Jump to content
Sign in to follow this  
dignitas

ใช้หลักการตั้งชื่อ file แบบนี้มีประโยชน์ไหมครับ

Recommended Posts

copy เอามาจากกระทู้ pantip

http://pantip.com/topic/33552136

 

เวลาเราจัดเก็บไฟล์งานจำนวนมาก เราจะมีปัญหาอย่างนึงในการค้นหาไฟล์งานเรา ว่างานนี้เก็บไว้ที่ไหน

เก็บไว้ลึกมากจนลืม หาไม่เจอ Search D: ก็ไม่เจอ เพราะว่าการตั้งชื่อไฟล์ที่ไม่เป็นระเบียบ

ผมเลยใช้เวลานั่งคิดถึง3วัน 3คืน ว่าจะทำอย่างไรดีให้เราสืบค้นข้อมูลในคอมได้ทุกไฟล์ โดยที่ไม่ลืม

ผมจึงคิดออก และเป็นวิธีง่ายๆที่ใช้ได้จริงครับ ชื่อสั้นมากๆแต่ไม่ซ้ำ สืบค้นง่ายด้วย เลยเอามาเสนอครับ

 

วิธีคือ...ให้ตั้งชื่อไฟล์เป็นโค้ดครับ 0ACZ3-AA เสร็จแล้วครับง่ายไหมครับ เอาไปตั้งชื่อไฟล์รูป ไฟล์คลิป ได้เลยครับ

ทุกอักษร มีโค้ดที่เราตั้งไว้อย่างเป็นระบบมากๆ และนี่คือ คำอธิบายโค้ดตัวอักษรที่ใช้

 

 

0ACZ3-AA

0 ศูนย์ตัวแรกหมายถึง หากไฟล์งานเราไปรวมกับงานคนอื่น งานเราจะอยู่บนสุดเหนือใครเสมอ เพราะขึ้นต้นด้วยศูนย์ (หาง่ายไหม)

A เอตัวที่สองหมายถึง ปี2015 ปี2016ก็ใช้B ปี2017ก็ใช้C รันแบบนี้ไปเรื่อยๆ

C ซีตัวที่สามหมายถึงเดือน3 คือเดือนมีนาคม A=มกรา B=กุมภา C=มีนา D=เมษา รันแบบนี้ไปเรื่อยๆ

Z แซดตัวที่สี่หมายถึงวันที่ A=วันที่1 B=วันที่2 C=วันที่3 D=วันที่4 .....Z=วันที่26

3 เลข3หมายถึง พอวันที่27ให้เป็นZ1 28ให้เป็นZ2 รันแบบนี้ไปเรื่อยๆจนถึงวันที่31

- เครื่องหมายคั่นกลางระหว่างวันที่กับ ลำดับของไฟล์

A เอ2ตัวนี้หมายถึงลำดับภาพ ในแต่ละวันที่เราตั้งชื่อไฟล์ AA ไปถึงAZ แล้วก็ขึ้นลำดับใหม่เป็น BA

A เอ2ตัวนี้หมายถึงลำดับภาพ ในแต่ละวันที่เราตั้งชื่อไฟล์ จะมีจำนวนไฟล์ 26x26= 676 ไฟล์ ของในแต่ละวัน ซึ่งไม่ถึงแน่นอน

 

 

 

 

ง่ายไหมครับ ให้เอาแนวคิดนี้ไปปรับใช้กับการตั้งชื่อไฟล์ที่เครื่องคอมฯคุณนะครับ สามารถเรียบเรียงไฟล์

ได้อย่างละเอียด และสืบค้นข้อมูลได้ง่ายมากๆ ของแบบนี้ไม่รักกันจริงเขาไม่เอามาบอกกันครับ

จริงใจครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

มีใครตั้งชื่อ file เป็น code แบบนี้บ้างไหมเอ่ย 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลำบากครับ ปกติชื่อไฟล์ เป้าหมายก็ตามชื่อแหล่ะครับ เราตั้งให้รู้ว่าเป็นชื่ออะไร

ในตัวไฟล์ มันจะมีส่วนที่เป็น meta  อยู่แล้ว ในการบันทึกข้อมูลวันเวลาที่สร้างหรือจัดเก็บ

ในตอนค้นหา explorer หรือ finder ก็จะมีตัวกรองให้อยู่แล้วครับ เช่นเรียงตามวันเวลา ตามชนิดไฟล์ หรือตามวันที่สร้าง-แก้ไข

เพียงแต่เราต้องใช้ filter พวกนั้นให้เป็นก็คล่องขึ้นครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เห็นชื่อไฟล์ยิ่งงง ไปกันใหญ่ ฮ่าๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยากอยู่นะครับ  ตั้งโฟลเดอร์ เป็นปี  แบ่งโฟลเดอร์ย่อยเป็นเดือน งานก็ใส่ในแต่ละเดือนครับ ถ้ากลัวจำวันไม่ได้ก็ ใส่วันที่ในโฟลเดอร์ของงานไว้ครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

จากทั้งหมดที่เค้าแนะนำ ผมชอบอย่างเดียวตรง

0 ศูนย์ตัวแรกหมายถึง หากไฟล์งานเราไปรวมกับงานคนอื่น งานเราจะอยู่บนสุดเหนือใครเสมอ เพราะขึ้นต้นด้วยศูนย์

 

555+

Share this post


Link to post
Share on other sites

ผมตั้งชื่อตามสิ่งที่อยู่ในไฟล์นั้นแหละครับ

 

ถ้ามีอะไรพิเศษก็ใส่ tag เข้าไป

 

ต้องการค้นหาอะไรอย่างรวดเร็วก็ใช้ Spotlight ครับ

 

Spotlight สามารถค้นข้อมูลถึงเนื้อหาข้างในไฟล์หรือเรียกว่า Search by Content ถีงแม้จะจำชื่อไฟล์ไม่ได้ ใส่คำที่อยู่ในไฟล์นั้นอย่างเช่นหัวข้อหรือชื่อผู้ร่วมงานก็ค้นเจอครับ

 

...

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ในเครื่องผม มีวิธีการจัดเก็บข้อมูล 2 แบบครับ

 

แบบแรกสำหรับงานที่รับมาทำจากภายนอก ซึ่งงานเหล่านี้ลูกค้าจะตามงานโดยระบุช่วงเวลาที่เราได้รับงานมาครับ

งานนี้ก็จะถูกจัดเก็บโดยค้นหาจากวันที่ของงานมาก่อนครับ แล้วงานภายในวันนั้นๆ ก็ต้องตั้งชื่อให้ชัดเจนครับ

 

E8jKyE.jpg

 

แบบที่ 2 งานเว็บไซต์ที่รับมา ส่วนมากจะจบอยู่ในตัวเอง จึงมีโฟเดอร์หลักชื่อ website

ในโฟเดอร์ website ก็ตั้งชื่อโฟเดอร์เป็นชื่องานนั้นๆ แล้วย่อยเป็นโฟเดอร์ source, design, html เฉพาะของงานนั้นๆ อีกทีครับ

เวลานั่งหาชื่องานที่จะทำ จะหาง่ายมากครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไฟล์ตั้งชื่ออะไรก็ได้ครับ ของผมตั้ง yyyy_mm_dd - working title

ปัญหาคือวิธีการเก็บมันต่างหาก ตั้งชื่อไฟล์ดี แต่เก็บแบบกระจัดกระจายประเภท ใช้ external 1TB 2TB สิบยี่สิบลูกนี่ก็ไม่ไหว หางานทีมีตาย

ของผม NAS ตัวใหญ่ๆครับตัวเดียวจบเลย ถ้าเป็นพวก qnap scalable ได้อีกสบายใจเวลารื้องานครับ

ลงทุนไปเลยครับ NAS 5 หมื่น แสนนึง ใช้ยาวจนลืม

Edited by pd2002

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรื่องชื่อนี่ ถ้ากวาดตามองผ่าน ๆ แล้วไม่เข้าใจได้ทันทีว่าไฟล์อะไรผมถือว่าใช้ไม่ได้นะ จขกท. มีปัญหากับระบบการจัดการของตัวเองมากกว่า

 

สำคัญคือเก็บยังไงให้เป็นหมวดหมู่ของมันมากกว่า แล้วการตั้งชื่อให้สื่อได้เข้าใจทันทีว่าเป็นอะไร ไอ้เรื่องโดนแฮกอะไรนั่นของ จขกท. มันเรื่องเล็ก เวลาเขาลบเขาไม่เลือกไฟล์หรอก

ลบหมดแหล่ะ ใครจะไปนั่งเลือก เสียเวลา

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

การจัดเก็บไฟล์ที่ดี ผมเอาตามเกณฑ์นี้ครับ

1. เข้าใจได้ว่าไฟล์นั้นเกี่ยวกับอะไร ทั้งจากชื่อไฟล์ หรือโครงสร้าง folder ของไฟล์นั้น ๆ จะบอกได้ทันทีกว่าเกี่ยวกับอะไร
2. ไม่ใช้ภาษาไทย
3. วันที่ถ้าจะต้องอยู่ในชื่อไฟล์ใส่เป็นวันเดือนปีตรง ๆ เช่น 04may2015 ไปเลย แทน 04/05/2015 เพื่อกันการสับสน (จะยิ่งสับสนมากขึ้นถ้าหากต้องส่งไฟล์หรือทำงานร่วมกับหลายประเทศ ที่มีการนับวันเวลาไม่เหมือนเรา) ส่วนการ sort ก็ไปไล่เอาจาก modified date หรือ create date เอาแทนชื่อไฟล์ครับ
4. ถ้ามีไฟล์หลายอัน (หลายแบบ ไม่เกี่ยวข้องกันรวมอยู่ใน folder เดียวกัน) ให้เขียน text note บอกเอาไว้คร่าว ๆ เผื่อคนที่มาทีหลังจะเข้าใจง่ายขึ้น
5. ถ้าทำงานเป็นทีม การตั้งชื่อให้ชัดเจน ไม่ใช้รหัสซับซ้อน ช่วยประหยัดเวลาได้ครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

แนะนำทริคการตั้งวันที่ในชื่อโฟลเดอร์ ควรจะตั้งแบบ YYYYMMDD (ปีเดือนวัน) จะเป็นแบบ YYYY-MM-DD หรือ YYYY_MM_DD ก็ได้ 

เพราะเวลา sort file มันจะเรียงได้ถูกต้องกว่าเริ่มจาก DDMMYYYY ครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ผมใช้วิธี แยกหมวดหมู่ แตกสิ่งย่อยๆ ตามปี เดือน กิจกรรมไปเรื่อยๆ ในโฟล์เดอร์ย่อยก็ใส่เลขนำหน้าเพื่อเรียงลำดับความสำคัญ

แต่ติดปัญหาว่าหากลิงค์ทั้งโฟ์เดอร์กับ Onedrive จะเจอปัญหาชื่อไฟล์ยาวเต็มจำนวนที่อนุญาต ก็ต้องทำให้ชื่อสั้นลงอีก แต่ต้องอ่านเข้าใจ

ประโยชน์ของการไม่ตั้งชื่อไฟล์เป็น Code คือคนอื่นสามารถค้นหาไฟลในเครื่องผมได้โดยไม่งง (แชร์ทั้งโฟล์เดอร์งาน)

และหากไฟล์ไหนต้องการใช้บ่อยๆ ก็ติด Tag แยกตามหมวดหมู่งานอีกเช่นกัน

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าจะตั้งชื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน อักษรตัวแรกน่าจะเป็นประเภทของไฟล์ อักษรตัวที่สองก็เป็นประเภทย่อยลงไปเรื่อยๆ ส่วนวันเดือนปีคงไม่เอามาตั่งในชื่อไฟล์มันจะยาวเกินความจำเป็น

ยกตัวอย่างไฟล์เท็กเจอหน้าผู้ชายแบบที่่ 1 ก็จะตั้งเป็น

b_face_001 = ผู้ชาย + ใบหน้า + แบบที่ 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
Sign in to follow this  

×