Jump to content
PiggyDoll

ความรู้เกี่ยวกับ Numbers

Recommended Posts

ความรู้เกี่ยวกับ Numbers

 

เห็นมีคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน Numbers (คล้ายกับ Excel ของ Mac) แต่มีคนตอบน้อยเหลือเกิน รวมทั้งหนังสืออธิบายการใช้งานแบบเจาะลึกนั้นหาไม่ได้เลย(อาจจะมีแต่หาไม่เจอ) เลยคิดว่า Freemac น่าจะมีกระทู้อธิบายการใช้งานโปรแกรมสำคัญๆไว้บ้าง

 

ดังนั้น ใครที่มีความรู้หรือเทคนิคดีๆเกี่ยวกับ Number ก็ขอให้ช่วยโพสด้วย เพราะเจ้าของกระทู้นั้นขอบอกไว้ก่อนว่ามีความรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

จบเรื่องน่าเบื่อแล้ว เข้าเรื่องกันเลย

 

 

Intro:

Number คืออะไร

คำตอบคือ Numbers เป็นโปรแกรมจัดการข้อมูลประเภทเดียวกับ Excel

 

Numbers ต่างจาก Excel อย่างไร

คำตอบคือ ไม่ทราบ เพราะไม่เคยใช้ Excel (ไม่มีให้ลอง) แต่คิดว่า ไม่น่าจะต่างกัน เท่าที่เห็นชัดๆคือ งานจาก Excel เปิดบน Numbers ข้อมูลบางส่วนจะหายไป เช่น แบบของ font การจัดรูปแบบ

 

เริ่มใช้งาน Numbers

เริ่มต้นอย่างไร

1. ถ้ามีบน Dock ก็คลิกที่ไอคอน หรือ

2. เข้าไปที่โฟลเดอร์ Applications ใน Finder แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน หรือ

3. คลิก Spotlight มุมบนขวามือแล้วพิมพ์ num แล้วคลิกเลือกโปรแกรม หรือ

4. อื่นๆ แต่พิศดารเกินไป ไม่ขอกล่าวถึง

 

เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วจะพบกับ Template มากมายให้เลือกใช้

Template Chooser (Numbers '09)

มีหมวดหมู่ให้เลือก ดังนี้

1. All รวมทุก Template

2. Blank มีให้เลือก 2 แบบ

- Blank เป็นตารางว่าง

- Checklist ตารางว่างกับ Checklist

3. Personal Finance มีให้เลือก 9 แบบ

- Checklist Register

- Budget

- Net Worth

- Savings Calculator

- School Saving

- Retirement Savings

- Mortgage

- Loan Comparison

- Home Inventory

4. Personal มีให้เลือก 10 แบบ

- Workout Tracker

- Weight Tracker

- Baby Record

- Event Planner

- Dinner Party

- Garden Journal

- Home Improvement

- Comparison

- Travel Planner

- Team Organization

5. Business มีให้เลือก 5 แบบ

- Employee Schedule

- Invoice

- Expense Report

- Financials

- Return on Investment

6. Education มีให้เลือก 4 แบบ

- Science Lab

- Gravity Lab

- Math Quiz

- Grade Book

เมนูด้านล่างจะมี Option ให้เลือก Open Recent กับ Open an Existing File...

 

Open Recent คือ ไฟล์งานที่เราเคยเปิดมาแล้ว

Open an Existing File... คือไฟล์งานที่เราจะเปิดใช้

เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน หรือถ้าจะสร้างเองทั้งหมดก็เลือก Blank

การเลือก คลิกที่ Template ที่ต้องการ แล้วคลิก Choose ที่มุมขวาล่าง หรือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Template นั้นๆ

 

Edited by PiggyDoll
  • Like 13

Share this post


Link to post
Share on other sites

เจ้าของกระทู้ขอเลือก Blank

เมื่อเปิดขึ้นมาแล้วจะได้ หนึ่งชีตกับหนึ่งตาราง

มาดูที่เมนูกัน

post-26404-0-74193000-1292868727_thumb.png

 

สองอันด้านซ้าย View กับ Sheet

ใน View ก็จะมี

Show Print View

Show Layout

Show Rulers

Hide Format Bar

Show Formula List

และ Hide Comment

 

ถัดมาเป็น Sheet ถ้าคลิกก็จะได้ Sheet ใหม่ (ไอคอนเข้าใจง่ายมาก เป็นรูป Sheet และเครื่องหมายบวกที่มุมบน)

 

ถัดมาอีกก็จะเป็น Tables, Reorganize, Function, Formula List

ถัดมาเป็น Chart, Text Box, Shapes, Comment

ถัดมาเป็น iWork.com

และขวาสุดเป็น Inspector, Mediam Colors, Fonts

นี่คือเมนูบาร์มาตรฐาน ไม่ได้ปรับแต่ง(ปรับ เพิ่ม, ลด ได้)

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถัดมาด้านล่าง หน้าตาแบบนี้

post-26404-0-34965100-1292871561_thumb.png

เช่นเดียวกัน เริ่มจากด้านซ้ายก่อน

ตัวแรกคือแบบฟอนต์ที่เลือก รูปแบบ ขนาด และสี

ถัดมาเป็นการจัด Layout(เรียกแบบนี้มั้ง) ชิดซ้าย กลางจอ ชิดขวา เขี่ยให้อยู่ทั้งซ้ายและขวา และ Auto

ถัดมาอีก จัดข้อความไว้บนสุด จัดไว้ตรงกลาง จัดไว้ล่างสุด

ถัดมาเป็น Wrap แปลว่าไงดี ถ้ามีใครรู้ช่วยบอกที รู้ว่าผลเป็นแบบไหนแต่อธิบายไม่ถูก

ถัดมาเป็น

1.0 กำหนดให้ข้อมูลนั้นมีจุดทศนิยม เริ่มต้นที่ 2 ตำแหน่ง

$ กำหนดให้มี sign แล้วแต่การตั้งค่า เริ่มต้นที่ ฿

% กำหนดให้คิดค่าเป็น %

และการตั้งค่าต่างๆ

 

ถัดมาเป็น .00 กับ .0

.00 คือ เพิ่มทศนิยมอีกหนึ่งตำแหน่ง เช่นจาก .00 คลิกแล้วจะได้ .000 ยิ่งคลิกยิ่งเพิ่ม ไม่รู้ว่าไปสุดที่ไหน

.0 คือ ลดทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง เช่น จาก .00 คลิกแล้วจะได้ .0 ยิ่งคลิกยิ่งลดและจะหยุดลงตามค่าที่ป้อนในตอนแรก เช่นป้อน 2 ถ้าเพิ่มทศนิยมเป็น 2.000 แล้วรัวคลิก .0 สุดท้ายแล้วจะหยุดที่ 2 ที่เป็นค่าเริ่มต้น จะไม่กลายเป็น .2 .02 .002 แต่อย่างใด

 

ถัดมาเป็นการจัดการขอบตาราง ขนาดตาราง เพิ่มลด pt เริ่มต้นที่ .25 pt สีเส้นตาราง

ถัดมาคือ Fill กำหนดสีภายในตาราง

และถัดมาคือ กำหนดให้มี Header มีให้เลือก ซ้าย บน และด้านล่าง

และสุดท้ายคือ Name แสดงหรือซ่อนชื่อของตาราง

Share this post


Link to post
Share on other sites

แก้ใหม่ ยาวไป

ด้านซ้ายมือเป็น Sheets กับ Styles

 

Sheets ไว้แสดงข้อมูลว่ามีกี Sheet กี่ Table ชื่ออะไรบ้าง ถ้าคลิกขวาจะมีเมนูให้เลือก ได้แก่

New Sheet = สร้าง Sheet ใหม่

ถ้าคลิกขาที่ Sheet ก็จะมีตัวเลือกคือ

Expand = ขยาย(มั้ง)เพื่อดูข้อมูลใน Sheet ว่ามีอะไรบ้าง คลิกปุ่มดำๆ ด้านซ้ายก็ได้

Collapse = ย่อเพื่อซ่อนข้อมูลใน Sheet หรือคลิกปุ่มดำๆ ด้านซ้ายอีกครั้งก็ได้

Expand All = ขยายทั้งยวง

Collapse All = ย่อทั้งยวง

 

ถ้าคลิกขาวที่ Table ก็จะมี ตัวเลือกที่ต่างออกไปคือ

Bring Forward

Send Backward

Bring to Front

Sent to Back

 

ตัวเลือกอื่นที่เหมือนกัน

Cut, Copy, Paste, Rename, Delete, Duplicate และ Select All

Styles เป็นแบบของตารางให้เลือกใช้ ได้แก่

Basic

Basic (No Grid)

Gray

Gray Header

Gray Fill

Beige

Ledger

Blue

Blue Headers

Blue Fill

 

ลองเลือกดูจะเห็นความแตกต่าง

ที่ตัวเลือกจะมี Option เสริม ปุ่มวงกลมล้อมรูปสามเหลี่ยมของแต่ละ Styles

ก็มี Apply Style = เลือกใช้ Style กับ Table หรือ Sheet ที่เลือก

Clear and Apply Style = ลบการตั้งค่าของเราในตารางที่เลือก แล้วใช้ค่ามาตรฐานของ Style ที่เลือก

Set as Default Style for new Tables = ตั้งเป็น Style เริ่มต้นเมื่อสร้างตารางใหม่

Create New Style… = สร้าง Style ของตัวเอง

Redefine Style from Table = ไม่รู้ว่าคืออะไร

Rename Style = เปลี่ยนชื่อ Style ที่เลือก หรือจะดับเบิ้ลคลิกที่ Style นั้นๆก็ได้

Delete Style = ลบ Style ทิ้ง

 

หลัง Sheets และ Styles สามารถเลื่อนขึ้นลง ซ้ายขวาเพื่อปรับขนาดการแสดงผลได้

ด้านหลัง Sheets ที่เป็น || ไว้ปรับเพิ่มลดความกว้าง

ด้านหลัง Styles ที่เป็น = เลื่อนขึ้นลงเพื่อให้แสดงผลได้มากขึ้นในกรณีที่มี หลาย Sheet หลาย Table หรือหลาย Style

 

ถัดมาเป็น ข้อมูลต่างๆที่เราใช้(ไม่รู้ละเอียดนัก) ได้แก่

sum

avg

min

max

count

 

และกรอบด้านขวาไว้แสดงตารางในการป้อนข้อมูล

ด้านล่าง ก็มีปุ่มปรับการแสดงผล ต่ำสุด 25% สูงสุดที่ 400%

ถัดมาด้านขวาเป็นการตั้งค่าให้แสดงรูปแบบ แนวตั้งแนวนอน ปรับขนาดได้

 

จบกับข้อมูลคร่าวๆ ของ Number แล้วค่อยเจาะลึกในรายละเอียดอื่นๆ กันต่อ

 

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

เพิ่มภาพพื้นหลังให้กับตารางใน Numbers

1. คลิกที่ Table 1 เพื่อเลือกทั้งตาราง

2. คลิก Inspector

3. เลือกที่แท็บ Graphic

4. เลือก Tinted Image Fill

5. เลืกรูปที่ต้องการ ในที่นี้ขออณุญาตใช้ โลโกของฟรีแมค

6. คลิก Tint Color

7. เลือกสีตามต้องการ default เป็นสีขาว

8. ปรับ Opacity (% ยิ่งมากยิ่งจาง)

แล้วเราก็จะได้ตารางงานท่ีไม่เหมือนใคร

post-26404-0-87378400-1299758144_thumb.png

Share this post


Link to post
Share on other sites

สูตร แสดงวันที่ปัจจุบันทุกครั้งที่เปิดดูงาน

 

=(DAY(TODAY()) &"/"& MONTH(TODAY()) &"/"& YEAR(TODAY()))

 

วันเวลาจะเปลี่ยนไปเสมอ

 

ตรง

&"/"&

เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็ได้ เช่น

&"-"& หรือ &":"&

หรืออย่างอื่นที่ต้องการ

 

เพิ่มสูตรเวลา

=HOUR(NOW())&":"&MINUTE(NOW())&":"&SECOND(NOW())

 

ถ้าให้แสดงเวลาแบบเต็มๆ

=DAYNAME(TODAY()) &" "&DAY(TODAY())&"-"&MONTH(TODAY())
&"-"&YEAR(TODAY())&" "&HOUR(NOW())&":"&MINUTE(NOW())&":"&SECOND(NOW())

ตรง " " ก็คือ "กด 1 Space" เพื่อเว้นวรรค

Edited by PiggyDoll
  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณครับ :!tuzki013:

Share this post


Link to post
Share on other sites

กำลังศึกษาอยู่ทีเดียวเชียว

ขอบคุณมากครับ...จะติดตามนะครับถ้าอัพเดทข้อมูลเรื่อยๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอถามหน่อยครับว่า ในNumberสามารถล็อคColumnหรือRowได้เหมือนในExcelหรือเปล่าครับ ยกตัวอย่างเช่น

 

ตารางผมมีข้อมูลหลายRowมาก เวลาลงข้อมูลในRowล่างๆ ไอ้หัวข้อหลักตรงRowด้านบนมันก็จะหลุดกรอบจอไป

มีวิธีทำให้Rowด้านบนมันค้างอยู่ได้มั้ยครับ เท่าที่ผมลองหาคำสั่งดู เหมือนว่าจะไม่มีอ่ะครับ

 

...จะเข้าใจที่อธิบายเปล่าน้อ :!tuzki048:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอถามหน่อยครับว่า ในNumberสามารถล็อคColumnหรือRowได้เหมือนในExcelหรือเปล่าครับ ยกตัวอย่างเช่น

 

ตารางผมมีข้อมูลหลายRowมาก เวลาลงข้อมูลในRowล่างๆ ไอ้หัวข้อหลักตรงRowด้านบนมันก็จะหลุดกรอบจอไป

มีวิธีทำให้Rowด้านบนมันค้างอยู่ได้มั้ยครับ เท่าที่ผมลองหาคำสั่งดู เหมือนว่าจะไม่มีอ่ะครับ

 

...จะเข้าใจที่อธิบายเปล่าน้อ :!tuzki048:

 

 

 

ได้ครับ แต่สูงสุดได้แค่ 5 Rows

ไปที่เมนู Table --> Header Rows แล้วเลือกจำนวน Row ที่ต้องการเป็นหัวกระดาษครับ

เกินกว่านั้น ผมเองก็ได้ตั้งคำถามไว้ในนี้แล้วครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ได้ครับ แต่สูงสุดได้แค่ 5 Rows

ไปที่เมนู Table --> Header Rows แล้วเลือกจำนวน Row ที่ต้องการเป็นหัวกระดาษครับ

เกินกว่านั้น ผมเองก็ได้ตั้งคำถามไว้ในนี้แล้วครับ

 

คลิกขวาที่ Cell ใดๆ เลือก Header & Footer

ตรง Header Rows กับ Header Columns

เลือก Freeze Header Rows ถ้าอยากล็อค Header Rows

เลือก Freeze Header Columns ถ้าอยากล็อค Header Columns

ไม่จำกัดขนาด

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทำ Logo ง่ายๆ ด้วย Numbers

 

เปิด Numbers ขึ้นมา แล้วลบ Table ออกไป

1. คลิกที่ Shapes เลือกแบบที่ต้องการ

2. คลิกที่สี่เหลี่ยมสีขาวเล็กๆ เพื่อปรับขนาดตามต้องการ กด Shift ค้างขณะปรับเพื่อความสมดุล

3. พิมพ์ที่ต้องการ เลือก Font เลือกขนาด จัดตำแหน่งตามต้องการ

4. เปิด Inspector ขึ้นมา

5. ตรง Fill เลือก Advances Gradient Fill เพื่อให้สามารถเลือกปรับ Gradient ได้

6. เลือกสีที่ต้องการ เลื่อนปรับตามที่ต้องการ(ลูกศรสีน้ำเงิน)

7.เลือกปรับแบบ(กรอบสีเหลือง)

- Gradient สี่เหลี่ยม เป็นการไล่สีธรรมดา

- Gradientวงกลม ไล่สีจากจุดศูนย์กลางหรือกระจายจากจุดศูนย์กลาง

- สลับด้าน ในออกนอก เป็น นอกเข้าใน

- Angle คลิกแล้วหมุนเพื่อปรับองศา หรือ พิมพ์ตัวเลขเอง หรือ คลิกเพิ่มทีละนิดก็ได้

8. Stroke มีให้เลือก 3 แบบ

- None ไม่เลือก เป็นการตั้งค่าตาม Default

- Line เลือกแบบเส้น มีให้เลือกปรับ 7 แบบ เปลี่ยสีและปรับขนาดได้ ยิ่ง PT มากยิ่งหนา

- Picture Frame มีให้เลือก 11 แบบ ถ้าอยากเปลี่ยก็แค่คลิกที่ Frame หรือสามเหลี่ยมสีดำเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน แล้วเลือกตามใจชอบ

9. Shadow มี 2 แบบ

- Shadow ของข้อความ ไฮไลท์ข้อความแล้วติ๊กที่ shadow เป็นการเพิ่มเงาให้ข้อความ ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ต้องติ๊ก

- Shadow ของกรอบ คลิกที่กรอบแล้วปรับ

- เลือกสีและปรับ Angle ของเงา

- ปรับ Offset, Blur และ Opacity หรือไม่ปรับก็ได้

10. Reflection ถ้าเลือกจะม่เงาจางเหมือนรูปซ้าย

แล้วเราก็จะได้โลโก้ของตัวเองแบบไม่เหมือนใคร

post-26404-0-56078900-1299806145_thumb.png

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณครับ แต่ของผมไม่มีคำสั่งอ่ะ สงสัยต้องไป Update Number ก่อน เพราะว่ายังใช้เป็น 08 อยู่เลย หุหุหุ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Basetonum & Numtobase

BASETONUM
แปลงค่าเลขฐานใดๆ ให้เป็นฐาน 10 เช่น
รูปแบบ =BASETONUM(ค่าที่ต้องการแปลง, เลขฐาน)
ค่าที่ต้องการแปลงกับเลขฐานต้องสัมพันธ์กัน เช่นเลขฐาน 2 จะมีแค่ 1 กับ 0 ถ้าเป็นค่าอื่นจะ error
ตัวอย่าง
=BASETONUM(11001, 2)  แปลงค่า 11001 ฐาน 2 ให้เป็นฐาน 10 ค่าที่ได้จะเท่ากับ 25
=BASETONUM(3f, 16) แปลงค่า 3f ฐาน 16 ให้เป็นฐาน 10

NUMTOBASE
แปลงเลขฐาน 10 ให้เป็นฐานใดๆ
รูปแบบ =NUMTOBASE(ค่าที่ต้องการแปลง, เลขฐานที่ต้องการแปลง, จำนวนตำแหน่ง)
ตัวอย่าง 
=NUMTOBASE(25, 2) แปลงค่า 25 ให้เป็นเลขฐาน 2 ค่าที่ได้จะเท่ากับ 11001
=NUMTOBASE(25, 2, 6) แปลงค่า 25 ให้เป็นเลขฐาน 2 จำนวน 6 ตำแหน่ง ค่าที่ได้จะเท่ากับ 011001 (เพิ่ม 0 ข้างหน้าหนึ่งตัวให้ครบ 6 ตำแหน่งตามที่กำหนด)

การนำไปใช้อาจจะทำเป็นเครื่องมือแปลงค่าตัวเลขอย่างง่ายเช่น
ปล่อยช่อง B2 ว่างไว้ป้อนค่า แล้วพิมพ์ในช่อง C2 เป็นสูตรที่ต้องการ

ของแถมเล็กน้อย

คีย์ลัด

Enter ขยับไปข้างล่าง 1 cell

Shift+Enter ขยับไปข้างบน 1 cell

TAB ขยับทางขวา 1 cell

Shift+TAB ขยับทางซ้าย 1 cell

Option+Enter พิมพ์ข้อมูลต่อไปใน cell นั้น

 

เพิ่มเติม (14 พ.ค. 54)

คำสั่งอื่นที่คล้ายกัน

BIN2DEC แปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ
BIN2HEX แปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบหก
BIN2OCT แปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานแปด

DEC2BIN แปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานสอง
DEC2HEX แปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานสิบหก
DEC2OCT แปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานแปด

HEX2BIN แปลงเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสอง
HEX2DEC แปลเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ
HEX2OCT แปลเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานแปด

OCT2BIN แปลงเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสอง
OCT2DEC แปลงเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ
OCT2HEX แปลงเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบหก

รูปแบบ
BIN2DEC(X, Y)
BIN2HEX(X, Y)
BIN2OCT(X, Y)

DEC2BIN(X, Y)
DEC2HEX(X, Y)
DEC2OCT(X, Y)

HEX2BIN(X, Y)
HEX2DEC(X, Y)
HEX2OCT(X, Y)

OCT2BIN(X, Y)
OCT2DEC(X, Y)
OCT2HEX(X, Y)

X = เลขฐานที่ต้องการแปลง
Y = จำนวนหลักที่ต้องการหลังจากแปลงแล้ว (ไม่กำหนดก็ได้)

ตัวอย่าง
BIN2DEC(100,2) หรือ BIN2HEX(100,2) หรือ BIN2OCT(100,2)
ถ้าแปลงแล้วได้เลขหลักเดียวผลที่ได้จะมีเลขศูนย์นำหน้าจนครบตามจำนวนหลักที่กำหนด

ถ้าไม่กำหนดจำนวนหลัก เช่น BIN2DEC(100) หรือ BIN2HEX(100) หรือ BIN2OCT(100) แปลงแล้วได้กี่หลักก็ได้เท่านั้นจะไม่มีศูนย์เพิ่มขึ้นมาให้

ใช้คำสั่ง BASETONUM หรือ NUMTOBASE น่าจะสะดวกที่สุด

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

น่ารักที่สุด

:!tuzki037:

Share this post


Link to post
Share on other sites

เสริมเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวใน Numbers '09 จะเปิดได้ต้องรู้รหัสผ่าน

 

ใน Numbers '09 สามารถใส่ Password เพื่อป้องกันข้อมูลได้ หากมีการใช้ Password เพื่อป้องกันจะปรากฏไอคอน Lock บนไตเติ้ลบาร์

แต่ Password จะใช้ไม่ได้หาก Save ใน Format อื่น (iWork '08, Excel)

 

วิธี

1. เปิด Inspector เลือก Document (แท็บแรก)

2. ติ๊กถูกที่ Require password to open (ด้านล่าง)

3. จะมีช่องสำหรับใส่ Password ให้เห็น

4. ใส่ Password , Verify(ใส่อีกครั้ง), Password Hint (Recommended) กันลืม

5. หรือคลิกที่เครื่องหมายลูกกุญแจ ขวามือของช่องใส่ Password เพื่อเปิด Password Assistant ช่วยสุ่มและตรวจสอบ Password

6. แล้วคลิกที่ Set Password

7. แล้วเราก็จะได้เกราะปกป้องงานของเราแล้ว

 

Password Assistant

Type ประเภท

1. Manual ให้เราคิด Password เอง

2. Memorable

3. Letters & Number ตัวอักษรทั้งใหญ่และเล็กและตัวเลข

4. Number Only ตัวเลขเท่านั้น

5. Random สุ่มมั่ว

6. FIPS-181 compliant

 

Suggestion

คลิกปุ่มสามเหลี่ยมเล็กขวามือเพื่อเลือก Password

ทุก Type จะมี 10 Suggestion ยกเว้น Manual ที่ไม่มี คลิกที่ More Suggestion หากยังไม่ถูกใจ โปรแกรมจะสุ่มขึ้นมาอีก 10 ตัว

 

Length

ความยาวต่ำสุด 8 ตัวอักษร สูงสุด 31 ตัวอักษร

 

Quality

คุณภาพของ Password สีเขียวเต็มหลอดถือว่าแข็งแกร่งที่สุด

 

ตัวที่เดายากที่สุดและจำยากที่สุดน่าจะเป็น Random 31 ตัวอักษร

ตัวที่อ่อนแอที่สุดคือ Number Only แม้จะ 31 ตัวอักษรก็ตาม

 

จงเตือนตัวเองทุกครั้งว่า "อย่าลืม Password" เพราะเจ้าของกระทู้ยังไม่รู้วิธีกู้ Password นี้ :lol:

Password ยาวๆนั้นปลอดภัย แต่ง่ายที่จะลืม

มีความสุขกับ Password :)

 

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าจะทำ Cell เป็นแบบ List ได้ไหมครับ

แบบว่าคลิ๊กแล้วเลือกรายการย่อยได้ใน Cell นั้นน่ะครับ ของ OpenOffice นี่มี

แต่ผมยังหาใน Number ไม่เจอ

Share this post


Link to post
Share on other sites

การสร้าง List ใน Numbers 09 อาจมีวิธีสร้างที่ดีกว่านี้แต่หาไม่เจอ หรืออาจเจอแล้ว แต่วิธีนั้นสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่ง ไม่ค่อยเข้าใจ จึงลองใช้วิธีนี้ทำให้มึนหัวได้เช่นกันแต่น้อยกว่า

 

วิธี

1. เปิด Numbers ขึ้นมา เลือก Blank เพื่อสร้างทุกอย่างเอง

2. เราจะใช้ตำแหน่ง B2 เป็นตำแหน่งที่ทำ List

3. เปิด Inspector ขึ้นมา

4. คลิกแลือกที่ตำแหน่ง B2 แล้วคลิกที่ Cell Inspector (แท็บที่ 4 ใน Inspector)

5. ตรง Cell Format เลือก Pop-up Menu ถัดมาด้านล่างเล็กน้อย

6. ดับเบิ้ลคลิกที่เลข 1 เปลี่ยนเป็น แอปเปิล เลข 2 เปลี่ยนเป็น มะละกอ เลข 3 เปลี่ยนเป็น ส้ม คลิกเครื่องหมายบวก พิมพ์ กล้วย แล้ว Enter

7. แล้วพิมพ์สูตรลงไป (สูตรอยู่ด้านล่าง)

 

สูตรช่อง B3

=IF(B2="แอปเปิล","แอปเปิล",IF(B2="มะละกอ","มะละกอ",IF(B2="ส้ม","ส้ม",IF(B2="กล้วย","กล้วย"))))

สูตรช่อง B4

=IF(B2="แอปเปิล","มะละกอ",IF(B2="มะละกอ","ส้ม",IF(B2="ส้ม","กล้วย",IF(B2="กล้วย","แอปเปิล"))))

สูตรช่อง B5

=IF(B2="แอปเปิล","ส้ม",IF(B2="มะละกอ","กล้วย",IF(B2="ส้ม","แอปเปิล",IF(B2="กล้วย","มะละกอ"))))

สูตรช่อง B6

=IF(B2="แอปเปิล","กล้วย",IF(B2="มะละกอ","แอปเปิล",IF(B2="ส้ม","มะละกอ",IF(B2="กล้วย","ส้ม"))))

เสร็จแล้ว List มึนๆ

 

 

คำเตือน หากท่านเป็นคนที่มึนหัวง่าย และขี้เกียจพิมพ์ แนะนำให้ข้ามหัวข้อนี้ไป ด้วยความปราถนาดีจาก PiggyDoll

ร่วมด้วยช่วยมึน :lol:

พิสูจน์ความมึนมาแล้ว :wallbash:

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

ประยุกต์ทำประมวลกฎหมายพร้อมคำอธิบายไว้ใช้

วิธี

1. เปิด Numbers ขึ้นมา เลือก Blank แล้ว Add Table รวมทั้งหมดให้มี 3 Table

2. Table 1 เลือกช่อง A1 กับ B1 Merge Cell แล้วพิมพ์หัวข้อแล้วแต่จะตั้ง ในที่นี้จะใช้ "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์"

3. ช่อง A2 พิมพ์ว่า "มาตรา:"

4. ช่อง B2 เปิด Inspector ขึ้นมาเลือก Cells Inspector ตรง Cell Format เลือก Pop-up Menu เพิ่มตัวเลขตามต้องการ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีทั้งหมด 1,755 มาตรา)

5. Merge ช่อง A3 - E4 แล้วพิมพ์ว่า

=IF(B2=1,ประมวล :: A2,IF(B2=2,ประมวล :: A3,IF(B2=3,ประมวล :: A4,IF(B2=4,ประมวล :: A5))))

6. Merge ช่อง A4 - E6 แล้วพิมพ์ว่า

=IF(B2=1,"",IF(B2=2,"",IF(B2=3,"",IF(B2=4,ประมวล :: B6))))

7. Merge ช่อง A5 ประมาณ 3 บรรทัด และ A6 อีกประมาณ 3 บรรทัด เผื่อเจอมาตราที่มีหลายวรรคหรือหลายอนุมาตรา ช่อง A7 ว่างไว้

8. พิมพ์ว่า "ตีความมาตรา:" ช่อง B8 พิมพ์ว่า =B2 ช่อง C8 อาจทำเป็น Next Page ไว้เปิดหน้าต่อไป โดยเลือกทำเป็น Stepper ก็ได้

9. ช่อง A9 ก็ Merge เผื่อไว้หลายบรรทัดหน่อยกรณีคำอธิบายยาวๆ แล้วพิมพ์ว่า

=IF(B2=1,ตีความ :: A2,IF(B2=2,ตีความ :: A3,IF(B2=3,ตีความ :: A4,IF(B2=4,ตีความ :: A5))))

10. Table 2 ตั้งชื่อใหม่ว่า "ประมวล" แล้วเริ่มพิมพ์ตั้งแต่ช่อง A2 เป็น มาตรา 1 ไปตามลำดับ

11. Table 3 ตั้งชื่อว่า "ตีความ" แล้วเริ่มพิมพ์ตั้งแต่ช่อง A2 เป็น ตีความมาตรา 1(ไม่ต้องตีความหรอกมาตรานี้ เริ่มตีความที่มาตรา 4)

ป.ล. ทำไฟล์ไว้แล้วแต่ Upload ไม่ได้ (Permission Denied) เอาแต่รูปไปละกัน

ป.ล. 2 ขออนุญาตลบรูป

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

การสร้าง List ใน Numbers 09 อาจมีวิธีสร้างที่ดีกว่านี้แต่หาไม่เจอ หรืออาจเจอแล้ว แต่วิธีนั้นสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่ง ไม่ค่อยเข้าใจ จึงลองใช้วิธีนี้ทำให้มึนหัวได้เช่นกันแต่น้อยกว่า

วิธี

1. เปิด Numbers ขึ้นมา เลือก Blank เพื่อสร้างทุกอย่างเอง

2. เราจะใช้ตำแหน่ง B2 เป็นตำแหน่งที่ทำ List

3. เปิด Inspector ขึ้นมา

4. คลิกแลือกที่ตำแหน่ง B2 แล้วคลิกที่ Cell Inspector (แท็บที่ 4 ใน Inspector)

5. ตรง Cell Format เลือก Pop-up Menu ถัดมาด้านล่างเล็กน้อย

6. ดับเบิ้ลคลิกที่เลข 1 เปลี่ยนเป็น แอปเปิล เลข 2 เปลี่ยนเป็น มะละกอ เลข 3 เปลี่ยนเป็น ส้ม คลิกเครื่องหมายบวก พิมพ์ กล้วย แล้ว Enter

7. แล้วพิมพ์สูตรลงไป (สูตรอยู่ด้านล่าง)

 

สูตรช่อง B3

=IF(B2="แอปเปิล","แอปเปิล",IF(B2="มะละกอ","มะละกอ",IF(B2="ส้ม","ส้ม",IF(B2="กล้วย","กล้วย"))))

สูตรช่อง B4

=IF(B2="แอปเปิล","มะละกอ",IF(B2="มะละกอ","ส้ม",IF(B2="ส้ม","กล้วย",IF(B2="กล้วย","แอปเปิล"))))

สูตรช่อง B5

=IF(B2="แอปเปิล","ส้ม",IF(B2="มะละกอ","กล้วย",IF(B2="ส้ม","แอปเปิล",IF(B2="กล้วย","มะละกอ"))))

สูตรช่อง B6

=IF(B2="แอปเปิล","กล้วย",IF(B2="มะละกอ","แอปเปิล",IF(B2="ส้ม","มะละกอ",IF(B2="กล้วย","ส้ม"))))

เสร็จแล้ว List มึนๆ

 

คำเตือน หากท่านเป็นคนที่มึนหัวง่าย และขี้เกียจพิมพ์ แนะนำให้ข้ามหัวข้อนี้ไป ด้วยความปราถนาดีจาก PiggyDoll

ร่วมด้วยช่วยมึน :lol:

พิสูจน์ความมึนมาแล้ว :wallbash:

 

 

ผมเพิ่งรู้นะครับว่า Number มี Function นี้ด้วย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ซุดหยอดๆ :!tuzki003:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ใครพอจะมีวิธีทำแบบนี้บ้าง

อย่างในรูป

ถ้าติ๊กที่ "มากไปน้อย" ก็จะเป็นการเรียงลำดับข้อมูลจาก Table 2 (ตารางขวามือ) จากมากไปน้อย ในช่องด้านล่างของ Table 1

ถ้าติ๊กที่ "น้อยไปมาก" ก็จะเป็นการเรียงลำดับข้อมูลจาก Table 2 (ตารางขวามือ) จากน้อยไปมาก ในช่องด้านล่างของ Table 1 เช่นเดียวกัน

ถ้าติ๊กทั้งสองช่อง คือทั้ง "มากไปน้อย" และ "น้อยไปมาก" ก็จะแสดงข้อความ Error ประมาณว่า "ไหนลองหันซ้ายพร้อมทั้งหันขวาซิ ถ้าทำได้จะเรียงให้"

error ไม่ต้องเป็น pop-up เอาแค่แสดงเป็นข้อความในตารางก็พอ

post-26404-0-04087200-1300466603_thumb.png

 

เท่าที่คิดได้ตอนนี้มี 1 วิธี(ยาก) แต่ขออุบไว้ก่อน

สูตรแสดง Error

=IF(AND(A2,C2=TRUE),"ไหนลองหันซ้ายพร้อมทั้งหันขวาซิ ถ้าทำได้จะเรียงให้","")

Edited by PiggyDoll
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

มีวิธีที่ง่ายกว่าต้องพิมพ์สูตรนี้มั้ย

 

=IF(AND(A1>=A2, A1>=A3, A1>=B1, A1>=B2, A1>=B3, A1>=C1, A1>=C2, A1>=C3, A1>=D1, A1>=D2, A1>=D3),A1,
IF(AND(A2>=A1, A2>=A3, A2>=B1, A2>=B2, A2>=B3, A2>=C1, A2>=C2, A2>=C3, A2>=D1, A2>=D2, A2>=D3),A2,
IF(AND(A3>=A1, A3>=A2, A3>=B1, A3>=B2, A3>=B3, A3>=C1, A3>=C2, A3>=C3, A3>=D1, A3>=D2, A3>=D3),A3, 
IF(AND(B1>=A1, B1>=A2, B1>=A3, B1>=B2, B1>=B3, B1>=C1, B1>=C2, B1>=C3, B1>=D1, B1>=D2, B1>=D3),B1,
IF(AND(B2>=A1, B2>=A2, B2>=A3, B2>=B1, B2>=B3, B2>=C1, B2>=C2, B2>=C3, B2>=D1, B2>=D2, B2>=D3),B2,
IF(AND(B3>=A1, B3>=A2, B3>=A3, B3>=B1, B3>=B2, B3>=C1, B3>=C2, B3>=C3, B3>=D1, B3>=D2, B3>=D3),B3,
IF(AND(C1>=A1, C1>=A2, C1>=A3, C1>=B1, C1>=B2, C1>=B3, C1>=C2, C1>=C3, C1>=D1, C1>=D2, C1>=D3),C1,
IF(AND(C2>=A1, C2>=A2, C2>=A3, C2>=B1, C2>=B2, C2>=B3, C2>=C1, C2>=C3, C2>=D1, C2>=D2, C2>=D3),C2,
IF(AND(C3>=A1, C3>=A2, C3>=A3, C3>=B1, C3>=B2, C3>=B3, C3>=C1, C3>=C2, C3>=D1, C3>=D2, C3>=D3),C3,
IF(AND(D1>=A1, D1>=A2, D1>=A3, D1>=B1, D1>=B2, D1>=B3, D1>=C1, D1>=C2, D1>=C3, D1>=D2, D1>=D3),D1,
IF(AND(D2>=A1, D2>=A2, D2>=A3, D2>=B1, D2>=B2, D2>=B3, D2>=C1, D2>=C2, D2>=C3, D2>=D1, D2>=D3),D2,
IF(AND(D3>=A1, D3>=A2, D3>=A3, D3>=B1, D3>=B2, D3>=B3, D3>=C1, D3>=C2, D3>=C3, D3>=D1, D3>=D2),D3,
"Error"))))))))))))

 

นี่แค่ช่องเดียวนะ ต้องพิมพ์ทั้งหมด 12 ช่อง :no

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

ย่อได้อีก

 

=IF(AND(A2,A3,B1,B2,B3,C1,C2,C3,D1,D2,D3<=A1),A1,
IF(AND(A1,A3,B1,B2,B3,C1,C2,C3,D1,D2,D3<=A2),A2,
IF(AND(A1,A2,B1,B2,B3,C1,C2,C3,D1,D2,D3<=A3),A3,
IF(AND(A1,A2,A3,B2,B3,C1,C2,C3,D1,D2,D3<=B1),B1,
IF(AND(A1,A2,A3,B1,B3,C1,C2,C3,D1,D2,D3<=B2),B2,
IF(AND(A1,A2,A3,B1,B2,C1,C2,C3,D1,D2,D3<=B3),B3,
IF(AND(A1,A2,A3,B1,B2,B3,C2,C3,D1,D2,D3<=C1),C1,
IF(AND(A1,A2,A3,B1,B2,B3,C1,C3,D1,D2,D3<=C2),C2,
IF(AND(A1,A2,A3,B1,B2,B3,C1,C2,D1,D2,D3<=C3),C3,
IF(AND(A1,A2,A3,B1,B2,B3,C1,C2,C3,D2,D3<=D1),D1,
IF(AND(A1,A2,A3,B1,B2,B3,C1,C2,C3,D1,D3<=D2),D2,
D3,"Error")))))))))))

 

ดีกว่าเดิมเยอะ

Edited by PiggyDoll

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now

×