้านวมอะไรทำนองนี้ ไม่งั้นมันจะระบายความร้อนยากครับ อีกอย่างสังเกตุฟังเสียงพัดลมเอาถ้าดังมาก สำหรับคนที่ใส่ silicone keyboard ให้เอาออกชั่วความก่อนก็ได้ครับ จะได้ระบายความระสะดวกครับ
  9. ถ้าพูดถึงตามหลักของการออกแบบ air flow ก็เหมือนกับที่คุณ "กระยาจก" กล่าวเลยครับ พัดลมจะดูดอากาศไหลเข้าทาง ใต้คีย์บอร์ด เราจะสังเกตุได้ว่าใต้ปุ่มคีย์บอร์ดจะมีช่องว่างอยู่ และลมจะไปออกทางบานพับจอ ถ้าสังเกตุจะเห็นเป็นครีบๆอยู่ด้านในช่องนะครับ แต่สำหรับผม ผมก็ใส่ ซิลิโคน มาตั้งแต่ซื้อเลยครับ รุ่น Pro 13" alu mid 2009 และก็ใช้มาถึงตอนนี้ ยังไม่ปัญหาครับ ส่วนคราบจากซิลิโคนที่เวลาพับจอแล้วมีรอยคราบจากซิลิโคนติดบนหน้าจอผมก็เป็นครับ แต่ใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดเอาครับ ในความคิดผมนะ - แม้ว่าจะไปกั้นช่องลมก็จริง แต่ด้วยตัวเครื่องทำมาจากโลหะซึ่งสามารถระบายความร้อนได้ดีทั่วทั้งตัวเครื่องอยู่แล้ว - หากคุณนำไปใช้งานข้างนอก ข้อดีมันอย่างนึงคือซิลิโคนมันช่วยกั้นฝุ่นละอองลงไปข้างในได้ดีทีเดียว คุณลองสังเกตุดูถ้าไปวางไว้ข้างนอก เช่นชายทะเลหรือที่ที่ลมพัดดีๆ แล้วนำกลับเข้ามาในห้อง แล้วลองลูบดูจะพบว่าฝุ่นเยอะมาก - ถ้าต้องใช้งานที่ต้องคำนวณอะไรหนักๆ หรือถ้าพัดลมแรง อุณหภูมิสูงจริง ผมก็จะดึงมันออกชั่วคราวรอจนพัดลมเงียบ จึงใส่เข้าไปใหม่ ณ ปัจจุบัน Pro 13" alu mid 2009 ผมยังไม่เจอปัญหาเรื่องความร้อน ถึงแม้ว่าใช้งานแล้วมันจะร้อนกว่าปรกติก็เถอะ เพราะ body เป็นโลหะร้อนหน่อย เย็นหน่อย ฮาๆ แต่ที่จะเป็นปัญหาคือ สาย adaptor ตรงข้อที่ติดกับตัวแปลง สายมันขาด (ตรงนี้ของ สาย ipad ก็เป็น) อันนี้คงต้องม้วนเก็บดีๆ ปัญหาต่อมาคือลำโพงแตกเนื่องจากเปิดเสียงตอนดูหนังดังไปหน่อย อันนี้ก็แล้วแต่ดุจพินิจอ่ะนะ สำหรับผม Mac pro alu 13" mid 2009 กับ air 11" mid 2012 ใส่ซิลิโคนครับผม อ้ออีกอย่างนึงผมว่าผมชอบพิมพ์ใส่ ซิลิโคนมากกว่า เพราะเวลาผมเล็บยาวแล้วมันรู้สึกพิมพ์ง่ายกว่า เพราะเล็บมันชอบไปเสียบตรงร่องคีย์บอร์ดเวลาที่ไม่ได้ใส่หน่ะครับ ฮาๆ
×