Jump to content

Chotika

Members
  • Content Count

    3
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

0 Neutral

About Chotika

  • Rank
    Newbie

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. ธุรกิจไทยพิชิตการตลาดดิจิทัลอย่างยั่งยืนด้วย Local SEO คุณขวัญมนัส ธรรมศรัทธา ผู้บริหารบริษัท Vault Mark ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการตลาดดิจิทัล (SEO & Digital Marketing Agency) กล่าวถึงความสำคัญของ Local SEO ว่า “Local SEO มีความสำคัญมากค่ะ ช่วยให้สินค้าหรือบริการของธุรกิจเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นอย่างมาก โลกอินเตอร์เน็ตตอนนี้มีการแข่งขันกันสูงมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ธุรกิจที่คล้ายคลึงกันมีมากกว่า 20-50 บริษัท ดังนั้นการที่เว็บไซต์หรือเพจของเราอยู่อันดับต้น ๆ บน Google Search เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม ซึ่งจากประสบการณ์ของเรายังมีธุรกิจอีกมากที่ยังขาดความเข้าใจและทีมงานในการทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณติด Google Search ด้วยเทคนิค Local SEO” มีผู้คนนับล้านค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ตลอดเวลา แต่แทบไม่มีใครหาธุรกิจของคุณเจอ ความยากของการทำหน้าเว็บไซต์สินค้าหรือบริการให้ติดอันดับได้มีมากมาย อุปสรรคอย่างแรกเลยก็คือ คู่แข่ง ซึ่งถึงแม้โลกออนไลน์จะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมหาศาลได้ก็จริง เพราะมีคนใช้ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในการค้นหาสิ่งต่าง ๆ คนที่เข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกวัน วันละหลายๆ ล้านคน กว่า 90% จะค้นหาและดูข้อมูลจากหน้าแรกของ Google เท่านั้น ผลสำรวจการใช้งานอินเตอร์เน็ตในปี 2020 โดย Hootsuite เผยว่า คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตมากถึง 52 ล้านคน และใช้เวลาท่องโลกอินเตอร์เน็ตมากถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน และยังพบอีกว่าเว็บไซต์ที่เข้าใช้งานมากที่สุดคือ Google.com ต่อเดือนมีการเข้าใช้งานมากกว่า 864 ล้านครั้ง หากลองสังเกตตัวท่านเอง เวลาค้นหาข้อมูลอะไรสักอย่าง เรามักจะพิจารณาข้อมูลหรือสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ถูกจัดอันดับต้น ๆ ใน Google Search หน้าแรกเท่านั้น แต่หลายธุรกิจยังไม่ได้ตระหนักถึงการทำ SEO หรือนำเทคนิค Local SEO ที่ถูกต้อง (Best Practice) มาใช้ นี่จึงเป็นเหตุผลหลักสำคัญเลยว่าทำไม SEO agency ผู้มีความเชี่ยญชาญด้านเทคนิค SEO อย่าง Vault Mark เข้ามามีบทบาทช่วยวางแผน สร้างสื่อการตลาด ตลอดจนใช้เทคนิค SEO ที่ถูกต้องแก่ธุรกิจ ทำการตลาดทั่วไปคนก็มองข้าม เพราะ 80% มองหาแต่ข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ติดอันดับต้นๆ บน Google Search หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าการทำธุรกิจและทำ SEO ด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ง่ายๆ หรืออาจจะไม่จำเป็น แค่จ่ายเงินให้ Google โฆษณาเว็บไซต์เท่านั้นก็พอ คุณกำลังพลาดส่วนแบ่งทางตลาดชิ้นโต เพราะมีผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์มากกว่า 80% ที่ไม่สนใจสิ่งที่อยู่ในโฆษณา ไม่กดคลิกโฆษณา โดยเข้าไปดูและใช้บริการเฉพาะจากเว็บไซต์ที่มีอันดับสูงๆ ตามธรรมชาติ เพราะดูน่าเชื่อถือกว่า Vault Mark SEO & Digital Marketing Agency ช่วยธุรกิจให้ติดอันดับบน Google หน้าแรก การทำ SEO นั้นสำคัญมาก เพราะหน้าแรกของ Google นี้เป็นสิ่งที่เราต้องแข่งขันกันอย่างแท้จริงเพื่อชิงพื้นที่การเข้าถึงลูกค้าของธุรกิจนั้น ๆ ให้ได้ จากสถิติพบว่า ลิงค์ที่ถูกจัดอันดับ 3 อันดับแรก จะได้ส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 50% จากโอกาสทางการตลาดทั้งหมด แต่เนื่องจากรายละเอียดและเงื่อนไขในการทำ SEO มีเยอะมาก ลำพังการทำเนื้องานทั้งหมดเพียงคนคนเดียว ด้วยวิธีการไม่ถูกต้องนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อธุรกิจที่จะถูกแบนจาก Google อย่างถาวรที่เราเรียกว่า Google Penalty ในฐานะ SEO Specialist, Vault Mark จึงจะมาช่วยปรับปรุงและแก้ไขเว็บไซต์ รวมถึงลงเทคนิค SEO ที่ถูกต้องให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ บน Google Search ได้อย่างแน่นอน 1. ตอบสนองอย่างรวดเร็ว อันดับแรกเลย เว็บไซต์จะถูกหลัก Local SEO ได้ก็ต้องมีการใช้งานที่รวดเร็ว ทั้งรูปภาพ ทั้งความสวยงาม รวมถึงความเร็วในการโหลด เพราะลูกค้าของคุณมีหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาพร้อม ๆ กันทั้งอีเมล์ โซเชียลมีเดีย ถ้าเว็บไซต์ตอบสนองช้า ทำให้ลูกค้าของคุณกดปิดแล้วไปทำอย่างอื่นหรือเข้าเว็บอื่นทันที ซึ่งทำให้เสียคะแนนในสายตาของ Google และ Google จะค่อยลดอันดับของคุณลงเรื่อย ๆ 2. ใช้งานได้ง่ายบนมือถือ พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนเราเปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้ผู้คนเข้ามาใช้บริการหรือค้นหาข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ผลสำรวจพฤติกรรมคนไทยผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วยมือถือในปี 2020 มีมากถึง 50.18 ล้านคน ซึ่งการดูแลและปรับแต่งเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายบนมือถือ เข้าสู่ระบบได้รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการได้ไว และเหมาะสมกับการใช้งานในทุก ๆ แพลตฟอร์ม เป็นไปตาม 3. ใส่คีย์เวิร์ดที่จำเป็น ให้ลูกค้าหาเจอ สิ่งสำคัญถัดมาสำหรับ Local SEO ที่ดีคือต้องใส่คีย์เวิร์ดที่จำเป็นให้ลูกค้าค้นหาเจอ เพราะต่อให้เว็บดี ใช้งานง่าย รองรับมือถือ แต่ใส่คีย์เวิร์ดผิด กลุ่มเป้าหมายก็เสิร์ชไม่ขึ้น ตรงนี้แหละครับยากที่สุดแล้ว เหมือนเรายืนรอรถไฟที่สนามบิน ยังไงก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ซึ่งคีย์เวิร์ดนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้เครื่องมือที่เสียเงินเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ รวมถึงต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่หลากหลายเพื่อมองความต้องการ หรือคำที่ลูกค้าจะใช้ได้อย่างกว้างขวางและถูกต้องแม่นยำที่สุด 4. การเลือกเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ คุณต้องเข้าใจก่อนว่า Google คืออีกหนึ่งธุรกิจที่ให้บริการด้านข้อมูลแต่ทุกคน ดังนั้นนอกจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ เข้าถึงง่าย มีคีย์เวิร์ดที่ทำให้ Google Bot เข้าใจธุรกิจคุณ แล้วยิ่งเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อมากขึ้นเท่าไหร่ จากการเผยแพร่เนื้อหาบนเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีความน่าเชื่อถือสูงและเกี่ยวข้องกับธุรกิจกับธุรกิจของคุณ ยิ่งส่งเสริมให้ Google จัดอันดับคุณสูงขึ้นตาม การลงทุนที่สำคัญที่สุดคือ การลงทุนในการตลาด เพราะมันจะเป็นหนทางต่อยอดการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง เพิ่มยอดขายได้แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ให้ธุรกิจคุณประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก และ Vault Mark ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในฐานะ Professional SEO Agency ที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง เราให้บริการการตลาดดิจิทัลให้กับแบรนด์ชั้นนำของโลก รวมถึงธุรกิจในท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมากมาย เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว มาช่วยเจ้าของธุรกิจสร้างแผนการตลาดดิจิทัลที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการและตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจของคุณ ท่านที่สนใจปรึกษาเกี่ยวกับ SEO หรือการตลาดดิจิทัล โฆษณาออนไลน์ ติดต่อ Vault Mark ได้ที่ เว็บไซต์: https://vaultmark.com/digital-marketing-agency/ อีเมล์: info@vaultmark.com โทร: 023010960
  2. ท่ามกลางทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคนับเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เราคาดเดาได้ยากที่สุด สำหรับทุกภาคธุรกิจและบริการโดยเฉพาะทุกวันนี้ที่เทรนด์ผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงไปเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด ทำให้แต่ละหน่วยงานและองค์กรนั้นต้องคอยหาข้อมูลใหม่ๆ อัพเดทเทรนด์ต่างๆ ให้นำหน้าลูกค้าอยู่เสมอ และทีมบริการลูกค้าก็ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เท่าทันการแข่งขันโลกปัจจุบัน ซึ่งการเก็บฐานข้อมูลประสบการณ์ของลูกค้าถือเป็นสิ่งมีค่า และนับเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการประเมินและสร้างคุณค่าในภาคธุรกิจและบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ในโลกใหม่ที่สินค้าและบริการมีให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรได้มากมายและหลายแบรนด์ยังมีสินค้าและบริการที่คล้ายคลึงกัน การบริการลูกค้าอย่างมีคุณภาพมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ข้อมูลสถิติจากสหรัฐอเมริกา ว่าลูกค้าถึง 1 ใน 3 ราย มีโอกาสไม่กลับมาใช้บริการซ้ำ และละทิ้งแบรนด์นั้นๆ ทันที หลังจากมีประสบการณ์ที่เลวร้ายเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว สิ่งนี้ทำให้หลายบริษัทในสหรัฐอเมริกาขาดทุนมากกว่า 75 พันล้านดอลลาร์ทุกปี ในทางกลับกันแต่ถ้าคุณปฏิบัติกับลูกค้า อย่างถูกต้อง มีคุณค่า เหมาะสม และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น ลูกค้าจะไม่ได้แค่ใช้สินค้าและบริการของคุณต่อ แต่ลูกค้าที่รู้สึกถึง “คุณค่า” จากการให้บริการที่ตรงใจ จะยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อการก้าวเป็นลูกค้ากลุ่มพิเศษสำหรับธุรกิจของคุณแน่นอน “คุณค่า” เหล่านั้นจะสร้างขึ้นได้จากอะไร และอะไรจะเป็นเข็มทิศนำทางไปสู่ภาคธุรกิจและบริการให้สามารถ สร้างการบริการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้นได้ นั่นก็คือฐานข้อมูลประสบการณ์จากลูกค้า (X-data) ที่จะสามารถนำมาพัฒนาการให้บริการได้ตอบโจทย์ และตรงใจลูกค้ามากที่สุด เพราะข้อมูลประสบการณ์ คือความเชื่อ อารมณ์และความคิดของลูกค้า แม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่ที่ธุรกิจนำมาพิจารณาจะมุ่งเน้นไปที่ “สิ่งที่เกิดขึ้น” แต่เราเรียกสิ่งนี้ว่าข้อมูลการดำเนินงาน (O-data) แต่ X-data สามารถเปิดเผย “เหตุผล” ที่อยู่เบื้องหลังได้ ตัวอย่างเช่น O-data อาจบอกคุณได้แค่ว่าลูกค้าได้ทิ้งออเดอร์รถเข็นบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของคุณ ซึ่ง X-data สามารถอธิบายได้ว่าที่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเนื่องจาก ลูกค้ารู้สึกหงุดหงิดกับขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการชำระเงิน ปัจจุบันนี้หลายๆ แบรนด์จึงหันมาให้ความสนใจกับข้อมูลในส่วน X-data มากขึ้น เพราะทำให้สามารถเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง จากสถิติของ CX Champions of Asia Pacific ซึ่งเป็นการจัดเก็บข้อมูลประสบการณ์ลูกค้าจาก แบรนด์ต่างๆ กว่า 250 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยความร่วมมือระหว่าง Zendesk ร่วมมือกับ ESG Research เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งสามารถจัดแบรนด์ต่างๆ ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ (1) The Champions ธุรกิจที่มีการดำเนินงานเกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกค้าที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว (2) The Risers ธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง (3) The Starters ธุรกิจที่เสี่ยงต่อการล้มเหลว หากพวกเขายังดำเนินงานตามแผนปัจจุบัน ซึ่งได้พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกค่อนข้างล้าหลังในการประสบความสำเร็จในการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า โดยร้อยละ 27 ขององค์กรที่ถูกสำรวจเป็น The Champions อีก 34% เป็น The Risers และ 39% เป็น The Starters และพบว่า The Champions มีโอกาสสูงกว่ากลุ่ม The Starters ถึง 3.6 เท่าที่จะไม่ประสบปัญหาเดิมซ้ำ ในการบริการลูกค้า และตัวแทนของกลุ่มองค์กรใน The Champions มีประสิทธิผลมากกว่าตัวแทนกลุ่ม The Starters ถึง 2.3 เท่า โดยกลยุทธ์สำคัญของกลุ่ม The Champions ก็คือ การที่องค์กรหรือแบรนด์นั้นๆ มีความพร้อมสูง ในการตอบกลับ และเข้าถึงทุกความต้องการของลูกค้าอย่างทันท่วงที จะนำไปสู่ความเป็นเลิศด้านประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับกลุ่ม The Starters แล้วนั้น กลุ่ม The Champions มีความรวดเร็วในการตอบกลับบทสนทนาแรกของลูกค้ามากกว่าถึง 1.3 เท่า นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มบริการแบบ one – touch ให้ลูกค้าถึงร้อยละ 9 และมีรายงานว่าพบการเกิดปัญหาเดิมซ้ำน้อยกว่า 1% ซึ่งโดยรวมแล้วสรุปได้ว่า กลุ่ม The Champions ตอบโจทย์ ตรงใจ ทันใจลูกค้ามากกว่าและส่วนสำคัญคือการเข้าใจลูกค้า มีกลยุทธ์ในการสื่อสารที่ดี และสร้างประสบการณ์ในการบริการของลูกค้าให้ดี จากข้อสรุปในผลการสำรวจที่อ้างอิงมานั้น ก็ใช่ว่าทุกองค์กรจะสามารถนำมาปรับใช้ และทำความเข้าใจได้ง่าย เพราะปัจจุบันนี้ ทั้งช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าก็มีมากมาย ความต้องการของผู้คนนั้นก็ไร้ขีดจำกัด และการทำความเข้าใจกับอารมณ์และความรู้สึกของลูกค้านั้นก็ยากเกินกว่าที่จะฝึกฝนให้พนักงานทุกคนเข้าใจและรับมือได้ Zendesk ประเทศไทย ผู้นำด้าน Omnichannel solution ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้จึงได้มีการพัฒนา Zendesk Support Suite ซอฟต์แวร์ที่จะช่วยนำทางให้ภาคธุรกิจและบริการสามารถบริหารจัดการประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ผ่านการแสดงข้อมูลแบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในการสื่อสารลูกค้าอย่างครอบคลุมในทุกช่องทางแบบ omnichannel ให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ด้วยข้อมูลชุดเดียว และกระบวนการทำงานที่เหมือนกันในทุกช่องทาง ทั้งอีเมล แชท โทรศัพท์ และแม้แต่แอพรับส่งข้อความโซเชียลอย่าง Facebook, WhatsApp, Twitter, Instagram และ Line Official Account ทดลองใช้โซลูชั่นนี้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การสนับสนุนลูกค้าที่ดีที่สุดด้วย Zendesk ซอฟต์แวร์ช่วยเหลือที่ใช้งานง่าย เชื่อมต่อกับลูกค้าได้ในทุกช่องทาง ปรับใช้งานก็สะดวก ปรับขยายก็ง่าย เปิดตัว ให้ทดลองใช้ฟรีแล้ววันนี้ทาง https://www.zendesk.com/th/support-suite/ /////////////////////////////
  3. บริษัท The Practical Solution PLC (TPS) เผยผู้ประกอบการระบบสาธารณูปโภค น้ำมัน การผลิตก๊าซ หรือองค์กรพลังงานทางเลือกมีโอกาสที่จะเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ ตลอดจนกลุ่มผู้ก่อการร้าย หรือองค์กรอาชญากรรม ที่กำลังวางแผนขัดขวางการบริการและสร้างความเสียหายให้กับองค์กรต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายโจมตีระบบการทำงานของ Operational Technology (OT) และโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ ความซับซ้อนของอาชญากรรมทางไซเบอร์ ทำให้การป้องกันเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ทุกภาคส่วนในสังคม ตั้งแต่กระบวนการยุติธรรม การพัฒนาสังคม ไปจนถึงระบบการศึกษา อาชญากรรมทางไซเบอร์กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะแต่ละประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานต่างกัน อีกทั้งตัวอาชญากรกับเหยื่ออาจจะอยู่กันคนละประเทศ ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะหาหลักฐานหรือหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งผลให้ภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์มีผลกระทบร้ายแรงเป็นวงกว้าง โดยการโจมตีทางไซเบอร์เป็นที่รู้จักอย่างดีและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มีบางกรณีที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น ดังนั้น การป้องกันองค์กรจากการโจมตีทางไซเบอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักและมีแผนการป้องกันที่รัดกุม ข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ระบุว่า.. เกือบ 70% ของผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญระบุว่า มีการละเมิดความปลอดภัยอย่างน้อย 1 ครั้งที่นำไปสู่การสูญเสียข้อมูลอันเป็นความลับ หรือการหยุดชะงักของการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา 78% ของผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญระบุว่า ในระยะเวลา 24 เดือนที่ผ่านมา ระบบ ICS หรือ SCADA ขององค์กรมีการโจมตีที่มีโอกาสประสบความสำเร็จน้อยมาก ปี 2561 ความเสี่ยงทางไซเบอร์จัดเป็นความเสี่ยงอันดับ 7 ของโลก มีบริษัท เพียง 48 % เท่านั้นที่ระบุว่าข้อมูลสำคัญทั้งหมดของบริษัทถูกจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัย 55 % จากทุกภาคส่วนขององค์กรทั่วโลก เชื่อว่า.. การละเมิดข้อมูลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางจุด ในการตรวจจับมัลแวร์ การโจมตีจาก Ransomware เพิ่มขึ้นเป็น 7 เท่าในปี 2560 ทั่วโลก ทั่วโลกมีองค์กรเพียง 49% เท่านั้น ที่มีแผนรับมือกับเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มขึ้นจาก 48% ในปี 2560 มีการคำนวณว่า ผลกระทบทั่วโลกของอาชญากรรมไซเบอร์มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 50% ของผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ มองว่า กิจกรรมความปลอดภัยด้านไอทียังไม่ได้มีการกำหนดหรือปรับใช้ คาดว่า จะมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านคนในปี 2565 โซลูชั่น บริการ และผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลดความเสี่ยงและภัยคุกคามของ TPS ประกอบด้วย Cisco Centralize Managementโซลูชันการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายที่สำคัญของ Cisco ให้การจัดการที่สมบูรณ์และครบวงจรผ่านไฟร์วอลล์การควบคุมแอปพลิเคชัน การป้องกันการบุกรุก การกรอง URL และการป้องกันมัลแวร์ขั้นสูง เริ่มจากการจัดการไฟร์วอลล์ไปจนถึงการควบคุมแอพพลิเคชั่นเพื่อตรวจสอบและแก้ไขการระบาดของมัลแวร์ได้อย่างง่ายดาย Cisco Cyber Vision ช่วยบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่ปกป้องเครือข่ายอุตสาหกรรมของคุณโดยไม่รบกวนการผลิต เพิ่มทัศนวิสัยและความเข้าใจเพื่อให้มั่นใจถึงความต่อเนื่องในการผลิต ความสมบูรณ์และความปลอดภัย รวมทั้งปรับใช้การตรวจสอบความปลอดภัยในระดับต่าง ๆ 4 เสาหลักสำหรับการจัดการความเสี่ยง ก่อนที่จะควบคุมความเสี่ยง สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ทำความเข้าใจความเสี่ยงทุกด้านของธุรกิจ และ ถัดไปคือสร้างระดับความสามารถ 4 เสาหลักของ Operational Technology Security ดังนี้ การตรวจจับความผิดปกติภัยคุกคาม เหตุการณ์ และรู้ว่าคุณสามารถตอบสนองได้รวดเร็วเพียงใด การควบคุมและรักษาความปลอดภัยของการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างระบบกับเครือข่ายที่กำหนด การควบคุมและการจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้กับระบบ รวมถึงวิธีการที่ระบบสามารถเข้าถึงซึ่งกันและกัน การระบุและปกป้องอาร์เรย์ของเครือข่ายปลายทางที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากพีซีและอุปกรณ์มือถือ เพื่อรวม IoT และ OT เนื่องจากเครือข่ายมีความซับซ้อน ใช้ฮาร์ดแวร์และโปรโตคอลที่เป็นกรรมสิทธิ์ จึงมีความสำคัญที่ต้องอาศัยการประเมินผลการดำเนินการ โดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจถึงความซับซ้อนของเครือข่าย รูปแบบความปลอดภัย OT สร้างได้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ สิ่งสุดท้ายที่องค์กรต้องการคือ แผนการสำหรับการรักษาความปลอดภัย ดังนั้น องค์กรจะต้องมีแผนรับมือที่มีรายละเอียดครบถ้วน มีระบบตรวจสอบที่สามารถให้มุมมองที่ครอบคลุม และตอบสนองกิจกรรมเครือข่ายแบบเรียลไทม์และทันเวลา การจัดเตรียมทรัพยากรสำรองก็มีความจำเป็น เพราะอาจจะคุ้มค่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นในการพิจารณาการตรวจสอบ และการตอบสนองต่อคู่ค้า จะได้มีการจัดหาทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้องค์กรกลับสู่การดำเนินธุรกิจตามปกติได้โดยเร็วที่สุด พัฒนาความเก่งกาจของบุคลากรในองค์กรของคุณ การทำความเข้าใจและเตรียมแผนการ เพื่อตอบสนองและติดตามความเสี่ยงในองค์กรของคุณอาจต้องใช้เวลาและความรู้จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ หากคุณไม่มีทักษะเหล่านี้ คุณอาจลองรับสมัครคนที่มีทักษะที่เหมาะสมเข้ามาช่วย หรือพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถให้มีความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นในส่วนนี้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุง องค์กรหลายแห่งมองหาแหล่งที่มาของฟังก์ชันที่สำคัญเหล่านี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้เชี่ยวชาญพร้อมที่จะให้คำแนะนำและตรวจสอบระบบให้มีความปลอดภัยตลอดเวลา ข้อสรุป สิ่งที่ชัดเจนคือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและระบบควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมกำลังถูกตรวจสอบจากผู้โจมตีและผู้ปกป้อง มีการดำเนินการมากมายในการสร้างกรอบและร่างกฎนโยบาย แต่ทั้งหมดนี้ไม่เพียงพอ.. จะดีกว่าหากอุตสาหกรรมควบคุมปัญหาและลงทุนเกี่ยวกับระบบความปลอดภัย เพื่อลดและป้องกันภัยคุกคามจากไซเบอร์ที่เคยเกิดขึ้น จัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วยการทำงานกับ TPS เมื่อคุณมีแผนการที่เหมาะสมและรัดกุม คุณจะมั่นใจว่า สามารถระบุความเสี่ยง และจัดการกับการละเมิดที่เกิดขึ้นได้ทันทีด้วย The Practical Solution PLC (TPS) ซึ่งการดูแลของ TPS จะมีทีมงานที่ทำงานตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบโครงสร้างความปลอดภัย ตรวจจับภัยคุกคาม และแนะนำโซลูชั่น จากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเรา โดยจะมีการทำงานร่วมกับคุณ เพื่อกำหนดพื้นฐานพฤติกรรมเครือข่ายแบบปกติ และระบุช่องว่างการรักษาความปลอดภัย OT โดยใช้กระบวนการ Risk Insight ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เพื่อความปลอดภัยเราจะดูแลคุณทุกขั้นตอน! หากสนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.thepractical.co.th หรือติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์ 66-2112-9999 ต่อ 209 หรืออีเมล์ marketing@thepractical.co.th
×