Jump to content

Recommended Posts

พอดีมีโอกาสได้ไปสอย Apple Watch Sport ที่ญี่ปุ่นเลยขอตอบแทนเว็บด้วยการนำข้อมูลจากการลองเล่นมา 2-3 วันเล่าสู่กันอ่านนะครับ อาจจะไม่ละเอียดเท่ารีวิวที่อื่นแต่ก็หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

post-28895-0-89620300-1431302830_thumb.jpg
หน้าตึกร้าน Yodobashi สาขา Umeda

ก่อนเดินทางไปผมได้หาข้อมูลของ Apple Watch จากเว็บข่าวของไทยหลายๆ แห่ง ส่วนมากจะให้ข้อมูลตรงกันว่าการเข้าไปลองใส่ Apple Watch นั้นต้องจองล่วงหน้า และการสั่งซื้อต้องทำรายการให้ไปส่งที่บ้านในประเทศนั้นๆ ซึ่งเมื่อผมไปถึงจริงๆ ก็พบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้องบางส่วน
- สำหรับ Apple Store สาขาชินไซบาชิที่ผมไปดูนั้นสามารถเข้าไปต่อแถวเพื่อลองใส่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องจองคิวทางเว็บแต่อย่างใด แต่ขั้นตอนการซื้อต้องสั่งให้ไปส่งที่บ้านเท่านั้น
- ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ๆ อย่าง Yodobashi และ Big Camera คุณสามารถเดินเข้าไปต่อคิวเพื่อลองใส่ได้เช่นกัน แต่พิเศษกว่าตรงที่สามารถซื้อกลับบ้านได้วันนั้นเลย เพียงแต่มีไม่ครบทุกรุ่น ทุกขนาด อย่างตอนที่ผมไปถึงนั้นรุ่น 42mm เหลือแค่บางสีเท่านั้นครับ
- รูปแบบการจัดร้าน การจัดวางนาฬิกาไว้ในลิ้นชักโต๊ะที่ผิวด้านบนเป็นกระจกใสนั้นทั้งเหมือนกันทั้งสามร้าน พอเข้าไปถึงจะมีพนักงานใส่ชุดสีดำคอยเดินตามและแนะนำ รวมทั้งพาคุณไปลองสวม (พนักงานช่วยสวมให้ด้วย) เขาจะอยู่กับคุณจนกว่าจะเดินออกจากบูธไป หรือถ้าตกลงซื้อก็จะพาไปจนถึงหน้าเคาน์เตอร์จ่ายเงิน ที่ดีมากๆ คือพอผมกำลังจะควักเงินสดออกมาจ่ายพนักงานรีบบอกเลยว่าถ้าชำระด้วยบัตรเครดิตจะมีส่วนลดให้อีก 6% ผมนี้หยิบบัตรออกมารูดแทบไม่ทันเลย ประทับใจการบริการสุดๆ เลยครับ :-D

post-28895-0-96338300-1431301831_thumb.jpg
ข้างกล่อง Apple Watch Sport

post-28895-0-70376900-1431301849_thumb.jpg
กล่องด้านนอก

post-28895-0-73400100-1431301864_thumb.jpg
ด้านในกล่อง

กล่องของ Apple Watch เป็นกล่องสองชั้น ด้านนอกเป็นกล่องกระดาษเหมือนกับกล่อง iPhone หรือ iPad เพียงแต่ความรู้สึกแรกที่เห็นคือ มันยาวมาก! ครับ ผมมีกล่อง Pebble ซึ่งขนาดพอๆ กันแต่สั้นแค่ 2-3 นิ้ว แต่นี่มันยาวกว่ากันมากเลยทีเดียว :-O
พอดึงฝากล่องออก ข้างในมีกล่องพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง วัสดุจะคล้ายๆ Macbook สีขาวนะครับ เปิดฝามามีกำมะหยี่บุเอาไว้ด้านใน

post-28895-0-67770500-1431182662_thumb.jpg
เทียบความยาวสายของ Apple Watch Sport

สายของ Watch Sport ที่เห็นหลายๆ ข่าวบอกว่า Apple ใจดีแจกฟรีให้สองเส้นนั้นที่จริงให้มาเส้นครึ่งครับ โดยแถมมาเฉพาะข้างที่เจาะรู ส่วนด้านที่เป็นเข็มขัดนั้นมีให้อันเดียว เข้าใจว่าเนื่องจาก Apple Watch เป็น Unisex สายยางนิ่มๆ ของ Watch Sport นั้นอาจจะมีความยาวที่ไม่พอดี เขาเลยแถมเส้นสั้นมาให้อีกอัน ซึ่งผมลองให้แฟนใช้สายสั้นดูแล้วปรากฏว่าแทบคาดไม่ถึง คิดว่าต้องเป็นคนข้อมือเล็กจริงๆ ถึงจะได้ใช้นะครับ ส่วนรุ่นที่เป็นสายเหล็กมัน adjust ความยาวได้อยู่แล้วเลยไม่แถม พูดถึงสายยางของ Sport มันนิ่มมากครับ ประมาณซิลิโคนของเคสไอโฟนเลย ไม่แน่ใจว่าระยะยาวจะหัก หรือขาดง่ายแค่ไหน คงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เท่านั้น

post-28895-0-84450000-1431231509_thumb.jpgpost-28895-0-83716100-1431231569_thumb.jpg
แอพ Photo

เรื่องหน้าจอ คุณภาพสีสันและความละเอียดไม่ต่างจาก iPhone 5s ที่ผมใช้คู่กัน สีสดใสสวยงามครับ แต่พอใช้ iPhone ถ่ายมาสีมันเลยดูซีด แต่เขาไม่ได้เปิดจอให้เราดูเวลาตลอดแบบ Pebble นะครับ ปกติหน้าจอจะดับไว้และจะเปิดขึ้นมาต่อเมื่อเรายกข้อมือขึ้นมาในท่าดูเวลาโดยกำหนดหรือยกเลิกได้ในเมนูตั้งค่า หน้าจอจะเปิดอยู่พักหนึ่งแล้วดับไปเอง ถ้าต้องการเปิดอีกก็ใช้การพลิกข้อมือเบาๆ (ไม่ต้องแรงแบบสะบัดข้อมือ) หรือเคาะหน้าจอเบาๆ มันก็จะเปิดขึ้นมาอีก
ทดลองใช้แอพ Photo ดู ก็เหมือนที่อยู่บนโทรศัพท์ คือเรียงภาพตามหมวดหมู่ต่างๆ พอกดที่ thumbnails ก็จะเปิดภาพขึ้นมาเต็มหน้าจอ การเปิดภาพขึ้นมาดู การเลื่อนภาพด้วยการ swipe ซ้ายขวาทำได้รวดเร็วมากครับถือว่าจุดนี้ทำได้น่าพอใจมาก

post-28895-0-76833800-1431182002_thumb.jpg
หน้าจอ Watch Face ลายมิ๊กกี้เมาส์

Watch Face มีมาให้ 10 อันครับ เลือกเปลี่ยนได้ด้วยการกด (ออกแรงกดไม่ใช่แค่แตะ) บนหน้าจอค้างไว้แป๊บนึง แล้วเลื่อนซ้ายขวาเพื่อเลือกอันที่ต้องการ มีให้ตั้งค่าเพื่อวางข้อมูลเพิ่มเติมบนหน้าจอด้วย เช่น แสดงเวลาโลก อย่างเวลาเราไปอยู่ที่ญี่ปุ่น อาจจะตั้งให้มุมบนแสดงเวลาที่เมืองไทยคู่กันไปก็ได้ หรือเลือกให้แสดงวันที่ เวลาพระอาทิตย์ขึ้น สถานะการออกกำลังกาย ฯลฯ โดยข้อมูลพวกนี้เราวางไว้บน Watch Face อันไหนก็ได้ ซึ่งต่างจากของ Pebble ตรงที่ของ Pebble จะ Customize Watch Face เองไม่ได้แบบนี้ คือออกแบบมาทรแรกยังไงก็ใช้ได้แค่นั้น

post-28895-0-90227600-1431183160_thumb.jpg
แอพกิจกรรม (Activity)

ผมลองทดสอบฟังก์ชั่นนับก้าวของ Apple Watch โดยเอาไปใส่เดินบนลู่วิ่งโดยที่มือข้างที่ใส่นาฬิกาจับที่จับไว้ตลอดโดยไม่แกว่งแขนปรากฏว่ามันนับได้ใกล้เคียงมากๆ ซึ่งลักษณะนี้ถ้าเป็น Pebble (Misfit) มันจะแทบไม่นับเลย ตรงกันข้ามคือลองใส่ไปขับรถหรือนั่งรถไฟฟ้า ปรากฏว่าแทบไม่มีการนับก้าวเลย ซึ่งกับ Pebble มันนับไปหลายร้อยก้าวเลยทั้งที่เรานั่งเฉยๆ ถือว่าสอบผ่านการนับก้าวโดยรวมแม่นยำใช้ได้เลย


post-28895-0-83589500-1431254401_thumb.jpgpost-28895-0-63710300-1431255610_thumb.jpgpost-28895-0-67142400-1431255627_thumb.jpg
แอพออกกำลังกาย (Work Out)

พอเปิดแอพขึ้นมาเขาจะมีให้เลือกประเภทของการออกกำลังกาย เช่น เดิน,วิ่ง,ปั่นจักรยาน ซึ่งแยกเป็นออกกำลังในร่มหรือกลางแจ้ง หรือเครื่องออกกำลังกายแบบ rower, stepper, หรืออื่นๆ เมื่อเลือกประเภทแล้ว เขาจะให้เลือกเป้าหมายต่างๆ เช่น เวลา, แคลอรี่, ระยะทาง หรือจะเลือกแบบไม่กำหนดเป้าหมายก็ได้ เสร็จแล้วกดปุ่ม Start แล้วเริ่มออกกำลังได้เลย แอพจะมีเตือนด้วยการกระตุก (Haptic) สองครั้ง คือเมื่อทำได้ครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย และอีกครั้งเมื่อทำได้ตามเป้าหมายแล้ว ทีแรกผมคิดว่าพอถึงเป้าแล้วมันจะหยุดทำงาน ปรากฏว่าแอพไม่หยุด และไม่เตือนซ้ำครับ(ฮา) เข้าใจว่าแอพเปิดโอกาสให้คุณได้ออกกำลังมากเท่าที่ต้องการเลย แต่อีกนัยหนึ่งก็หมายความว่าถ้าคุณไม่รู้สึกถึงการกระตุกก็ได้ทำเกินเป้าไปเรื่อยๆ ล่ะครับ ซึ่งหลายครั้งผมไม่ทันรู้สึกว่ามันเตือนแล้วเนื่องจากการกระตุกนั้นค่อนข้างเบามาก ยิ่งระหว่างออกกำลังกายยิ่งไม่ค่อยรู้สึกครับ เมื่อคุณออกกำลังพอแล้วต้องไปกด End เพื่อหยุดการทำงานเอง แอพก็จะแสดงข้อมูลสรุปให้ดู เช่น เวลาที่ใช้ไป แคลอรี่ที่เผาผลาญไป, Average Pace และบอกด้วยว่าทำได้กี่ % เทียบกับเป้าหมาย ซึ่งผมทำได้เกินร้อยครับ เพราะไม่รู้ว่ามันเกินเป้าหมายไปตั้งนานแล้ว :-D สุดท้ายแอพจะให้คุณเลือกว่าจะบันทึก หรือลบทิ้งข้อมูลที่เก็บได้ก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกายอีกครั้งครับ

post-28895-0-93686900-1431183706_thumb.jpg
แอพโทรศัพท์

ใช้ Apple Watch สั่งโทรออกได้เลยครับ โดยเรียกจาก Contact, Recents หรือ favourite ก็ได้ และถ้ามีสายเข้ามาที่ตัวนาฬิกาจะสั่นแบบสะกิด (Haptic) พร้อมส่งเสียงกริ่งด้วย

post-28895-0-82576900-1431253171_thumb.jpg
แอพ Friends สำหรับโทรด่วน/ส่งข้อความ

เมื่อกดปุ่ม side button (ข้างล่างปุ่ม digital crown) มันจะเรียกหน้าจอ Friends ขึ้นมา ก็คือโทรด่วนนั่นเอง นอกจากโทรแล้วใช้ส่งข้อความ sms ก็ได้ หรือส่งเมล์ก็ได้ โดยเลือกส่งข้อความที่ระบบเตรียมไว้แล้ว ส่ง Emotion icon หรือบอกให้พิมพ์ด้วย Dictation ก็ยังได้ เท่าที่ลองดู Dictation fail ครับ สงสัยสำเนียงไม่ผ่าน :-D

post-28895-0-80865300-1431232232_thumb.jpgpost-28895-0-21445400-1431232267_thumb.jpg
แอพ Music

ผมใช้เวลาเปิดเพลงฟังในรถครับ ผมมักจะเอา iphone ต่อเครื่องเสียงบนรถเสมอ การควบคุมเพลง และปรับความดังมันสะดวกกว่าไปกดจากหน้าจอมือถือมาก เดิมก็เคยทำด้วย pebble อยู่แล้วแต่อันนี้เจ๋งกว่าเพราะมีให้เลือก playlist, album จากนาฬิกาเลยเรียกว่าทำแทบทุกอย่างที่มือถือทำได้เลยแถมดูภาพปกอัลบั้มได้ด้วย ;-)

post-28895-0-45492900-1431234668_thumb.jpgpost-28895-0-65675700-1431234696_thumb.jpg
Instagram

แอพบนนาฬิกาหลักๆ ทำได้สองอย่างคือ feed กับ activity ครับโดยจะอ่านข้อความภาษาไทย/ดูภาพได้แต่วีดีโอจะขึ้นข้อความให้ไปเปิดดูในมือถือแทน กดถูกใจ(หัวใจ) ได้ โพส reply เป็นไอคอนต่างๆ ได้ แต่ตอบเป็นข้อความไม่ได้ โพสรูป/ข้อความใหม่ไม่ได้ครับ :-)

post-28895-0-09235100-1431236735_thumb.jpg
Line

อันนี้แย่กว่า instagram อีกครับ คือมันเหมือนเป็นลิ้นชักเก็บ notification มากกว่า พอเรา dismiss ข้อความแล้วมันจะหายไปเลย เข้าไปดู chat ก็ไม่ได้ด้วย ความรู้สึกคือถ้าแค่นี้ pebble ก็ทำได้ครับ :-o
แก้ไข : ตอบข้อความด้วยการส่งสติ๊กเกอร์และ emotion ได้ครับ

ตอนนี้ Apple Watch ยังไม่ได้วางขายในไทยอย่างเป็นทางการ ทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งค่าภาษา (เมนู) เป็นภาษาไทย แต่ยังสามารถเลือก region Thai ได้ และแสดงตัวอักษรไทยได้ ;-) ดังนั้นพวก sms หรือ line chat ที่เข้ามาบนนาฬิกาจึงอ่านไทยได้ตามปกติและไม่มีปัญหาด้านการแสดงผลครับ การที่ไม่รองรับภาษาไทยบนนาฬิกาเท่ากับว่าคุณไม่สามารถใช้ Siri ในแบบภาษาไทยบนนาฬิกาได้ ถ้าหากต้องการใช้ Siri ก็ต้องใช้เป็นภาษาที่นาฬิการองรับ เช่น ภาษาอังกฤษ โดยต้องตั้งค่าภาษาของ Siri ให้ตรงกันทั้งนาฬิกาและบน iPhone ด้วยนะครับ เท่าที่ทดสอบการปลุก Siri ด้วยการออกเสียง Hey Siri นั้นไม่สามารถทำได้ เห็นว่าฝรั่งหลายๆ คนก็เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน แนะนำกันว่าให้ Restart นาฬิกาเพื่อแก้ปัญหา ส่วนการกด Digital Crown เพื่อใช้งาน siri นั้นทำได้ตามปกติครับ

ปัญหาที่พบคือเวลามี line chat เข้ามามันไม่สั่นและไม่มีเสียงกริ่งเตือน แค่แสดงเป็นจุดแดงๆ ไว้ที่ด้านบนหน้าปัดม์นาฬิกาให้รู้ว่ามี Notification เข้ามาเท่านั้นซึ่งน่าจะเป็นบั๊ก เพราะฝรั่งบางคนก็บ่นว่าใช้กับพวกแอพส์ messanger อื่นๆ ก็ไม่เตือนเหมือนกัน
แก้ไข : ผมดันไปปิดแจ้งเตือนด้วยเสียงใน iPhone ไว้เมื่อตอนใช้ Pebble ครับ พอเปิดใช้การเตือนด้วยเสียงตอนนี้ Apple Watch ก็ส่งเสียงเตือนพร้อมกับสั่นแบบสะกิดตามที่ควรจะเป็นทุกครั้งแล้วครับ

เรื่องแบตเตอรี่ ผมลองปิดเครื่องวางทิ้งเอาไว้โดยไม่มีการใช้งานอะไรเลยนาน 3ชั่วโมง พบว่าแบตเตอรี่ลดลงประมาณชั่วโมงละ 1% ดังนั้นถ้าชาร์จเต็มที่แล้วปิดจอ Stand by ไว้อย่างเดียวก็น่าจะอยู่ได้ 3-4 วันตามที่ Apple คุยเอาไว้

แต่ในการใช้งานจริงที่ญี่ปุ่นผมเปิดทุกอย่างรวมทั้งการวัดอัตราการเต้นหัวใจและการติดตามการเคลื่อนไหวเพื่อนับแคลลอรี่ ชาร์จที่ 100% ก่อนออกจากโรงแรมตอน 9.30น. หลังจากนั้นคาดไว้ตลอดเวลาไปเดินเที่ยวทั้งวัน มีเปิดขึ้นมาดูข้อความ line บ้าง ดูแอพ activity บ้าง ดูเวลาบ้าง มีช่วงนึงลอง Reset All Setting ด้วยซึ่งมันต้องมีการเขียนข้อมูลในนาฬิกาใหม่ ทั้งลบทั้งลงแอพส์ใหม่ ผ่าน iphone จนขึ้นเครื่องบินถึงเช้าอีกวันหนึ่งมา low bat เหลือ 10% ประมาณ 10.00น. ครับ เชาก็เตือนให้ชาร์จแบตหรือใช้ Power Reserve Mode (Apple claim ว่าใช้ดูเวลาต่อไปได้อีก 72ชั่วโมง)

Power Reserve Mode
post-28895-0-99419000-1431268960_thumb.jpg
เมื่อแบตเตอรี่เหลือ 10% มีคำแนะนำให้เข้าสู่ Power Reserve Mode

post-28895-0-79341900-1431268980_thumb.jpg
มีบอกว่าถ้าต้องการออกจาก Power Reserve ให้กด Side Button ค้างเอาไว้

post-28895-0-39563600-1431269003_thumb.jpg
Power Reserve แสดงผลบรรทัดเดียวแค่เวลาแบบนี้ครับ ฟีเจอร์อื่นๆ นั้นปิดหมดทุกอย่างรวมทั้งการพลิกข้อมือเพื่อดูเวลาก็ทำไม่ได้ด้วย ทางเดียวที่จะดูเวลาได้คือกดปุ่ม Side Button เท่านั้น (กด Digital Crown ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน)

ใครอยากรู้อะไรถามได้นะครับ ^^

Edited by nidku53
  • Like 4

Share this post


Link to post
Share on other sites

อยากถามถึงความอึดแบตตัวนี้ครับอ่านมาว่าใช้ได้วันนึงต้องชาร์จ จิงเท็จประการใด แล้วรู้สึกโอเคมั้ยกับระยะเวลานี้

Edited by nQuantum
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

อยากถามถึงความอึดแบตตัวนี้ครับอ่านมาว่าใช้ได้วันนึงต้องชาร์จ จิงเท็จประการใด แล้วรู้สึกโอเคมั้ยกับระยะเวลานี้

เท่าที่ใช้มา ผมเปิดทุกอย่างรวมทั้งการวัดอัตราการเต้นหัวใจและการติดตามการเคลื่อนไหวเพื่อนับแคลลอรี่ ชาร์จที่ 100% ก่อนออกจากโรงแรมตอน 9.30น. หลังจากนั้นคาดไว้ตลอดเวลาไปเดินเที่ยวทั้งวัน มีเปิดขึ้นมาดูข้อความ line บ้าง ดูแอพ activity บ้าง ดูเวลาบ้าง มีช่วงนึงลอง Reset All Setting ด้วยซึ่งมันต้องมีการเขียนข้อมูลในนาฬิกาใหม่ ทั้งลบทั้งลงแอพส์ใหม่ ผ่าน iphone จนขึ้นเครื่องบินถึงเช้าอีกวันหนึ่งมา low bat เหลือ 10% ประมาณ 10.00น. ครับ เชาก็เตือนให้ชาร์จแบตหรือใช้ Power Reserve Mode (Apple claim ว่าใช้ดูเวลาต่อไปได้อีก 72ชั่วโมง) แต่ผมยังไม่ลองเพราะถอดไปชาร์จเสียก่อน

 

คิดว่าถ้าต้องไปค้างนอกบ้านคงต้องพกที่ชาร์จไปด้วยเพราะแม้ว่าจะมี Power Reserve Mode แต่เราคงไม่พอใจแค่ดูเวลามั้งครับ ถามว่าพอใจไหม เทียบกับ Pebble ผมชอบ pebble มากกว่าเพราะการไม่ชาร์จ 4-5 วันนี่ธรรมดามากครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ก้อเห็นภาพๆครับ ต่อจากนี้ก้ออยากเห็นมากกว่าฟังก์ชั่น sport watch ล่ะครับ เพราะ sport watch นี่นึกถึง polar มากกว่า

รอดูต่อไป

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ก้อเห็นภาพๆครับ ต่อจากนี้ก้ออยากเห็นมากกว่าฟังก์ชั่น sport watch ล่ะครับ เพราะ sport watch นี่นึกถึง polar มากกว่า

รอดูต่อไป

ครับผม บอกตามตรงว่าคาดหวังกับฟีเจอร์ด้านสุขภาพมากเพราะผิดหวังกับด้านนี้ของ pebble มาเยอะ แต่ดูแล้วเลือกเปิดฟีเจอร์นี้เฉพาะเวลาออกกำลังกาย โดยไปเน้นการรับ notification น่าจะเหมาะกว่า เดี๋ยวจะลองปิด heart rate ดูก่อนว่าแบตอึดขึ้นไหมนะครับ :-)

Share this post


Link to post
Share on other sites

แจ่มเลยครับ ขอบคุณมากครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณมากครับ

 

ผมนี้ติดตามดูเรื่อง fitness feature และการใช้งานอยู่เหมือนกัน เพื่อเป็นตัวเลือกในการเปลี่ยนอุปกรณ์ในครั้งหน้า

 

...

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

รอเเหมือนกัน จะเอาไปปั่นจักรยาน

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าชอบฟังก์ชั่นสุขภาพมาก ลองพิจารณา polar บ้างนะครับผมถูกใจมันมากเลย

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าชอบฟังก์ชั่นสุขภาพมาก ลองพิจารณา polar บ้างนะครับผมถูกใจมันมากเลย

 

ขอบคุณที่แนะนำครับ แต่ตอนนี้ขอใช้ Apple Watch ไปก่อนดีกว่าไม่อยากคาดนาฬิกาทีละสองเรือนครับ 555 ^^

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

function สุขภาพของ apple watch ได้ข่าวว่าตอนฝรั่งเค้าแกะเครื่องดู hardward ภายใน พบ sensor วัดค่า oxygen ในเลือด แต่ apple แอบปิด feature นี้ ไม่รู้เพราะยังไม่ได้มาตรฐา FDA regulation หรือว่ามันยังไม่ accurate หรืออย่างไร อนาคตถ้าทุกอย่างเรียบร้อย apple ออก software update ให้วัดค่านี้ได้ แจ่มไปเลย

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

ผมดูพวกนาฬิกาวัดค่าต่างๆ เช่น Garmin, TomTom, Mio, Mulitsports, Soleus, Suunto,ในการออกกำลังหลายเจ้ายี่ห้อ ฟังชั่นที่ดีเลิศราคาก็พอๆ กัน มีทั้งที่เป็นแบบไร้สาย กับคาดอก (ราคาเริ่มตั้งแต่ 6 พัน จนถึง 25,000) ส่วนตัวผมรอ Apple Watch ครับ    ขนาดนาฬิกาเรือนเก่าพังยังไม่ซื้อใหม่ ดูจาก iPhone แทน   รอ รอ ๆ ต่อไป

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

เสียอย่างเดียวไม่มี gps เวลาวิ่งแล้วพก iphone (เพื่อใช้ gps) มันดูจะลำบากๆไปหน่อยครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

แล้วเรื่องประกันละครับ ประกันทั่วโลกหรือเปล่าครับ หรือเฉพาะญี่ปุ่นที่ซื้อมา

Share this post


Link to post
Share on other sites

แล้วเรื่องประกันละครับ ประกันทั่วโลกหรือเปล่าครับ หรือเฉพาะญี่ปุ่นที่ซื้อมา

พนักงานประจำบูธ Apple ในร้าน Yodobashi บอกว่าส่งซ่อมในไทยได้ แต่ผมไม่มั่นใจว่าข้อมูลเชื่อถือได้แค่ไหนนะครับ

ปกติผมถือว่าของที่หิ้วจากต่างประเทศ No Warranty ไว้ก่อนครับ lol

Share this post


Link to post
Share on other sites

a4b9e40583cf9c08d1aef6b5a5de88b8_original.gif?v=1431102987&w=700&h=&fit=max&auto=format&q=92

 

จัดอันนี้อีกอันครับ

https://www.kickstarter.com/projects/1104350651/lunatik-epik-for-apple-watch

 

คนไม่มีบุญครับเป็นคนใส่นาฬิกาไม่เหมาะ ได้แต่มอง

คล้ายๆ ชิ้นนี้เห็นมีขายใน ebay แล้วครับแต่รายละเอียดการถอดใส่ไม่มี เพิ่งจะมาเห็นจากรูปนี้เอง ขอบคุณครับ

นอกจากเคสตามรูป ใน kick starter มีคนทำ adapter ให้ใส่สายทั่วไปได้ด้วยครับ ของยังไม่ส่ง แต่ใน ebay มีของแบบเดียวกันขายแล้ว พี่จีนไวจริงๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอารูปมาให้ชมครับ adapter สำหรับ Apple Watch ให้ใส่สายมาตรฐาน 22mm. ทั่วๆ ไปได้ รูปนำมาจาก Internet นะครับ ผมเพิ่งกดสั่งไป กว่าจะได้ของก็กลางเดือนหน้านู้น lol

 

post-28895-0-19010700-1432559841_thumb.jpg

 

post-28895-0-07290800-1432559856_thumb.jpg

 

post-28895-0-23303100-1432559870_thumb.jpg

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณมากครับ

ผมกำลังชั่งใจว่าจะจัดดีไม๊ แล้วเอารุ่นไหนดี

สงสัยต้องจัดในไม่ช้านี้ซะแล้วสิ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณมากครับ

ผมกำลังชั่งใจว่าจะจัดดีไม๊ แล้วเอารุ่นไหนดี

สงสัยต้องจัดในไม่ช้านี้ซะแล้วสิ

ระดับนี้ต้อง Apple Watch Edition สิครับลุงอ๋อง

 

...

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now

×