Jump to content

Recommended Posts

Automator

 

สร้าง PDF จาก Images ง่ายๆ ไม่ต้องง้อ Previews

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก Workflow > OK

2. ตรง Actions > Files & Folders > Get Specified Finder Items คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs

3. ไปที่ Actions >PDFs > New PDF from Images คลิกตรง Options เลือกเหมือนข้อ 2 แล้วมาดูการตั้งค่า

3.1 Save output to: เลือกที่เก็บไฟล์หลังจากสร้างเสร็จแล้ว

3.2 Output File Name: ตั้งชื่อไฟล์ไว้หลังจากสร้างเสร็จแล้วจะได้มีชื่อ

3.3 Replace existing files ถ้าเลือกจะเป็นการเขียนข้อมูลทับไฟล์เก่าถ้าชื่อเหมือนกัน

3.4 size each pages to fit ขยายรูปเต็มกรอบทุุกรูป

3.5 Make all pages the same size ทุกรูปมีขนาดเท่ากันหมด

3.6 make all pages the size ทุกรูปมีขนาดตามที่กำหนดไว้

 

ข้อดี

- หลังจากทำเสร็จแล้วไม่ต้องคอย Rotate เหมือนทำใน Previews

- เลือกขนาด Pages size ได้

 

ข้อเสีย

- รูปแนวตั้งจะถูกบีบให้เล็กลงแล้วเพิ่มพื้นที่สีขาวว่างๆ ด้านข้างแทน ถ้าใน Previews รูปจะถูก Rotate ก่อนแล้วขยายให้เต็มกรอบ

 

วิธีใช้งาน

1. คลิก Run ลากรูปที่ต้องการมาใส่ แล้วคลิก Continue

2. ตั้งค่า Pages แล้วคลิก Continue

 

ถ้าไม่ต้องการลากไฟล์แต่ต้องการเลือกไฟล์ ก็เปลี่ยนจาก Get Specified Finder Items เป็น Ask for Finder Items ตรง Type: เลือกเป็น Files & Folders แล้วก็ติ๊กถูกที่ Allow Multiple Selection

 

ตั้งค่าจนพอใจแล้ว Save ครับ

 

 

 

แตก PDF เป็น Images

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก Workflow > OK

2. ตรง Actions > Files & Folders > Get Specified Finder Items คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs

3. ไปที่ Actions >PDFs > PDF to Images คลิกตรง Options เลือกเหมือนข้อ 2 เผื่อต้องการตั้งชื่อใหม่

 

ไฟล์ที่ได้จะเป็น .pdf แต่ 1 Pages จะมี 1 รูป

 

มีประโยชน์มากถ้าไฟล์ PDF ที่เราสร้างขึ้นมาหรือได้รับมา มีบางหน้าที่ซ้ำกัน เราก็ทำเป็น Images ก่อนแล้วลบหน้าซ้ำออก แล้วค่อยรวมเข้าใหม่

 

 

หรือถ้าอยากได้ไฟล์ออกมาเป็นไฟล์อื่นที่ไม่ใช่ .pdf เช่น JPEG ก็เปลี่ยนจาก PDF to Images เป็น Render PDF Pages as Images แล้วตั้งค่าตามต้องการ (แต่ไม่รู้มัน Save ไว้ที่ไหน)

 

 

เปลี่ยนไฟล์รูปเป็นนามสกุลอื่น BMP JPEG JPEG2000 PNG TIFF

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก Workflow > OK

2. ตรง Actions > Files & Folders > Get Specified Finder Items คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs

3. ไปที่ Actions >Photos >Change Type of Images คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs เผื่อไว้เลือกนามสกุลไฟล์

 

 

โหลดรูปจากเว็บแล้วส่งเข้า iPhoto

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก Workflow > OK

2. ตรง Actions > Internet >Get Current Webpage from Safari

3. ที่ Actions >Internet >Get Image URLs from Webpage ตั้งค่าตรงตัวเลือก On This Webpages ก็คือรูปทั้งหมดที่อยู่บนเว็บเพจนี้ ส่วน Linked from these webpages ก็คือลิงก์ปลายทางเป็นรูป (ไม่ใช่เพจ) คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs เผื่อต้องการเปลี่ยนรูปแบบ

4. ที่ Actions >Internet >Filter URLs กำหนดเงื่อนไขที่ต้องการ คลิกเครื่องหมายบวกเพื่อเพิ่มเงื่อนไข ถ้าไม่ต้องการก็คลิกเครื่องหมายลบ

ตัวอย่างการตั้งค่าของผม Entire URL >end with > .jpg

5. ที่ Actions >Internet >Download URL เลือกว่าจะเก็บไว้ที่ไหน

6. ที่ Actions >Photos >Import Files Into iPhoto แล้วแต่จะตั้งค่า ติ๊กที่ Delete the Source Images After Importing Them ลบไฟล์หลังจากเอาเข้า iPhoto แล้ว เผื่อใคร HD น้อย

 

ส่วนมากที่โหลดได้มักจะเป็นเว็บเก่าๆ แบบที่ไม่มี Script มากนัก หรือเว็บที่เน้นแสดงรูปมากกว่า

เพิ่ม Choose from list เพื่อเลือกเอาเฉพาะรูปที่เราต้องการเท่านั้น ถ้าไม่เอาก็ Deselect ครับ

post-40949-0-66514800-1340765340.png

 

 

ปกติกถ้าจะเปลี่ยน Icon ของ Apps บนเครื่องก็ต้องคลิกขวา > Get Info แล้วลากรูปใส่ แต่มันจะกลายเป็น Icon ของ Previews แทน ทางออกก็คือ

 

ทำ icon ใช้เองอย่างง่ายๆ

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก Workflow > OK

2. ตรง Actions > Files & Folders > Get Specified Finder Items คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs

3. ตรง Actions > Photos >Add Thumbnail Icon to Image Files

 

ลองใช้งาน คลิก Run ได้ไฟล์แล้วก็เปลี่ยน Icon ได้เลย

 

 

ตัว Automator ถ้าใช้ Download รูป มันค่อนข้างช้า ยิ่งเน็ตเต่าด้วยยิ่งรอนาน อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการทำ Save Links เป็น .TXT แล้วก็เอาไปโหลดกับ iGetter แทน

 

Save Link to Text

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก Workflow > OK

2. ตรง Actions > Internet > Get Specified URLs คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs

3. ตรง Actions > Text > New Text File ตั้งค่าตามสะดวก อาจจะคลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs เผื่ออยากเปลี่ยนชื่อ

 

วิธีใช้งาน คลิก Run แล้วก็ Remove www.apple.com ออก แล้วลากลิงก์รูปใส่เข้าไป กี่ลิงก์ก็ได้ ไม่ต้องเรียงลำดับ เสร็จแล้วคลิก continue

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 21

Share this post


Link to post
Share on other sites

เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

เจ๋งเป้ง! ลุงตั้มน่าปักหมุดกระทู้ไว้นะครับ เผื่อจะได้ให้คนที่เข้ามาดูได้ง่าย ๆ

 

ปกติผมใช้ Automator แค่เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็นกลุ่ม ๆ ครับ นอกนั้นยังไม่ได้ใช้ทำอะไรเลย ผมไม่รู้ว่าจัดการกับรูปภาพได้ดีขนาดนี้

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณมากครับเป็นประโยชน์มากครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

เจ๋งเป้ง! ลุงตั้มน่าปักหมุดกระทู้ไว้นะครับ เผื่อจะได้ให้คนที่เข้ามาดูได้ง่าย ๆ

จัดให้ครับ ^^

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

Rename เปลี่ยนชื่อไฟล์จำนวนมากในครั้งเดียว

1. ใน Workflow > Actions > files & Folders > Ask for Finder iTem

ตั้งค่า

Prompt: เปลี่ยนชื่ออย่างที่เราต้องการ

Start at: จะตั้งใหม่ก็ได้ แต่จะมี Pop-up ขึ้นมาให้เปลี่ยนได้อยู่แล้ว

Type: Files อย่างเดียว Folders อย่างเดียว หรือทั้ง Files และ Folders ถ้าสะดวกหน่อยก็ทั้งคู่

Allow Multiple Selection: เลือกได้อันเดียวหรือหลายอันพร้อมกัน ติ๊กไว้ครับสะดวกดี

 

2.Rename Finder Items มันจะมี Pop-up อย่าไปติ๊ก Do not show this message again นะ ไว้ให้มันเตือนอย่างนี้แหละ ปลอดภัยดี คลิกที่ Add ถ้าพลาดจะได้ย้อนกลับได้เพราะเป็นการ Copy มา คลิกที่ Don't Add แบบนี้พลาดแล้วพลาดเลย (แต่ผมไม่ Add)

ตั้งค่า

Add Date or Time เป็น Default มาให้

2.1.1 Date/Time: มี Created, Modified, Last Opened, Current(วันที่สร้าง วันที่แก้ไข วันที่เปิดครั้งสุดท้าย หรือวันที่ปัจจุบัน)

2.1.2 Where: ด้านหน้าหรือด้านหลังชื่อ

2.1.3 Separator: คั่นด้วย Space, Forward Slash, Dash, Underscoreม None(ช่องว่าง ทับด้านหน้า ขีด ขีดล่าง หรือไม่ต้องเพิ่มอะไรก็ชิดกันเลย)

2.1.4 Format: เรียงลำดับวันที่ เดือนวันปี วันเดือนปี ปีเดือนวัน ชั่วโมงนาที ชั่วโมงนาทีวินาที การตั้งค่าเหล่านี้สามารถเลือกที่คั่นด้านล่างเพิ่มได้ ยกเว้น ปี ชื่อวันของสัปดาห์ วินาที(เริ่มนับจากเที่ยงคืน)

Use Leading Zero: เริ่มต้นด้วย 0 (ของ Format)

 

Add Text เพิ่มข้อความเข้าไปในชื่อนั้น

2.2.1 Add: ใส่ข้อความที่ต้องการ ยิ่งยาวยิ่งได้ชื่อไฟล์ยาว ระวังเรื่องของอักขระต้องห้ามด้วย

2.2.2 After name, Before name, As extension หลังชื่อ หน้าชื่อ เป็นนามสกุล

 

Change Case

2.3.1 Basename only, Full name, Extension only (แค่ชื่อ ทั้งชื่อและนามสกุล หรือแค่นามสกุล)

2.3.2 lowercase UPPERCASE Title (ตัวเล็กทั้งหมด ตัวใหญ่ทั้งหมดหรือขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ทุกครั้งที่เว้นวรรค)

 

Make Sequential สะดวกมากถ้าเรียงไฟล์ไว้แล้ว แต่เป็นปัญหามากถ้าไฟล์ไม่เรียงกัน (1 2 3 …)

2.4.1 Add number to มี 2 ตัวเลือก Existing item name ชื่อที่มีอยู่แล้ว หรือ New name ชื่อใหม่ตั้งเอง

2.4.2 Place number วางตัวเลขที่ after name, before name หลังชื่อหรือหน้าชื่อ

2.4.3 separated by ที่คั่นใช้ dash, period, space, underscore, nothing (ขีด จุด ช่องว่าง ขีดล่างหรือไม่ใส่อะไร)

2.4.4 Start numbers at ตัวเลขเริ่มตันที่เท่าไหร่ก็เพิ่มเอา ถ้าเป็น 1 ก็จะเรียง 1 2 3… ถ้า 50 ก็จะเรียง 50 51 52…

2.4.5 Make all numbers … digits long จะเพิ่มตัวเลขกี่ตำแหน่งก็เลือก ถ้ามีไฟล์ไม่ถึงร้อย แค่ 2 ก็พอ

 

Replace Text ค้นหาแล้วเขียนทับ จะสะดวกถ้ามีคำซ้ำเยอะ แต่จะแย่ถ้าคำซ้ำมีน้อย

2.5.1 Find: ใส่คำที่ต้องการค้นหาเข้าไป in Basename only, Full name, Extension only (แค่ชื่อ ทั้งชื่อและนามสกุล หรือแค่นามสกุล) Ignore Case ไม่สนตัวเล็กตัวใหญ่

2.5.2 Replace ใส่คำที่ต้องการเพิ่มเข้าไป

 

Name Single Item เปลี่ยนเป็นชื่อที่เราต้องการ

2.6.1 Name: Basename only, Full name, Extension only (แค่ชื่อ ทั้งชื่อและนามสกุล หรือแค่นามสกุล)

เปลี่ยนได้ทีละไฟล์

 

คลิกตรง Options แล้วติ๊กที่ Show this action when the workflow runs

 

คลิก Run เพื่อทดสอบ ถ้าชอบก็ Save

 

 

สร้าง Disk Image ไม่ต้องเปิด Disk Utility

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก Workflow > OK

2. ตรง Actions > Files & Folders > Ask for Finder Items ตั้งค่าตามด้านบน

3. ตรง Actions > Files & Folders > New Disk Image แล้วก็มาตั้งค่ากัน

3.1 Volume name: ชื่อนี้จะเห็นตอน Mount Disk (Double Click) แล้ว

3.2 Size: เลือกนาดตามต้องการ ส่วนผมเลือก Size Disk Image to fit contents ไฟล์ใหญ่แค่ไหน Disk Image ก็ใหญ่แค่นั้น ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ

3.3 Encrypt เข้ารหัส

3.4 Save as: ตั้งชื่อไฟล์ จะเห็นชื่อนี้ตอนที่ยังไม่ Mount

3.5 in ทำเสร็จแล้วจะเก็บไว้ที่ไหนก็เลือกเอาครับ

3.6 When done: เสร็จแล้วให้ทำอะไรกับ Disk Image นี้ ก็มีตัวเลือก Unmount and return the images file ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ต้อง mount หรือ Leave mounted and return the image volume ก็ปล่อยให้ mount Disk ไปเผื่อต้องการตรวจสอบ

 

แล้วก็คลิกที่ Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs ถ้าต้องการตั้งค่าอื่น

แล้วก็ Run

ทำเสร็จแล้วไฟล์ที่ได้จะเป็น (Save as).dmg ดับเบิ้ลคลิก จะเป็น (Volume name) กับไดรฟ์สีขาว

 

ลองทำ App ไว้ใช้นะครับ แบบนี้

post-40949-0-28158100-1337775189_thumb.png

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 4

Share this post


Link to post
Share on other sites

รัน Terminal ผ่าน Automator กันเถอะ

คำสั่งใน Terminal ที่ใช้ตั้งค่า เปิดหรือปิดบางอย่าง เช่น

defaults write com.apple.

บางทีก็จำไม่ได้ บางทีพิมพ์ผิดดังนั้น มาทำ workflow ไว้ใช้กันดีกว่า

1. เปิด automator > workflow > ok

2. ช่อง Search พิมพ์ shel

3. ดับเบิ้ลคลิกที่ Run Shell Script

4. ใส่คำสั่งเข้าไป

 

คำสั่ง

แสดง Hidden Folders

defaults write com.apple.finder AppleShowAllFiles TRUE
killall Finder

 

ซ่อน Hidden Folders

defaults write com.apple.finder AppleShowAllFiles False
killall Finder

อื่นๆ

Filter Domain Setting
com.apple.security
com.apple.sidebarlists
com.apple.keychainlists
com.apple.loginitems
com.apple.recentitems
com.apple.dotmactranslator
com.apple.dashboard
com.apple.PreferenceSync
com.apple.DotMacSync
com.apple.scheduler
com.apple.dock
clear

 

Enable full keyboard access for all controls (e.g. enable Tab in modal dialogs)

defaults write NSGlobalDomain AppleKeyboardUIMode -int 3

 

Enable the 2D Dock

defaults write com.apple.dock no-glass -bool true

 

Disable menu bar transparency

defaults write -g AppleEnableMenuBarTransparency -bool false

 

Expand save panel by default

defaults write -g NSNavPanelExpandedStateForSaveMode -bool true

 

Expand print panel by default

defaults write -g PMPrintingExpandedStateForPrint -bool true

 

Disable shadow in screenshots

defaults write com.apple.screencapture disable-shadow -bool true

 

Enable highlight hover effect for the grid view of a stack (Dock)

defaults write com.apple.dock mouse-over-hilte-stack -bool true

 

Enable spring loading for all Dock items

defaults write enable-spring-load-actions-on-all-items -bool true

 

Disable press-and-hold for keys in favor of key repeat

defaults write -g ApplePressAndHoldEnabled -bool false

 

Disable auto-correct

defaults write NSGlobalDomain NSAutomaticSpellingCorrectionEnabled -bool false

 

Disable window animations

defaults write NSGlobalDomain NSAutomaticWindowAnimationsEnabled -bool false

 

Disable disk image verification

defaults write com.apple.frameworks.diskimages skip-verify -bool true
defaults write com.apple.frameworks.diskimages skip-verify-locked -bool true
defaults write com.apple.frameworks.diskimages skip-verify-remote -bool true

 

Automatically open a new Finder window when a volume is mounted

defaults write com.apple.frameworks.diskimages auto-open-ro-root -bool true
defaults write com.apple.frameworks.diskimages auto-open-rw-root -bool true

 

Avoid creating .DS_Store files on network volumes

defaults write com.apple.desktopservices DSDontWriteNetworkStores -bool true

 

Disable Safari thumbnail cache for History and Top Sites

defaults write com.apple.Safari DebugSnapshotsUpdatePolicy -int 2

 

Enable Safari debug menu

defaults write com.apple.Safari IncludeDebugMenu -bool true

 

 

Disable send and reply animations in Mail.app

defaults write com.apple.Mail DisableReplyAnimations -bool true
defaults write com.apple.Mail DisableSendAnimations -bool true

 

Disable Resume system-wide

defaults write NSGlobalDomain NSQuitAlwaysKeepsWindows -bool false

 

Enable Dashboard dev mode (allows keeping widgets on the desktop)

defaults write com.apple.dashboard devmode -bool true

 

Reset Launchpad

rm ~/Library/Application\ Support/Dock/*.db

 

Show the ~/Library folder

chflags nohidden ~/Library

 

Disable local Time Machine backups

sudo tmutil disablelocal

 

 

 

คำเตือน: การตั้งค่าบางอย่างอาจมีผลต่อการทำงานของระบบ ถ้าไม่แน่ใจอย่าลองครับ

ที่มาของคำสั่งผมจำเว็บไม่ได้แล้ว ขออภัยทีไม่ได้ใส่ Credit

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 3

Share this post


Link to post
Share on other sites

ผมลองทำ App สองตัวคือ Show กับ Hide ผ่าน Shell script ใน Automator

Show จะแสดง Hidden Files

Hide จะซ่อน Hidden Files

 

แล้วเซฟเป็น Application

 

แล้วสร้าง Script จาก Applescript เพื่อใช้งานทั้ง Show และ Hide

set the_dialog to display dialog "Show Hidden Items?" default button 1 buttons ["ยกเลิก", "แสดง", "ซ่อน"]
set the_anwser to button returned of the_dialog
if the_anwser = "แสดง" then
tell application "Show"
	run
end tell
else
tell application "Hide"
	run
end tell
end if

 

ได้เป็น Code แบบนี้ จากนั้น สร้าง App ใหม่

 

1. เปิด automator > workflow > ok

2. ช่อง Search พิมพ์ apple

3. ดับเบิ้ลคลิกที่ Run Applescript

4. ใส่ Code เข้าไป

5. Compile

 

แล้วเซฟ เราก็จะได้ Show and Hide เป็น App ทำเองอย่างง่ายๆ

 

 

ถ้าอยากใช้ Applescript อย่างเดียว

set theDialog to display dialog "แสดงหรือซ่อน?" default button 1 buttons ["ยกเลิก", "แสดง", "ซ่อน"]
set theAnwser to button returned of theDialog
if theAnwser = "แสดง" then
tell application "Terminal"
	do script "defaults write com.apple.finder AppleShowAllFiles TRUE"
	tell application "Terminal"
		do script "killall Finder"
	end tell
		tell application "Terminal"
			do script "killall Terminal"
		end tell
end tell
else
tell application "Terminal"
	do script "defaults write com.apple.finder AppleShowAllFiles FALSE"
		tell application "Terminal"
			do script "killall Finder"
		end tell
			tell application "Terminal"
				do script "killall Terminal"
			end tell
end tell
end if

 

แก้ Script ให้สั้นลงครับ

set theDialog to display dialog "Show Hidden Items?" default button 1 buttons ["ยกเลิก", "แสดง", "ซ่อน"]
set theAnswer to button returned of theDialog
if theAnswer = "แสดง" then
do shell script "defaults write com.apple.Finder AppleShowAllFiles TRUE"
do shell script "killall Finder"
else
do shell script "defaults write com.apple.Finder AppleShowAllFiles FALSE"
do shell script "killall Finder"
end if

 

2D 3D Dock

set theDialog to display dialog "2D or 3D Dock?" default button 1 buttons ["ยกเลิก", "2D", "3D"]
set theAnwser to button returned of theDialog
if theAnwser = "2D" then
do shell script "defaults write com.apple.dock no-glass -bool true"
do shell script "killall Dock"
else
do shell script "defaults write com.apple.dock no-glass -bool false"
do shell script "killall Dock"
end if

 

 

ข้อจำกัดของ Applescript คือ ใน 1 Popup จะมีปุ่มได้ไม่เกิน 3 ปุ่ม ตามตัวอย่างข้างบน จะมีปุ่ม cancel 2D และ 3D เพิ่มการตั้งค่าอย่างอื่นไม่ได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องทำตัวเลือกเป็น List แทน โดยการใช้คำสั่ง choose from list เข้ามาช่วย

 

ตัวอย่างนี้ผมจะใส่ตัวเลือกเข้าไป 4 ตัว คือ 2D Dock , 3D Dock, Show Hidden Files และ Hide Hidden Files เป็น List ให้เลือก จะเลือกโดยการดับเบิ้ลคลิก หรือเลือกแล้วคลิก OK ก็ได้

 

พอได้ List มาแล้ว ก็ต้องรับค่าที่ User เลือกมา แล้วตั้งเงื่อนไข ให้รันคำสั่งที่ใส่ไว้

 

อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ สามารถเพิ่ม List อีกได้

set theList to choose from list {"2D Dock", "3D Dock", "Show Hidden Files", "Hide Hidden Files"} with prompt "เลือก" with title "ตั้งค่า"
if get (theList) as text = "2D Dock" then
do shell script "defaults write com.apple.dock no-glass -bool true"
do shell script "killall Dock"
else if get (theList) as text = "3D Dock" then
do shell script "defaults write com.apple.dock no-glass -bool False"
do shell script "killall Dock"
else if get (theList) as text = "Show Hidden Files" then
do shell script "defaults write com.apple.Finder AppleShowAllFiles true"
do shell script "killall Finder"
else if get (theList) as text = "Hide Hidden Files" then
do shell script "defaults write com.apple.Finder AppleShowAllFiles false"
do shell script "killall Finder"
end if

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 5

Share this post


Link to post
Share on other sites

โหลดเวบเพจไว้ดูตอน Offline

เลือก Actions ดังนี้

Get Current Webpage from Safari

 

Get Text from Webpage > Rich Text

 

Copy to Clipboard

 

New Text File

1. File Format: Rich text

2. Save as: ชื่ออะไรก็ใส่ไป

3. Where: ง่ายๆก็ Desktop > Replacing existing files ติ๊กถูกถ้าอยากให้เขียนทับไฟล์เก่า

4. Encoding > ก็แล้วแต่ครับ

5. คลิกตรง Options ติ๊กที่ Show this action the workflow runs ด้วยเผื่ออยากเปลี่ยนชื่อไฟล์

 

ไฟล์ที่ได้จะเปิดผ่าน TextEdit นะครับ การวาง Layout ต่างๆ เพี้ยนนิดหน่อย แต่พอดูได้

 

 

ย่อขยายรูป

1. เลือก Ask for Finder Items ตรง Type: เลือก Files and Folders > ติ๊กถูกที่ Allow Multiple Selection

2. เลือก Scale Images > By Percentage > ปรับขนาด (ต่ำกว่า 100 คือการลดขนาด เกิน 100 คือการขยายขนาด) คลิกที่ options ติ๊กถูกที่ Show this action when the workflow runs

 

เตือนไว้ก่อน: Scale Images ถ้าปรับขนาดรูปไปแล้วจะย้อนกลับไม่ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ตอนเลือก Scale Images ให้คลิก Add ที่ popup ด้วย

 

หมายเหตุ: ใส่ตัวเลขติดลบไม่ได้ครับ

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 3

Share this post


Link to post
Share on other sites

ซ่อนไฟล์ลับของคุณด้วย Hidden file

หากคุณมีไฟล์ลับมากมายที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ คุณใช้ Terminal เหรอ หรือว่าโหลดโปรแกรมมาใช้ล่ะ ผมมีทางออกที่ง่ายว่านั้น

1. เปิด Automator เลือก workflow

2. เลือก Ask For Finder Items ตรง Type: เลือก Files and Folders ติ๊กถูกที่ Allow Multiple Selection

3. เลือก Rename Finder Items เลือก Add Text ตรง Add พิมพ์ . (จุดนะครับ จุดตัวเดียว) แล้วเลือก before name

 

อธิบายง่ายๆ ก็คือ เราจะเพิ่ม . เข้าไปหน้าชื่อของไฟล์ เพื่อให้มันเป็น Hidden files

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

แต่งภาพง่ายๆ ด้วย Automator

1. เปิด Automator ขึ้นมา เลือก workflow

2. เลือก ask for finder items หรือ get specified finder items แล้วแต่ชอบ

3. ที่ Photos > เลือก apply quartz composition filter to image files

4. คลิก add เพื่อเพิ่ม copy finder items กันพลาด

อย่าลืมติ๊กถูกที่ show this action when the workflow runs เผื่อตั้งค่าใหม่

ทดสอบ

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

Quit App & Quit All App

วันนี้เรามาทำ workflow สำหรับปิด App กันดีกว่า

ใน Automator จะมีอยู่ 2 อัน คือ Quit All Applications กับ Quit Application

 

มาดูความแตกต่างกันครับ

อันแรก Quit All Applications

ตัวนี้สามารถเลือกได้ว่า จะปิดทั้งหมด หรือบางส่วน จะเลือกเองหรืออัตโนมัติ เปลี่ยนแปลงได้โดยการคลิก Remove

 

อันที่สอง Quit Application

ตัวนี้จะปิด App ได้ทีละตัว แม้แต่ตัวที่ไม่ได้รันอยู่

 

เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ

Quit All Applications เลือกที่จะไม่ปิด App บางตัวหรือทั้งหมดได้

Quit Application เลือกที่จะปิด App ได้แม้ไม่ได้รันอยู่

 

มาสร้าง workflow กัน

1. เปิด Automator > workflow

2. Utilities > Quit Application หรือ Quit All Applications

3. คลิกที่ Options ติ๊กที่ show this action when the workflow run

4. ลองช้งานดู

 

คำเตือน: ติ๊ก Ask to save changes ไว้เสมอ ถ้าไม่ ระวังข้อมูลหายนะครับ

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตั้งค่าการเลือกใช้ application สำหรับเปิดไฟล์

บางครั้งเราต้องการเปิดรูปผ่าน Safari ไม่ใช่ preview หรือ App ที่ตั้งค่าไว้

ถ้าเราต้องการเปลี่ยนจาก Preview เป็นเปิดผ่าน Safari เราแค่คลิกขวาเลือก get info

แล้วเปลี่ยน App ตรง open with เป็น App ที่เราต้องการ แล้วคลิก change all

แล้วทุกครั้งที่เราเปิดรูปจะเป็นการเปิดผ่าน Safari แทน

 

แต่ ถ้าเราต้องการเปลี่ยนให้เปิดรูปจาก Folder ที่เราเลือกเท่านั้นที่ต้องเปิดผ่าน App ที่เราต้องการ แต่ไม่ใช่ทุกรูปทั้งเครื่องของเราล่ะ จะทำอย่างไร สมมติว่ามีสักร้อยรูปจากทั้งหมดในเครื่องที่เรามี ที่ต้องการเปิดด้วย Safari นอกนั้นให้เปิดผ่าน Preview

 

วิธีการก็เหมือนเดิม เลือกไฟล์ที่ต้องการทั้งหมด คลิกขวาเลือก get info เปลี่ยน App ตรง open with

 

แต่จะไม่สะดวกตรงที่ ถ้าเป็นจำนวนไฟล์ที่น้อยกว่า 29 ไฟล์ เช่น 28 ไฟล์ ถ้าคลิกขวาแล้วเลือก get info มันจะแสดงทั้ง 28 info แล้วค่อยไล่เปลี่ยนทีละ info ยุ่งยากครับ

 

ถ้าไม่อยากยุ่งยากล่ะ

Automator ช่วยคุณได้

ใน files & folders ของ Automator

1. เลือก ask for finder items ติ๊กถูกที่ allow multiple selection

2. เลือก set application for files ตรง option ติ๊กถูกที่ show this action wen the workflow run

 

หรือเลือกเพียงข้อ 2. ถ้าต้องการลากไฟล์ไปใส่แล้วเลือก app 

แล้วก็ save ครับ

 

ใช้งาน ถ้าเลือกข้อ 1. ด้วย ก็ double click ที่ workflow แล้วทำตามขั้นตอน

ถ้าเลือกแค่ข้อ 2. ก็ลากไฟล์ที่ต้องการใปทับที่ workflow นั้น แล้วทำตามขั้นตอน

 

เสร็จแล้วครับ

  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

สร้าง Service เพิ่มรูปเข้า iPhoto

วันนี้เราจะมาสร้าง service ใช้เอง ชื่อว่า Add to iPhoto

การใช้งานคือ เลือกรูปที่ต้องการกี่รูปก็ได้ คลิกขวาเลือก Add to iPhoto

แล้วรูปที่เราเลือกจะเข้าไปอยู่ใน iPhoto

 

ขั้นตอน

1. เปิด Automator เลือก Service

- ตรง service receives selected เลือกเป็น files or folders

- in เลือกเป็น Finder

 

2. เลือก Import Files into iPhoto

 

3. save ใส่ชื่อ Add to iPhoto หรือชื่ออื่นตามต้องการ

 

จริงๆแล้วอาจไม่สะดวกไปกว่าการเปิด iPhoto ขึ้นมาแล้วสั่ง import ก็ได้

แต่ลองใช้ดูครับแล้วแต่ชอบ

 

edit: แก้bug

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 2

Share this post


Link to post
Share on other sites

งง ตั้งนานว่าเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้มันคืออะไร

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

Service ที่สอง

convert movie เป็น .m4v .mov แล้วส่งเข้า iTunes เมื่อ convert เสร็จ

เท่าที่ลอง .avi convert ไม่ได้

แต่พวก .3gp convert ได้ ยังไม่ลอง format อื่น

 

ขั้นตอน

1. เปิด automator เลือก service

2. ตรง service reveives selected เลือกเป็น movie files

3. ตรง in เลือกเป็น finder

4. ที่ action เลือก movies แล้ว double click ที่ encode media

4.1 ตรง options ติ๊กถูกที่ show this action when the workflow runs

5. กลับมาที่ action เลือก music แล้ว double click ที่ import files into iTunes

 

save ใส่ชื่อ Convert Movie หรือชื่ออื่น

แล้วก็ลอง คลิกขวาที่ไฟล์เช่น .3gp แล้วเลือกใช้ service ที่สร้างไว้ แล้วรอ ไฟล์ที่ convert แล้วจะเข้าไปอยู่ใน iTunes ครับ

 

service นี้อาจใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างนะครับ ผมเพียงเสนอวิธีการ convert หนังหรือคลิป อย่างง่ายๆ ที่ทำเองได้ครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

service 3 คลิกขวาแล้วรวม PDF หลายๆไฟล์เป็นไฟล์เดียว

 

ขั้นตอน

1. เปิด Automator ขึ้นมาเลือก Service

- ตรง service receives selected เลือกเป็น PDF files

- ตรง in เลือกเป็น Finder

 

2. ไปที่ library

2.1 Combine PDF Pages ไม่ต้องค่าอะไร

2.2 Move Finder Items ตรง to เลือกเก็บที่อื่นก็ได้ครับ หรือปล่อยไว้เลยก็ได้

2.3 Rename Finder Items แล้วเลือก Name Single Item ตรง Name: เลือกเป็น full name แล้วติ๊กถูกที่ Show this action when the workflow runs ใน options เพื่อเปลี่ยนชื่อใหม่

 

แล้วก็ save ใส่ชื่อว่า Combine PDF หรือชื่ออื่นตามต้องการ

แล้วก็ลองใช้งาน เลือก PDF คลิกขวาแล้วเลือก Combine PDF รอสักครู่ แล้วใส่ชื่อที่ต้องการบนไฟล์ใหม่ เรียบร้อยครับ

 

service 4

ย้ายไฟล์สู่เป้าหมายเพียงแค่คลิกขวา

ขั้นตอน

1. เปิด Automator ขึ้นมาเลือก Service

- ตรง service receives selected เลือกเป็น Files and Folders

- ตรง in เลือกเป็น Finder

 

2. ไปที่ library

2.1 เลือก Move Finder Items ไม่ต้องตั้งค่าอะไรแค่ติ๊กถูกที่ Show this action when the workflow runs ใน options

 

save ใส่ชื่อ Move to... หรือชื่ออื่นตามต้องการ

ลองใช้งาน เลือกไฟล์แล้วคลิกขวาเลือก Move to... หรือชื่อตามที่ตั้งไว้ เลือกเป้าหมาย คลิก continue เสร็จแล้วครับ

Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

มีปัญหาจากการสั่ง empty trash อยู่ใช่ไหม
จำคำสั่ง terminal ไม่ได้ด้วยหรือเปล่า
ถ้าเป็นแบบนี้เราก็มาสร้าง service ไว้ empty trash ในแบบของเราเองดีกว่า

ขั้นตอน
1. เปิด Automator ขึ้นมาเลือก Service
- ตรง service receives selected เลือกเป็น no input
- ตรง in เลือกเป็น Finder

2. ไปที่ library
2.1 Run AppleScript ใส่ code ลงไป

set Diag to display dialog "Choose options for Empty Trash" buttons {"Cancel", "Normal", "Force"} default button 2
if (button returned of Diag) is "Normal" then
tell application "Finder"
empty the trash
end tell
else if (button returned of Diag) is "Force" then
do shell script "rm -rt ~/.Trash/*"
end if


คอมไพล์แล้ว save ใส่ชื่อ Empty Trash Options หรือชื่ออื่นตามต้องการ

การใช้งาน เลือก Finder > Service > Empty Trash Options

normal คือ empty trash ธรรมดา
force คือ บังคับ empty trash ในกรณีที่ empty trash ธรรมดาไม่ได้

edit:แก้ bug Edited by =DAY(TODAY()+1)
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

เยี่ยมเลยครับ

ขอ add เข้า My Content นะครับ วันหลังลืมจะได้ไม่ต้อง search หาเหมือนวันนี้อีก

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

ใครใช้ Automator บน 10.8 รู้สึกว่ามันป่วยๆบ้างไหมครับ??

 

ของผมมันป่วยๆ แปลกๆไงก็ไม่รู้!

 

คำสั่ง Speak Text ก้ใช้ไม่ได้ด้วย.. (เซ็ง!)

 

 

..

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now

×