Jump to content

Vadi Forte

Members
  • Content Count

    35
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    8

Vadi Forte last won the day on September 10

Vadi Forte had the most liked content!

Community Reputation

14 Good

About Vadi Forte

  • Rank
    Member

Profile Information

  • Mac
    -
  • iPhone
    -
  • iPod
    -
  • iPad
    -

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. สมัครโดยใช้ Facebook ตอนนี้เหมือน Auth ไม่ผ่าน ผมต้องกด Request Reset Password ทุกครั้งที่จะเข้าใช้งานครับ
  2. Vadi Forte

    12" Macbook m3 หรือ m5 ดีครับ

    ทราบแล้วครับ ประเด็นคือ M3 กับ M5 มันแรงต่างกันมากไหม อันนี้คือที่อยากรู้ครับ
  3. Vadi Forte

    12" Macbook m3 หรือ m5 ดีครับ

    Quad เหมือนจะมีแต่ตัว 15" ป่ะครับ
  4. ใครเคยมีประสบการ์ m5 บ้างครับ พอดีผมมีตัว m3 มีน้องมาถามว่าเอาตัวไหนดี ผมก็ลองหาข้อมูลในเน็ตต่างประเทศ หลายคนก็บอกว่าให้ไป m5 (i5) เลย แต่ไม่รู้ว่าจะคุ้มเงินที่ Upgrade ไหมครับ ตั้งหมืนนึงแหนะ ; w ; (แต่ได้ SSD 512 นะเออ)
  5. ผมว่าน่าจะมานะครับ เพราะ CPU ตัว Coffee Lake ล่าสุด มันปรับให้แต่ละรุ่นมี Core เพิ่มขึ้นมาอีก 2 Core เช่น Core i5 ปกติ 4 ก็จะกลายเป็น 6 ในขณะที่กินไฟเท่าเดิม (อันนี้ไม่ชัวร์)
  6. ขอตอบในมุมมองของ Designer การออกแบบแอพให้ใช้ได้ทั้ง Mac และ iOS สามารถทำได้ครับ ตอนออกแบบเน้นให้ออกแบบให้ใช้บน iOS เป็นหลักครับ เพราะตราบใดที่เราสามารถ Touch ได้บน iOS, บนแมคเราก็สามารถใช้เมาส์คลิกได้เหมือนกันครับ เวลาแสดงผลบนแมค อาจจะทำให้แสดงข้อมูลได้เยอะกว่า จำนวนแถว จำนวนคอลั่ม อาจจะมากกว่างี้ครับ
  7. รีวิว MacBook (Retina, 12-inch, 2017) - 1.2 GHz Intel Core m3 - 8 GB - SSD 256GB บอกได้คำเดียวว่าอย่า Underestimate ครับ หลังจากที่ผมได้แชร์ประสบการณ์ทั้งรุ่นเล็กมาก ๆ อย่าง Macbook Air 11 นิ้ว จนมาถึงพี่ใหญ่สุดอย่าง Macbook Pro 15 นิ้วไปแล้ว อีกหนึ่งในความฝันลึก ๆ คืออยากมีโอกาสในการรีวิวตัว 12" Macbook ให้ทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ เนื่องจากตัวล่าสุดที่ผมใช้คือ MacBook Pro 15 นิ้ว แต่อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าชิพการ์ดจอก็ได้เกิดเสียหาย ผมเลยต้องส่งน้องไปเข้าศูนย์ ผ่านไป 1 อาทิตย์ เช็คดูที่ศูนย์อีกรอบ คราวนี้เปลี่ยนบอร์ดให้ แต่ว่า Touch ID ดันไม่ทำงาน ; w ; ก็เลยต้องนอนที่ศูนย์อีกหนึ่งอาทิตย์ รวม ๆ แล้วที่ไม่ได้ใช้งานเครื่อง 15 นิ้วน่าจะประมาณ 2 อาทิตย์ ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบดูรีวิว Notebook และอุปกรณ์ IT ในยูทูปมาก เวลาผมสนใจอะไรผมจะศึกษาหาข้อมูลอย่างหนัก ครั้งหนึ่งผมเคยสงสัยว่า 12" MacBook ที่เค้าว่ากันว่าช้า นี่มันจริงหรือเปล่า ผมก็หาข้อมูลต่าง ๆ ก็มีคนว่าไป 108 จากข้อมูลที่ได้ สถานการณ์มันคล้าย ๆ ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อ MacBook Air 11 นิ้ว ดังนั้นผมจึงเดาว่า คนส่วนมากจะ Underestimate เจ้า 12" MacBook มากไปหน่อย เอาจริง ๆ คนที่บอกว่าช้า หรือทำงานไม่ได้ นั่นนี่ ส่วนใหญ่คือคนที่ไม่ได้ใช้งานจริง เพราะพออ่านคอมเม้นท์ดี ๆ แล้ว สุดท้ายพวกเขาก็จะไปลงเอยที่ Macbook Pro สุดท้ายแล้ว ณ วันที่เครื่อง MacBook Pro 15 นิ้วของผมไปหวัน เนื่องจากผมต้องทำงานกับคอมตลอด ผมเลยได้โอกาสในการซื้อเจ้า 12" Macbook ซะเลย กะว่าพอเครื่อง MacBook Pro 15 นิ้วกลับมา จะยกเครื่องให้แฟนใช้ เข้าสู่รีวิว ผมจะเน้นส่วนที่สำคัญ ที่รู้สึกว่าควรจะรู้ ส่วนที่สำคัญที่สุด : หน้าจอ ปัญหาหลักที่รู้สึกกังวลมากที่สุด ตอนที่ตัดสินใจจะซื้อคือ ขนาดหน้าจอ จะเรียกว่าขนาดก็ไม่ถูกซะทีเดียว ต้องเรียกว่า ขนาด Canvas ที่จะสามารถใช้งานได้ เพราะเจ้า 12" MacBook นั้นเมื่อปรับ Resolution สูงสุดแล้วได้แค่ 1440 x 900 เท่านั้น เทียบเท่า MacBook Air 13" ซึ่งจากคนที่เคยใช้ MacBook Pro 15" มาด้วย 1920 x 1200 นั้น ถือว่าทำให้พื้นที่การทำงานนั้นหดหายลงไปอย่างมาก แต่... ผมก็ได้ทำการหา Solution ไว้แล้ว นั่นก็คือใช้ 3rd Party ในปลดล็อค Resolution ให้สูงขึ้น ชื่อ QuickRes ในราคา 14.99 เหรียญ ซึ่งสามารถปรับไปได้สูงสุดถึง 2304 x 1440 (ตาม Resolution ของแต่ละ Model) ผมได้ทำการทดลองปรับใช้หลาย ๆ Resolution ที่เค้ามีตัวเลือกให้ พบว่าขนาด 1920 x 1200 คือ Resolution ที่ดีที่สุด คือ ตัวหนังสือไม่เบลอ หรือเล็กจนเกินไป ซึ่งทำให้ผมได้พื้นที่การใช้งานเท่าตัว MacBook Pro 15" เลยทีเดียว แต่ต้องแลกกับตัวหนังสือที่เล็กลงนิดนึง แต่ไม่ถึงกับเล็กมากจนอ่านไม่ได้ การใช้งาน ผมทำงานเป็น Web Developer ส่วนมากคือการรัน Command Line ติดตั้ง Node Package, Run Build Script มีการใช้งาน Photoshop บ้าง, มีงานของลูกค้าที่ส่งมาเป็น Adobe Illustrator บ้าง, Sketch บ้าง ซึ่งประสบการณ์การใช้งานนั้น ต้องบอกว่า "สามารถทำงานได้ตามปกติ" แต่... มีบางอย่างอาจจะช้ากว่าเครื่องทั่วไป เช่น การ Export รูปขนาดใหญ่ หรือ การ Run Build Script ขนาดใหญ่ ครั้งหนึ่งเคยต้อง Run Build React-native ผ่าน Simulator X-Code ซึ่งเป็นการ Build ที่ทดสอบความอดทนมาก ๆ คือเปิดทิ้งไว้ แล้วไปเดินเล่นได้เลย (จากปกติ 1 นาที เครื่องนี้อาจจะใช้ 3 - 5 นาที) ผมเคย Export Final Cut Pro ยาว 1 นาที ใช้เวลา Export ประมาณ 3 - 4 นาที ปัญหา เครื่องค้าง!! มีความค้างบ่อยอยากมีนัยสำคัญ เข้าใจว่าเครื่องช้า ด้วยความที่เราเป็นพวกมือไว คลิกปุ๊ปปับ ใช้คีย์ลัดแทนการคลิก ทำให้บางครั้งรู้สึกว่า มีอาการโหลด หรือค้าง เป็นบางครั้ง ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่า Workflow มันติดขัด <<< ข้อนี้จะไม่มีปัญหา ถ้าเราไม่เคยใช้เครื่องแรง ๆ มาก่อน เช่น MacBook Pro Temperature & CPU Using ผมได้ทำการลงโปรแกรม iStat ไว้เพื่อดูอุณหภูมิและ CPU Using เพื่อคอยดู พฤติกรรมของเครื่อง สรุปคือ ถ้าทำงานธรรมดา อุณหภูมิจะอยู่ที่ 50 - 60 องศา ผมเคย CPU พุุ่งไป 100% และ 98 องศาครั้งหนึ่ง ตอน Export ไฟล์ Sketch ไฟล์ใหญ่ แต่ก็แปปเดียว พอร์ต พอร์ตเดียว ไม่มีปัญหาใด ๆ สำหรับผม เพราะไม่ได้เสียบอะไรเลย จอนอกก็ไม่ได้ต่อ แต่คิดอยู่ว่าถ้าต่อจอนอก เครื่องน่าจะร้อนกว่าเดิมแน่ ๆ ตามประสา MacBook สรุป เครื่องนี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานเอกสาร หรือว่า Web Browsing เหมือนตามรีวิวต่าง ๆ คนที่สายเดินทางบ่อย Minimal หรือว่าไม่อยากแบกอะไรหนัก ๆ ถือว่าตอบโจทย์สุด ๆ แต่ถ้าเป็นช่างภาพ ที่ใช้พวก Light Room หรือตัดต่อวิดีโอ แนะนำว่า MacBook Pro เท่านั้นครับ โหมดปรัชญา (หรือเปล่า) เวลาเราเลือก Product ใด ๆ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะเลือก เหลือ ดีกว่าขาด บางทีเราอยากได้อะไรที่มันแค่ Just Work แต่ด้วยการตลาดหรือว่าสังคมของเรามักจะบอกว่า นั่นดีกว่า นี่ดีกว่า จาก 12" Macbook อาจจะไปจบที่ 15" ตัว Top ก็ได้ อยากให้เราลองพิจารณาจุดประสงค์ที่แท้จริง เพราะเวลาเราจะเลือกซื้ออะไร ในใจเรามักจะจินตนาการสถานการณ์ไป 108 ว่า ถ้าเรามีสิ่งนี้ เราน่าจะได้ทำสิ่งนั้น สิ่งโน้น ยกตัวอย่างตอนที่ผมอยากได้ iPhone ใหม่ เราก็จะหาเหตุผลมารองรับเช่น กล้องมันดีขึ้น เดี๋ยวเราจะเอาไว้ถ่ายรูปทำนั่นนี่ หรือกล้องมันอัด 4k ได้ เดี๋ยวเราทำรายการออนไลน์ ทำยูทูปดีกว่านั่นนี่ สุดท้ายซื้อมา ที่คิดมาไม่ได้ใช้เลย สรุปเล่นแค่ Facebook และ Social Media ต่าง ๆ MacBook ก็เช่นกัน ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อ 15 นิ้ว เพราะเห็นว่ามีการ์ดจอแยก คิดว่าเดี๋ยวเราจะลง Windows ไว้เล่นเกมนั่นนี่ มีเผื่อไว้นั่นแหละดี สุดท้าย มันไม่ได้สะดวกอย่างที่คิด และเราก็ไม่ได้เป็น Hardcore Gamer เล่นแปปเดียวก็เบื่อ สุดท้ายคือ ซื้อมา ไม่ได้ใช้เต็มประสิทธิ์ภาพ เหมือนซื้อรถเครื่อง 5000 มาวิ่งรถติดในกรุงเทพ จบครับ ใครอยากถามอะไรเชิญถามได้ครับ สุดท้ายนี้ ผมตัดสินใจขาย MacBook Pro 15 นิ้ว และเลือกที่จะอยู่กับ 12" MacBook ครับ ขอบคุณครับ
  8. นำไปส่ง iCare มาแล้วครับ สรุปคือตัวน๊อตมันคลาย เค้าเลยขันน๊อตให้ ตอนนี้เงียบสนิทครับ
  9. Macbook Pro 15" Touch Bar มีเสียง Pop เวลากดมุมล่างซ้าย มีใครเป็นบ้างครับ T^T ลองดูคลิปที่ผมลงไว้ได้ครับ 1.6mb Pop_sound_im_crying.MP4
  10. สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปสองสามปี ตอนนั้นผมเคยได้รีวิว Macbook Air 11" ไว้ ซึ่งรู้สึกว่าจะได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ผมจึงมาเขียนเล่าอีกครั้งเผื่อจะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้คนอื่นได้ครับ จริง ๆ ก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนเป็นตัวนี้ ผมใช้ทั้ง Macbook Air 13", Macbook Pro retina 13" มา ก่อนจะขายสมมัติทั้งหมดในชีวิตเพื่อทุ่มทุนไปที่ตัว 15 นิ้วตัวล่าสุด (2017) ตัว Entry (ไม่ขนาดนั้น 555+) ในการทำงานของผมก็ยังเหมือนเดิมครับ เป็นงานไม่หนักมาก คือทำเว็บ ออกแบบเว็บทั่วไปครับ จากประสบการณ์ที่ใช้งานมาประมาณ 2 เดือน สรุปได้ประมาณนี้ - จอ 15 นิ้วทำให้รู้สึกชีวิตดีมาก ๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่า 13 ก็พอแล้ว แต่พอมาใช้ 15 มันรู้สึกสบายมาก ๆ ครับ - แรม 8GB จากตัวเก่า กับ 16GB ตัวใหม่ ผมยังไม่เห็นความต่างอะไรกัน อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้ใช้งานหนักมาก - TrackPad ที่ใหญ่ขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่รู้สึกชินไปเองและรู้สึกว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตดีไปกว่าอันเล็กกว่านี้สักเท่าไหร่ - Touch ID มีประโยชน์ 2 อย่างคือ ใช้ตอนล๊อคอินเข้าคอม และก็ใช้ตอนสลับ User (คือผมตั้งไว้ 2 User คือ อันที่เป็นส่วนตัว กับอันที่ใช้ในที่ทำงาน) - USB-C ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาขนาดนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้เอาอะไรมาเสียบ มีตัวแปลง 1 อันก็อยู่ได้แล้ว - USB-C เปิดโอกาสให้อะไรหลายอย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายโอนข้อมูลลง Ex-HDD ทำได้เร็วมาก ๆ - USB-C ผมยังรอวันที่ Overwatch จะลง MacOS ผมจะได้ไปจัด External GPU มาสักที (ก่อนตายหวังว่าจะได้เห็น ; w ; ) - USB-C ทำให้ผมสามารถสลับสายชาร์จไปด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ตามตำแหน่งปลั๊กที่เสียบ ดีมาก ๆ - TouchBar ส่วนตัวผมไม่ได้ใช้พวก Feature อะไรที่ติดมาแต่ละ App เลย ผมสลับไปใช้ Functon Key ปกติ แต่ดีกว่า ตรงที่เราสามารถ Custom มันได้ ตอนนี้ผมเอาปุ่ม Lock screen มาใส่ด้วย รู้สึกสะดวกมาก ๆ ครับ - TouchBar ข้อเสียอย่างเดียวที่ไปสอบถามเพื่อน ๆ มาแล้วหลายคน ที่เป็นปัญหาตรงกันคือเวลาพิมพ์รัว ๆ เร็ว ๆ นิ้วมักจะไปโดน Touchbar โดยไม่ได้ตั้งใจ ผมเป็นบ่อยมาก เอามือไปกดใส่ปุ่ม Lock จอ จอดับไปเองหลายครั้ง - ลำโพง ดีมาก ถึงมากที่สุด - Keyboard พิมพ์แล้วฟินดีครับ ผมไม่ได้รู้สึกว่า Key-travel มันจะสั้นอะไรขนาดนั้น (แต่ถ้าเป็น Butterfly Gen 1 อันนี้ยอมรับว่าสั้นจริง ) ทั้งหมดคือที่ได้จากสองเดือนที่ผ่านมาครับ ใครสงสัยเรื่องอะไรสอบถามได้ครับ
  11. ของผมเป็น Macbook Air 2014 เวลาต่อจอนอกของผม (Dell 24 นิ้ว) แถบด้านบนเครื่องจะร้อนครับ แต่พัดลมไม่ได้ดังนะครับ ไม่รู้ว่าเป็นกันบ้างไหม ถ้าใช้ Macbook Pro Retina จะมีปัญหานี้หรือเปล่าครับ
  12. คือผมชอบอ่าน ebook ในมือถือ เลยสงสัยว่า มันมี ดิกชันนารีแปลอังกฤษเป็นไทยไหมครับ ขอบคุณครับ
  13. MPlayerX ต้องโหลดจากเว็บครับ ถ้าใน AppStore มันยังบั๊กครับ ถ้าเปิดเต็มจอเมื่อไหร่ จอขาวเมื่อนั้น
  14. ยกพื้นเครื่องให้สูง แล้วใช้ฮาตาริอัดเข้าไปครับ อันนี้พิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้จริง สังเกตดูจากการเล่นเกมครับ ถ้าไม่อัดนี่ พัดลมครวญมากครับ ; w ;
  15. บ้าแมวครับ ทาสแมว ไลค์ทุกเพจที่เกี่ยวกับแมว เจอแมวที่ไหนต้องเข้าไปเล่นไปกอด - -"
×